สกู๊ปพิเศษ

10 สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนเล่น Diablo IV

วางแผนให้ถูก ชวนเพื่อนให้พร้อม แล้วมาลุยกัน

เมื่อไม่นานมานี้ทาง Blizzard ก็ได้เปิดให้เข้าร่วมทดสอบ BETA ของเกม Diablo IV ซึ่งเป็นเกมฟอร์มยักษ์ที่มีชื่อเสียงมานานหลายปี และประสบความสำเร็จให้หลาย ๆ ภาค และทางเราก็ได้มีโอกาสเข้าร่วมทดสอบในครั้งนี้ ทำให้ได้สัมผัสประสบการณ์ที่สนุก ตื่นเต้น เร้าใจ และมีอะไรดี ๆ ซ่อนอยู่ในเกมอีกมากที่เรายังไม่ทันได้สำรวจจนเจอ แต่ในบทความนี้เราได้เอาข้อมูลที่คุณควรรู้ก่อนเล่นหรือตัดสินใจซื้อมาฝากกันก่อนครับ เผื่อพิจารณาว่าควรซื้อมาเล่นดีไหม ไปชมกันครับ

1. ภาคนี้จะมีความเป็น MMO เยอะขึ้นกว่าภาคหลักอื่น ๆ

สำหรับ Diablo IV จะมีความเป็น MMO เหมือนเกมออนไลน์ค่อนข้างมาก แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์เอาไว้ได้อยู่ คือสมัยก่อน Diablo จะมีฉากแผนที่เป็นเส้นตรง และจะทำการสุ่ม MAP ทุกครั้งที่โหลดฉาก ทำให้เราต้องพบกับเส้นทางที่แตกต่างออกไป มอนสเตอร์เปลี่ยนไป สุ่มเกิดบอสที่ต่างออกไปในทางตรงเส้นนั้น แต่ภาคนี้แผนที่จะกลายเป็น Open World และพบเจอผู้เล่นคนอื่นได้ทั้งในเมืองและนอกเมือง สามารถพิมพ์เพื่อพูดคุย แสดง Emote เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ทำการแลกเปลี่ยนเพื่อซื้อของ รวมไปถึงสามารถสร้าง CLAN เพื่อรวมคอมมูนิตี้แล้วร่วมมือกันลงดันเจี้ยนหรือล่าบอสก็ได้ ทำให้เกม Diablo 4 เป็นเกมที่ส่งเสริมระบบสังคมระหว่างผู้เล่นมากขึ้นครับ

2. มีอาชีพให้เลือกเล่นในภาคนี้ 5 อาชีพ

ในช่วง BETA ที่เราได้เข้าร่วมทดสอบนั้นจะปรากฎอาชีพให้เลือกเล่นทั้งหมด 5 อาชีพ แต่จะเลือกเล่นได้ในช่วง BETA แค่ 3 อาชีพเท่านั้น ได้แก่
Barbarian – นักรบสายโจมตีระยะประชิด มีการโจมตีที่หนักหน่วง มีความถึก ทน เป็นตัวแทงค์ให้กับทีมได้ และสร้างดาเมจไดด้วย
Sorceress – เป็นนักเวทย์ที่โจมตีจากระยะไกล มีสกิลให้เลือกใช้มากมาย ทั้งแบบเดี่ยวแล้วแบบหมู่ เน้นรักษาระยะเพื่อทำดาเมจ
Rouge – โจรที่เลือกเล่นได้ทั้งระยะใกล้และไกล เพราะใช้ได้ทั้งมีดและธนู มีอัตราการหลบหลีกและคริติคอลที่สูงมาก เน้นเร็ว แรง ติคริ
นอกจากนี้ยังมีอีก 2 อาชีพที่ไม่สามารถเล่นได้ใน BETA แต่ปรากฎให้เราเห็นคือ Necromancer และ Druid ก็ไม่แน่ว่าช่วง OBT จะปล่อยให้เราได้เล่น 2 อาชีพนี้ก็ได้ แต่ธีมของ 2 อาชีพนี้น่าจะยังคงคล้าย ๆ เดิม คือ Necromancer จะใช้เวทย์แห่งความตายชุบชีวิตซากศพมาสู้ และ Druin จะใช้พลังแห่งธรรมชาติและสัตว์ป่ามาช่วยสู้ครับ

