สกู๊ปพิเศษ

10 เกมยอดเยี่ยมแห่งปี 2020

ไล่เรียงตามคะแนนจาก Metacritic

หากไม่นับเรื่องของโรคระบาด Covid 19 ที่กำลังเป็นประเด็นที่ชวนให้ใครหลายคนต้องปวดหัวแล้วปี 2020 นี้ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งปีทองของวงการเกมเลยก็ว่าได้ เพราะมันก็เป็นปีที่มีเกมฟอร์มยักษ์ได้ออกมาห้ำหั่นกันไม่เว้นแต่ละเดือน ตั้งแต่ช่วงต้นปียันท้ายปีก็ต่างมีเกมดีๆ ออกมาพร้อมที่จะดูดเงินจากกระเป๋าของเราอย่างไม่ปรานีไม่ว่าจะเป็นเกมอย่าง Final Fantasy VII Remake เกมอมตะที่ได้รับการชุบชีวิตใหม่อีกครั้งบนเครื่องเกมยุคปัจจุบัน, The Last of Us Part II เกมภาคต่อของจักรวาล TLOUS หรือจะเป็นเกมยิงสุดเดือดอย่าง DOOM Eternal ก็ออกในปีนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งมาในวันนี้ผมจะพาเพื่อนๆ มาย้อนดูกันว่าในปีนี้มันมีเกมอะไรเด็ดๆ กันบ้าง (เผื่อบางคนลืม) ถ้าพร้อมแล้วมาเริ่มกันเลย

1. Ghost of Tsushima (83 คะแนน) 

ในเวลานี้สำหรับแฟนๆ ชาว Playstation คงจะได้ลิ้มลองเกมอย่าง Ghost of Tsushima ไปแล้วไม่มากก็น้อย ซึ่งสำหรับใครที่ยังไม่มีโอกาสได้ลองเล่นผมก็ขอเป็นอีกเสียงยืนยันว่าเกมนี้เป็นอีกหนึ่งเกมดีที่ส่งท้ายเครื่องเกมเจนปัจจุบันได้อย่างสวยงาม Ghost of Tsushima เป็นเกมแนว Action Open World ที่มีการผสมผสานความเป็น RPG ลงไปเล็กน้อยโดยเราจะได้รับบทเป็น Jin Sakai หนึ่งซามูไรที่เหลือรอดจากการเผชิญหน้ากับพวกมองโกลและเขาจะต้องยึดเกาะสึชิมะกลับมาให้ได้ Ghost of Tsushima มีจุดเด่นทั้งในเรื่องของงานภาพที่ทำออกมาได้สวยงามตระการตา, ระบบการต่อสู้ที่ลื่นไหล, การ Optimize ที่ดีจนน่าเหลือเชื่อและทีเด็ดเลยก็คือ Photo Mode ที่มีลูกเล่นหลากหลายชวนให้ติดพัน แถมในตอนนี้ตัวเกมก็ยังมีโหมดออนไลน์ให้เล่นอีกด้วยบอกเลยว่าคุ้ม

2. Nioh 2 (85 คะแนน)

นอกจาก Hades ที่หลายคนมองข้ามไปในปีนี้มันก็มีเกมดีอีกหนึ่งรายที่หลายคนไม่ค่อยพูดถึงกันนั่นก็คือ Nioh 2 เกมภาคต่อประจำซี่รี่ส์ Nioh ผลงานส่งตรงจาก Team Ninja ผู้เคยฝากผลงานสุดท้าทายอย่าง Ninja Gaiden ไว้ให้เราได้ปาจอยเล่นกันในอดีตโดยใน Nioh 2 จะเป็นการต่อยอดสิ่งต่างๆ ที่เคยทำไว้ในเกมภาคแรกให้ดีขึ้นทั้งแผนที่ที่ใหญ่กว่าเก่าชวนให้เราได้สำรวจ, ศัตรูชนิดใหม่ที่อันตรายกว่าเกมภาคก่อนหรือจะเป็นระบบ Yokai Shift ที่มาแทนที่ระบบ Living Weapon ที่ช่วยให้เกมท้าทายกว่าเดิม หากคุณเป็นคนที่ชอบเกมแนว Soulslike แล้วยังไม่มี PS5 ไว้เล่น Demon’ s Soul ผมก็ขอแนะนำ Nioh 2 เกมนี้ต้องลองแล้ว 

