Ubisoft ผ่าตัดองค์กรครั้งใหญ่ สั่งยกเลิก 6 โปรเจกต์ยักษ์ พร้อมทุ่มงบ AI สู้ศึกเกมยุคใหม่
Generative AI เป็นหัวใจหลัก

Ubisoft ยักษ์ใหญ่แห่งวงการเกมเผชิญมรสุมครั้งสำคัญจนต้องประกาศปรับโครงสร้างองค์กรขนานใหญ่ พร้อมการตัดสินใจที่ทำเอาแฟนคลับช็อกด้วยการยกเลิกโปรเจกต์เกมถึง 6 เกม ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ Prince of Persia: The Sands of Time Remake ที่แฟนๆ รอคอยมานาน รวมถึงเกมใหม่ที่ไม่เคยเปิดตัวและเกมมือถืออีกหลายรายการ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนการลดต้นทุนและจัดระเบียบพอร์ตโฟลิโอใหม่เพื่อให้บริษัทกลับมามีกำไรอย่างยั่งยืนในตลาดที่การแข่งขันสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
แม้จะมีการสั่งปลดพนักงานและยกเลิกโครงการไปหลายตัว แต่ Yves Guillemot ซีอีโอของบริษัทกลับประกาศเดินหน้าเต็มตัวกับการลงทุนใน Generative AI โดยเขามองว่าเทคโนโลยีนี้คือการปฏิวัติวงการเกมที่ยิ่งใหญ่เทียบเท่ากับการเปลี่ยนผ่านจากยุค 2D ไปสู่ 3D เลยทีเดียว โดยบริษัทวางแผนที่จะนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือหลักในการสร้างสรรค์โลกแบบ Open World และเกมในรูปแบบการให้บริการต่อเนื่อง หรือ GaaS เพื่อช่วยให้การพัฒนาเกมทำได้รวดเร็วและตอบโจทย์ผู้เล่นได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
โปรเจกต์ที่น่าจับตามองที่สุดคือ Teammates ซึ่งเป็นการต่อยอดจาก Neo NPCs ที่เคยสร้างเสียงฮือฮาไปก่อนหน้า โดยเทคโนโลยีนี้จะเปลี่ยนตัวละคร NPC จากเดิมที่ทำได้เพียงตอบโต้ตามบทที่เขียนไว้ ให้กลายเป็นเพื่อนร่วมทีมอัจฉริยะที่สามารถสนทนาและโต้ตอบกับผู้เล่นได้แบบเรียลไทม์ผ่านคำสั่งเสียง ซึ่ง Ubisoft เชื่อว่าสิ่งนี้จะสร้างประสบการณ์ที่สดใหม่และดึงดูดใจผู้เล่นยุคใหม่ที่ต้องการความสมจริงและเป็นอิสระในการเล่นมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การทุ่มงบประมาณไปกับ AI ในช่วงเวลาที่มีการปลดพนักงานและการยุบสตูดิโอหลายแห่ง เช่น Ubisoft Stockholm และ Ubisoft Halifax ได้จุดฉนวนให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจากทั้งคนในวงการและแฟนเกม โดยหลายฝ่ายกังวลว่าการนำ AI มาใช้ในงานศิลปะหรืองานเขียนบทจะทำให้เสน่ห์และความเป็นมนุษย์ในเกมหายไป แต่ทางบริษัทก็ได้พยายามชี้แจงว่าเป้าหมายหลักคือการใช้เทคโนโลยีนี้เพื่อส่งเสริมให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นและเพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ เท่านั้น
นอกจากเรื่องของเทคโนโลยีแล้ว Ubisoft ยังมีการเปลี่ยนแปลงกฎการทำงานที่เคร่งครัดขึ้น โดยสั่งให้พนักงานทุกคนกลับมาปฏิบัติงานที่สำนักงานแบบเต็มเวลา 5 วันต่อสัปดาห์ เพื่อกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งมาตรการนี้ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในกลยุทธ์การปรับเปลี่ยนองค์กรให้มีความคล่องตัว (Agile) มากยิ่งขึ้นภายใต้การแบ่งโครงสร้างออกเป็น 5 Creative Houses ที่จะแยกการบริหารจัดการแบรนด์ดังอย่าง Assassin’s Creed และ Far Cry ออกจากกันอย่างชัดเจน
สรุปได้ว่าในปี 2026 นี้จะเป็นปีที่ Ubisoft เดิมพันครั้งใหญ่ด้วยการใช้ AI เข้ามาเป็นฟันเฟืองหลักในการกู้ชื่อเสียงและผลกำไรกลับมา โดยหวังว่าการลดขนาดองค์กรและการเพิ่มความเข้มข้นในด้านเทคโนโลยีจะช่วยให้สามารถผลิตเกมคุณภาพระดับ AAA ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เล่นทั่วโลกได้ทันเวลา ซึ่งความสำเร็จนี้อาจเป็นบรรทัดฐานใหม่ของอุตสาหกรรมเกมในอนาคต หากพวกเขาสามารถบริหารจัดการระหว่างเทคโนโลยีกับแรงงานมนุษย์ได้อย่างสมดุล