3. สกิลจะแบ่งการใช้งานตามปุ่ม เซ็ตสกิลข้ามปุ่มไม่ได้

เรื่องสกิลของภาคนี้จะมีความแตกต่างกว่าภาคก่อน ๆ นิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เข้าใจยากจนเกินไป โดยเกมนี้จะแบ่งสกิลออกเป็นประเภทต่าง ๆ และมีปุ่มที่ใช้กดสกิลนั้น ๆ เช่น โจมตีเบากดคลิกซ้าย โจมตีหนักกดคลิกขวา และใช้สกิล 1, 2, 3, 4 รวมแล้วจะมีทั้งหมด 6 ปุ่ม แต่ละปุ่มจะมีสกิลให้เลือกใช้ประมาณ 3-5 สกิล แต่เราจะใช้ได้ทีละสกิลเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น โจมตีเบามีให้อัพ 5 อย่าง แต่คุณจะใช้ได้ทีละอย่างเท่านั้น ต่อให้คุณจะอัพทั้งหมด 5 อย่างก็ตาม เพราะปุ่มคลิกซ้ายมีปุ่มเดียว ต่อให้อัพ 5 สกิลไปก็คลิกได้สกิลเดียวอยู่ดี ถ้าอัพหมดต้องหาเวลากดเปลี่ยน นอกจากนี้สกิลแต่ละชนิดจะใช้ข้ามปุ่มไม่ได้ เช่น เราอัพสกิลปามีดที่เป็นสกิลของปุ่มคลิกซ้าย เราจะไม่สามารถเอาสกิลปามีดนี้ไปใส่ไว้ในคลิกขวา หรือปุ่มเลข 1-4 ได้ ต้องใช้คลิกซ้ายเท่านั้น เพราะงั้นจะอัพอะไรคิดให้ดีครับ แต่ถ้าพลาดก็ไม่เป็นไร มันรีเซ็ตได้ครับ

4. อาวุธสวมใส่แบ่งเป็น 2 สาย แต่ถ้าไม่อัพสกิลก็ใช้ไม่ได้

ข้อนี้จะเป็นข้อที่ต่อเนื่องจากข้อ 3 ถ้าคุณเปิดดูของสวมใส่คุณจะเห็นว่าตัวละครมีช่องสวมใส่อาวุธทั้งหมด 2 ข้าง ซึ่งแบ่งเป็นอาวุธที่ต้องถือ 2 มือ และอาวุธที่ถือมือเดียวแต่ใช้ 2 ข้าง ถ้าเป็น Diablo ภาคก่อน ๆ ก็จะสามารถสับเปลี่ยนอาวุธได้ง่าย ๆ และเลือกใช้ตามสถานการณ์ แต่สำหรับภาคนี้ไม่ใช่ แม้ว่าคุณจะใส่อาวุธ คุณก็ไม่สามารถโจมตีด้วยอาวุธนั้นได้ถ้าไม่อัพสกิลโจมตีของอาวุธนั้น จากข้อที่ 3 เราจะเห็นว่ามีสกิลโจมตีเบา โจมตีหนัก แต่ละส่วนจะมีแบ่งชนิดของอาวุธ เช่น โจมตีเบามีทั้งโจมตีด้วยมีด และโจมตีด้วยธนู ถ้าเราอัพแต่มีดอย่างเดียว เราก็จะใช้ธนูไม่ได้เลยจนกว่าจะมีสกิลที่เป็นธนูให้ใช้ แต่ไม่ต้องกังวลอะไรครับ คุณจะโจมตีเบาเป็นมีดอย่างเดียว แล้วใช้สกิลอื่นเป็นธนูก็ได้เช่นกัน เลือกตามที่ต้องการได้เลย