3. Final Fantasy VII Remake (87 คะแนน) 

หลังจากที่ Square Enix แง้มแล้วแง้มอีกตั้งแต่ยุค PS3 ที่มีการปล่อย Tech Demo ออกมาให้เราได้หวังเล่นๆ และดับฝันพวกเราไปอย่างไม่ไยดีในปี 2020 นี้ทาง Square ก็ได้ทำมันออกมาจริงๆ เสียทีกับเกมที่ใครหลายคนรอคอยอย่าง Final Fantasy VII Remake เกม RPG ระดับขึ้นหิ้งที่ถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่บนเครื่องเกมยุคปัจจุบัน แต่ทีเด็ดของมันไม่ใช่แค่ภาพกราฟิกที่สวยงามขึ้นเท่านั้นเพราะเกมในฉบับ Remake นี้ก็ได้มีการยกเครื่องระบบ Combat ใหม่ทั้งหมดซึ่งมันจะเป็นการนำความเป็นเกม hack and slash มาผสมกับ RPG ได้อย่างลงตัวทำให้เกมการเล่นไม่ง่ายและท้าทาย ถูกใจทั้งเกมเมอร์หน้าเก่าและผู้เล่นหน้าใหม่นอกจากนั้นตัวเกมฉบับ Remake ยังมีการใส่เนื้อหาใหม่ๆ เข้ามาเป็นการขยายจักรวาลของเกมให้กว้างขึ้นไปอีก ซึ่งบทสรุปของมันจะออกมาเป็นแบบไหนเราก็ต้องติดตามกันต่อไป 

4. DOOM Eternal (88 คะแนน)

นับตั้งแต่ความสำเร็จจากเกมภาคก่อนอย่าง Doom 2016 มันก็ไม่แปลกเลยที่ทางทีมงาน id Software จะสานต่อความสำเร็จนี้และทำให้มันยิ่งใหญ่กว่าเก่า ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือเกมภาคใหม่ที่เดือดกว่าเก่าอย่าง DOOM Eternal ที่ไม่ได้มีดีแค่เป็นเกมภาคต่อธรรมดาๆ แต่มันก็มีความท้าทายและลูกเล่นใหม่ๆ ที่อัดเข้ามาไม่ว่าจะเป็นเหล่าศัตรูชนิดใหม่ๆ ที่ดีกรีความโหดเพื่มขึ้นจากเกมภาคเก่า, การออกแบบแผนที่ที่ทำออกมาให้เล่นสนุกมากกว่าเดิม, อาวุธที่หลากหลายพร้อมให้เราได้เลือกใช้ รวมไปถึงเพลงประกอบที่ถึงแม้จะไม่ได้ Michael John Gordon มาเป็นผู้แต่งเหมือนเคยแต่มันก็ยังคงความเร้าใจและเดือดดาลไม่แพ้กัน และด้วยองค์ประกอบเหล่านี้เองมันก็ทำให้ DOOM Eternal เป็นอีกหนึ่งเกมดีที่คู่ควรกับการชิงรางวัล Game of The Year จริงๆ 

5. Animal Crossing: New Horizons (90 คะแนน)

อาจจะแปลกแหวกแนวกว่าเพื่อนๆ อยู่บ้างแต่ยังไงซะ Animal Crossing: New Horizons ก็ยังเป็นเกมดีคุณภาพล้นที่ออกมาให้เราได้เล่นกันในปีนี้ไม่แพ้เกมก่อนหน้า โดยเกมเพลย์ของมันจะมีความเป็น Sandbox ที่เราจะสามารถทำอะไรก็ได้ตามต้องการตั้งแต่การตกปลา, จับแมลง, เดินสำรวจป่า หรือจะเป็นการเปลี่ยนโฉมทั้งเกาะให้กลายเป็นเมืองที่สวยงามเราก็สามารถทำได้ และด้วยคอนเทนต์ที่อันแน่นแบบนี้บวกกับเวลาที่ตัวเกมออกในช่วงที่ผู้คนเริ่มต้องกักตัว มันก็ไม่แปลกเลยที่ Animal Crossing: New Horizons จะกลายเป็นเกมกระแสนิยมอย่างรวดเร็ว เพราะนอกจากมันจะเป็นเกมที่เล่นเพลินแล้วมันก็ยังมีเนื้อหาเบาสมองเล่นชิลๆ ชวนคลายเครียดมากๆ อีกด้วย

