
กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการเกมเมื่อ Goichi Suda หรือที่รู้จักกันในชื่อ Suda51 ผู้สร้างเกม Lollipop Chainsaw ซึ่งปัจจุบันทำงานภายใต้ Grasshopper Manufacture บริษัทลูกของ NetEase ได้ออกมาเปิดเผยกับสื่อว่ายักษ์ใหญ่จากจีนรายนี้เคยมีแผนกวิจัย Generative AI เป็นของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าแผนกดังกล่าวจะถูกสั่งปิดตัวลงไปเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับมีกระแสข่าวว่าทางค่ายสั่งพนักงานว่าห้ามใช้ AI ในการพัฒนาเกมอย่างเด็ดขาด
หลังจากข่าวนี้แพร่สะพัดออกไปได้ไม่นาน ทางโฆษกของ NetEase ก็ได้รีบออกมาชี้แจงกับ Insider Gaming เพื่อปฏิเสธข่าวดังกล่าวทันที โดยยืนยันว่าสถานการณ์ที่ถูกกล่าวอ้างนั้นไม่เคยเกิดขึ้น และบริษัทไม่เคยมีการประกาศนโยบายสั่งห้ามใช้ AI ภายในสตูดิโอแต่อย่างใด ถือเป็นการดับไฟประเด็นความขัดแย้งที่อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ด้านนวัตกรรมของบริษัทในช่วงที่เทคโนโลยี AI กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในกลุ่มบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก
ทางด้าน Suda51 ได้ให้ความเห็นส่วนตัวถึงสาเหตุที่เขาคาดเดาว่าทำไมค่ายเกมอาจจะไม่ปลื้ม AI นัก โดยเขามองว่าอย่างแรกเลยคือกลุ่มเกมเมอร์จำนวนมากไม่ชอบให้มี AI อยู่ในเกมที่พวกเขาเล่น ส่วนอีกประเด็นที่สำคัญไม่แพ้กันคือเรื่องปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์ที่ยังคงเป็นเรื่องยุ่งยากและซับซ้อนในการจัดการก่อนจะนำมาสร้างเป็นผลงานจริง การเลือกตัดปัญหาด้วยการไม่ใช้เลยจึงอาจจะเป็นทางออกที่ง่ายกว่าสำหรับบางผู้ผลิต

อย่างไรก็ตาม หากย้อนมองประวัติของ NetEase จะพบว่าพวกเขาไม่ได้แอนตี้เทคโนโลยีนี้ไปเสียหมด เพราะเมื่อไม่กี่ปีก่อนบริษัทเคยแชร์แผนการที่จะนำ ChatGPT มาปรับใช้ในเกม Justice Online Mobile เพื่อให้ผู้เล่นสามารถพูดคุยกับ NPC ในเรื่องอะไรก็ได้ตามใจชอบ ซึ่งฟีเจอร์ลักษณะนี้ก็ดูจะทำงานได้ค่อนข้างดีในเกม Where Winds Meet ซึ่งเป็นเกมแนว MMO ยอดฮิตอีกหนึ่งเกมที่ NetEase เป็นผู้จัดจำหน่ายเช่นกัน
สิ่งที่น่าสนใจคือท่าทีของค่ายเกมยักษ์ใหญ่ที่ต้องรักษาสมดุลระหว่างการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้กับการเคารพสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่ง Suda51 มองว่าการที่ค่ายใหญ่เริ่มกังวลเรื่องลิขสิทธิ์ถือเป็นสัญญาณที่ดี แม้ว่าข้อมูลเรื่องการปิดแผนกวิจัยจะยังคงมีความสับสนระหว่างคำบอกเล่าของคนทำงานกับคำแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของบริษัทก็ตาม
ในขณะที่โลกของ AI หมุนไปไวอย่างกับติดจรวด การตัดสินใจของ NetEase ไม่ว่าจะออกมาในรูปแบบไหน ย่อมส่งผลกระทบต่อแนวทางการพัฒนาเกมในอนาคตอย่างแน่นอน เพราะนี่คือการต่อสู้ระหว่างประสิทธิภาพของเทคโนโลยีกับความรู้สึกของผู้เล่นที่ยังคงให้ค่ากับงานฝีมือที่สร้างโดยมนุษย์มากกว่าสิ่งประดิษฐ์จากอัลกอริทึม