5. เกมนี้สร้างปาร์ตี้ Co-op กับเพื่อนได้ 4 คน

สำหรับใครที่เป็นสายปาร์ตี้ หาเกมเล่นกันกับเพื่อน Diablo IV ก็ตอบโจทย์คุณพอสมควรครับ เพราะเกมนี้สามารถเล่น Co-op พร้อมกันกับเพื่อนได้ถึง 4 คน โดยจะใช้ระบบ Host เหมือนภาคก่อน ๆ กล่าวคือถ้าเข้าไป Join โลกของใคร ทั้งเควสต์และแผนที่ทุกอย่างก็จะเป็นของคน ๆ นั้น ถ้าเวลาเล่นไม่ตรงกัน ให้คนที่เลเวลน้อยสุด เควสต์ช้าสุดเป็น Host แล้วให้คนเลเวลสูงกว่ามาเล่นด้วยจะเป็นการ Co-op ที่ลงตัวกว่าครับ แต่เลเวลของมอนสเตอร์ก็อาจจะเพิ่มขึ้นตามเลเวลของคนที่มีเลเวลสูงสุดในทีมนะ เพราะงั้นระวังคนเลเวลน้อยจะสู้ไม่ไหวด้วยล่ะ

6. แผนที่แบ่งโซนตามเลเวล มีดันเจี้ยนและมี Waypoint

อย่างที่บอกว่าเกม Diablo IV นี้ได้เปลี่ยนระบบแผนที่เป็น World Map แบบ Open World ซึ่งแต่ละฉากจะถูกแบ่งโซนตามเขตต่าง ๆ บนแผนที่ แต่ละที่จะมีภูมิประเทศที่แตกต่างกัน มีเควสต์ ดันเจี้ยนและบอสที่แตกต่างกันไป และมีเลเวลที่เขียนไว้ชัดเจนว่าโซนนี้ Lv.10 โซนนั้น Lv.15 เรียงลำดับในแผนที่ให้เราเห็นเมื่อเอาเมาส์ไปจิ้มดู จะได้รู้ว่าไม่ควรเดินไปในโซนที่เกินเลเวลของตัวเอง นอกจากนี้ตัวเกมยังคงระบบ Waypoint หรือ Fast Travel ไว้เหมือนเดิม แต่จะต้องหา Waypoint ให้เจอก่อนนะถึงจะทำการวาร์ปมาได้ ซึ่งวิธีวาร์ปก็สะดวกสบายมากครับ แค่เปิดแผนที่แล้วกดคลิกที่ Waypoint เท่านี้เราก็วาร์ปไปที่นั่นได้แล้ว ส่วนวาร์ปกลับเมืองก็ทำได้ง่าย ๆ เช่นกัน

7. มีเมืองเป็น Safe Zone ซื้อ-ขายไอเทม และจุดนัดพบกับผู้เล่นอื่น

ในตัวเมืองจะเป็น Safe Zone ที่เราจะไม่สามารถออกคำสั่งโจมตีได้ แต่ก็จะเต็มไปด้วย NPC มากมายตามจุดต่าง ๆ ที่จะให้เพื่อน ๆ มาทำธุระหลังกลับมาที่เมืองได้ เช่น ซื้อ-ขายไอเทมสวมใส่ ซ่อมอุปกรณ์ที่กำลังจะพัง คราฟท์ยาบัฟ อัพเกรดยาปั้ม เติมเลือดกับหมอ รับเควสต์ส่งเควสต์ ย่อยขยะ สร้างเครื่องประดับ เป็นต้น นอกจากนี้เมืองยังเป็นแหล่งรวมตัวกันของผู้เล่นอื่น ๆ เพราะเวลาวาร์ปกลับบ้านก็จะถูกส่งมายังเมือง สามารถใช้เป็นที่นัดพบ ซื้อขายแลกเปลี่ยน แอดเพื่อน สร้างปาร์ตี้ ถือซะว่าเป็นสถานที่รวมตัวของผู้เล่นก็ได้ ถ้าคุณมีธุระกับพวกเขาก็กลับเมืองมาได้เลย เจอผู้เล่นคนอื่นแน่ ๆ