6. Spelunky 2 (91 คะแนน) 

หากคุณลองเอาเกม Platformer อย่าง Mario มาเพิ่มความยากจนชวนให้หัวร้อนผลที่ได้ก็คือเกมอย่าง Spelunky 2 เกมแนว Platformer สไตล์ Roguelike ที่มีจุดเด่นที่ทุกครั้งที่เราเริ่มเล่นใหม่แผนที่จะทำการสุ่มโครงสร้างใหม่ทั้งหมด ทำให้ในทุกการเล่นเราจะคาดเดาอะไรล่วงหน้าไม่ได้นอกจากนั้นตัวเกมก็ยังท้าทาย (และกวนอารมณ์) มากกว่าเกมแนว Platformer ทั่วๆ ไปเพราะภายในแผนที่จะเต็มไปด้วยกับดักที่บางทีก็วางได้กวนจนชวนกำหมัดสุดๆ ไม่ว่าจะเป็นกับดักลูกธนูที่โคตรจะแรงโดนทีก็อาจมีล้มยาวๆ , กับดักลูกหินที่ฆ่าเราได้ในครั้งเดียว หรือจะเป็นหนามแหลมที่เกมมักจะชอบวางไว้นอกมุมกล้องทำให้เราโดนมันได้ง่ายๆ (แถมโดนทีเดียวตาย) ถ้าใครกำลังมองหาเกมสไตล์ Platformer เล่นแก้ขัดผมก็ขอแนะนำ Spelunky 2 มีไว้ติดเครื่องก็ไม่แย่นะ

7. Ori And The Will Of The Wisps (93 คะแนน)

นับเป็นเวลา 5 ปีได้แล้วหลังจากที่ Ori and the Blind Forest ได้รับรางวัล Xbox Game of the Year ซึ่งมาในปีนี้ทางทีม Moon Studio ก็ได้ทำการปล่อยเกมใหม่ที่ทั้งสวยงามและลึกซึ้งเท่ากับผลงานเก่าของพวกเขา Ori and the Will of the Wisps เกมภาคใหม่ที่ยังคงเอกลักษณ์เดิมไว้ทั้งงานภาพที่สวยงามเหมือนภาพวาด รวมไปถึงการออกแบบฉากที่ทำออกมาได้อย่างดีเยี่ยมและปริศนาที่สร้างสรรค์ไม่ตื้นเขินตามสไตล์เกม Metroidvania ที่ใครหลายคนคุ้นเคยและ Ori and the Will of the Wisps ยังเป็นเกมที่ลงให้ทั้งบน PS4, Xbox One และ PC เรียกได้ว่าเล่นได้ครบทุกแพลตฟอร์มเลยล่ะครับ 

8. Half-Life: Alyx (93 คะแนน)

ห่างหายจากการทำเกมไปร่วม 13 ปีในตอนนี้ขาใหญ่อย่าง Valve ก็หวนกลับสู่วงการอีกครั้ง พร้อมช็อกทั้งวงการด้วยการทำเกมใหม่ที่อยู่ในจักรวาลของ Half-Life นั่นก็คือ Half- Life: Alyx เกมภาคแยกที่มีเนื้อเรื่องระหว่างเกม Half-Life และ Half-Life 2 แต่ความพิเศษของภาคนี้ก็คือการที่มันกลายเป็นเกม VR แบบเต็มตัวทำให้ประสบการณ์ที่ได้จากการเล่นจะต่างกว่าภาคไหนๆ เพราะทุกการกระทำของตัวละครเราจะต้องเป็นบังคับมันทั้งหมด ทั้งการยิงปืนที่เราก็ต้องเล็งเอง, การรีโหลดที่จะช้าจะเร็วก็อยู่ที่เรา หรือจะเป็นการแก้ปริศนาที่ต้องใช้การสังเกตมากกว่าเดิม และถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่ Half-Life 3 แต่ Half- Life: Alyx ก็นับว่าเป็นผลงานที่น่าประทับใจจาก Valve ที่ลาวงการไปหลายปี

9. The Last of Us Part II (93 คะแนน) 

นับว่าเป็นอีกหนึ่งในเกมที่เสียงแตกมากที่สุดแล้วในปีนี้ (และก็น่าจะรวมปีก่อนๆ ด้วย) The Last of Us Part II เกมใหม่ล่าสุดจากทีมงาน Naughty Dog ที่เป็นการสานต่อเรื่องราวของสองตัวละครหลักอย่าง Joel และ Ellie โดยในเกมภาคนี้จะเปลี่ยนธีมหลักในการดำเนินเนื้อเรื่อง จากเดิมที่เป็นเรื่องของความหวังและความรักมาเป็นความเกลียดชังและการแก้แค้น ซึ่งมาถึงตรงนี้ก็อาจมีใครหลายคนที่ทราบถึงปมเรื่องดังกล่าวแล้วและอาจมีคนไม่น้อยที่ไม่ชอบเกมนี้ แต่เอาเข้าจริงๆ หากเรามองข้ามเรื่องเนื้อเรื่องไป The Last of Us: Part II ก็เป็นเกมที่เปี่ยมไปคุณภาพอีกเช่นกัน ทั้งงานภาพที่ทำออกมาได้สมจริงแม้ว่ามันจะรันบน Hardware อายุเกือบๆ 10 ปีแล้ว, งานเสียงที่ออกแบบมาได้อย่างยอดเยี่ยม ไปจนถึงเกมเพลย์ที่ถูกต่อยอดจากเดิมให้ดีขึ้นกว่าเก่า เรียกได้ว่าองค์ประกอบทุกอย่างของมันถูกยกระดับให้ดีขึ้นสมกับเกมภาคต่อ 