8. สามารถปรับระดับความยากได้ เพื่อรับรางวัลที่สูงขึ้น

ถ้าคุณคิดว่าโลกที่คุณเล่นใน Diablo IV นี้มันไม่สนุกพอ ง่ายเกินไปและไม่ท้าทายคนมากความสามารถอย่างคุณ เกมนี้ก็สามารถปรับระดับได้ถึง 4 ขั้นด้วยกันครับ เรียงลำดับจากง่ายสุดไปยากสุด คือ Adventurer, Veteran, Nightmare และ Torment ซึ่งความแตกต่างจะเป็นความยากของด่าน ทั้งปริมาณมอนสเตอร์ ความถึก ดาเมจที่ศัตรูทำใส่เราก็มากขึ้น สีชื่อของมอนสเตอร์ก็จะโหดขึ้น แต่กลับกันถ้าคุณท้าทายโลกที่ยากขึ้น รางวัลในการเล่นของคุณก็จะสูงตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็น EXP ที่ได้รับ เงินที่ดรอปลงพื้น รวมไปถึงไอเทมดรอปที่แรร์ขึ้นเรื่อย ๆ ตามสีชื่อมอนสเตอร์ ถ้าเล่นด้วยกันกับเพื่อนก็ควรปรับความยากขึ้นนิดหน่อยเพื่อความสนุกครับ ไม่งั้นมันจะง่ายไปและของดรอปจะไม่ค่อยดี

9. เปิด-ปิด เสื้อผ้าได้ที่ NPC ตู้เสื้อผ้า

สำหรับผู้เล่นสายแฟชั่นก็คงจะมีความรู้สึกว่าเสื้อผ้ายุคกลางมันไม่ได้สวยหรือเท่ทุกอัน โดยเฉพาะบางคนที่แต่งตัวละครมาอย่างดี แต่สุดท้ายมาโดนหมวกปิดหน้าปิดตาซะงั้น เกมนี้ก็ไม่ได้ใจร้ายกับคุณขนาดนั้นครับ แต่คุณต้องกลับไปที่เมืองหลวง หา NPC ตู้เสื้อผ้าที่ปรากฎอยู่บนแผนที่ ตรงนี้คุณจะสามารถเลือกเปิดปิดชุดเสื้อผ้าที่คุณไม่ชอบทิ้งไปได้เลย หรือจะเปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าที่คุณไม่ได้ใส่อยู่ก็ได้แล้วเลือกชุดที่คุณพอใจแทน นอกจากนี้ยังสามารถปรับอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ เช่น Make up หรือรอยสัก เป็นเต้น

10. เนื้อเรื่องของภาคนี้มีบอสเป็น Lilith

เนื้อเรื่องในภาคนี้จะมี Lilith เป็นศัตรูหลัก (แหม่ ขึ้นหน้าปกเกมซะขนาดนั้นก็ต้องใช่แหละ) โดยภาคนี้จะเป็นเนื้อเรื่องต่อจากภาค 3 ซึ่งห่างกันเป็นเวลา 30 ปี โดย Lilith จะจุติขึ้นมายังโลกใหม่อีกครั้งหนึ่ง ส่วนตัวเรานั้นจะเป็นคนดวงซวยที่เข้ามายังหมู่บ้านแห่งหนึ่ง แต่ก็ถูกชาวบ้านที่เป็นลัทธิบูชา Lilith วางยาสลบและบังคับให้เราดื่มเลือดของ Lilith เข้าไป แม้ว่าจะโชคดีที่รอดมาได้จากการช่วยเหลือของนักบวชคนหนึ่ง แต่การดื่มเลือดของ Lilith ก็ทำให้ชะตากรรมของเราเปลี่ยนไปตลอดการ และเราต้องร่วมมือกับมนุษย์คนอื่นในการต่อต้าน Lilith ก่อนที่นางจะนำพาหายนะมาสู่โลกใบนี้ 

และนี่ก็คือ “10 สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนเล่น Diablo IV” หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านนะครับ ใครที่สนใจเกมนี้ก็สามารถชวนเพื่อนและซื้อมาเล่นด้วยกันได้นะ จากการเล่นในส่วน BETA แล้วรู้สึกประทับใจในความไหลลื่นของเกมเพลย์มาก ๆ ถือว่าสมน้ำสมเนื้อที่เป็นภาคหลัก อย่างไรก็ตามอาจมีคอนเทนต์อะไรเพิ่มเติมในส่วนของตัวจริงที่จะวางจำหน่ายก็ได้ โดยเฉพาะอีก 2 อาชีพที่ยังไม่เปิดให้เล่น มารอติดตามกันครับ

ข้อมูลเพิ่มเติม : https://diablo4.blizzard.com/en-us

MakinoJou

คนธรรมดาผู้ชื่นชอบ Japanese Culture, Games, Anime และ Vtuber
Back to top button