10. Hades (93 คะแนน) 

มาแรงแซงทุกทางโค้งคงจะเป็นอธิบายที่เหมาะกับเกมอย่าง Hades ไม่น้อยเพราะก่อนที่มันจะถูกประกาศชื่อเข้าชิง Game of the year ในงาน The Game Awards 2020 ก็มีอยู่น้อยคนมากๆ ที่จะพูดถึงเกมนี้ ซึ่งในเวลานี้ก็อาจมีใครหลายคนที่สงสัยว่าเกมอินดี้เกมนี้มันดียังไง ผมก็ขอบอกเลยว่าเกมนี้น่ะของจริง Hades เป็นเกมแนว Action มุมมอง Isometric คล้ายคลึงกับผลงานก่อนหน้าของค่าย Supergiant อย่าง Bastion หรือ Transistor แต่มันก็ได้ยกระดับความท้าทายของเกมการเล่นขึ้นไปอีกขั้น เพราะในเกมนี้จะใส่ความเป็น Roguelike เข้ามาทำให้ทุกการตายตัวเกมจะส่งเรากลับไปยังจุดเริ่มต้น แต่ก็อย่าเพิ่งท้อใจไปเพราะทุกๆ การตายและทุกๆ run ใหม่ที่เราเริ่ม เนื้อเรื่องของเกมจะดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ไม่หยุดนิ่งทำให้ในการเล่น Hades นั้นลื่นไหลมากๆ ซึ่งถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วเกิดสนใจก็รีบหามาลองกันนะครับ

แถม

Cyberpunk 2077 (87 คะแนน) 

โดนเลื่อนแล้วเลื่อนอีกเลื่อนมาหลายครั้งจนในที่สุดในวันที่ 10 ที่ผ่านมานี้ Cyberpunk 2077 ก็ถูกปล่อยออกมาให้เราได้เล่นกันสักที และแม้ว่ามันจะเป็นเกมที่เปิดตัวได้ไม่สวยงามเท่าไหร่ แต่เราก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นอีกหนึ่งเกมฟอร์มยักษ์ส่งท้ายปีที่ยอดเยี่ยม เพราะด้วยองค์ประกอบหลายๆ อย่างที่ทางทีมงานรังสรรค์ออกมาไม่ว่าจะเป็น Night City ที่ถูกออกแบบมาเหมือนเมืองจริงๆ , ตัวละครต่างๆ ที่ถูกเขียนออกมาได้อย่างน่าสนใจ, ระบบ Lifepath ที่มีปมเรื่องและทางเลือกที่แตกต่างกันในการเล่น รวมไปการดำเนินเรื่องที่น่าติดตามชวนให้เราติดพันไปกับมันได้อย่างไม่ยากเย็น ซึ่งพอมาดูรวมๆ แล้วถ้าตัดปัญหาเรื่องข้อบกพร่องทางเทคนิคไป Cyberpunk 2077 ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานชั้นดีจากทีมงาน CDPR เลยทีเดียว (แต่ตอนนี้เกมก็ยังบัคบานอยู่) 

แหม่เรียกได้ว่าปีนี้ก็เป็นปีที่ชวนให้เรากระเป๋าฟีบจริงๆ นะครับเพราะนอกเหนือจากเกมที่ผมกล่าวไปมันก็มีเกมดีอีกหลายๆ เกมที่ออกมาในปีนี้ที่พร้อมจะดูดเงินเราจนหมดทั้ง League of Legends Wild Rift เกม Lol ฉบับมือถือที่ใครหลายคนตั้งตารอมันก็เป็นเกมที่ออกในปีนี้และก็ตามสไตล์ Riot ที่เกมมักจะพ่วง สกินสวยๆ งามๆ มายั่วให้เราต้องรูดบัตรสุดๆ หรือจะเป็นเกมอย่าง Resident Evil 3 Remake ที่แม้กระแสของมันจะอยู่ไม่นานนัก (ก็แหม่เกมสั้นขนาดนั้น) แต่มันก็ยังเป็นเกม Remake ที่ดีที่ชวนให้เราได้หายคิดถึงพี่ Nemesis ฟันสวยของเราได้บ้าง ซึ่งในท้ายที่สุดนี้ก่อนจะจากกันไปผมก็หวังว่าเพื่อนๆ ที่ได้เข้ามาอ่านจะได้รับความบันเทิงกันไปไม่มากก็น้อยนะครับและไว้เจอกันใหม่ในบทความหน้า

[คลิกที่รูปเพื่ออ่านบทความ]

Via
metacritic
ที่มา
gamerant
Back to top button