ข่าว

Games Workshop สั่งแบน AI แต่ยอมรับยังติดตามเทคโนโลยีอยู่

พร้อมเดินหน้าจ้างงานศิลปินเพิ่มสวนกระแสโลกดิจิทัล

Games Workshop บริษัทผู้สร้างตำนานอย่าง Warhammer ได้ออกมาประกาศนโยบายที่ชัดเจนในรายงานผลประกอบการล่าสุดเมื่อวันที่ 13 มกราคม 2026 โดยสั่งห้ามพนักงานและนักพัฒนาในสังกัดใช้เครื่องมือ AI ในการทำงานอย่างเด็ดขาด Kevin Rountree ซึ่งเป็น CEO ของบริษัทระบุว่าทางบริษัทได้กำหนดนโยบายภายในที่ระมัดระวังอย่างมาก โดยไม่อนุญาตให้ใช้เนื้อหาที่สร้างโดย AI ในกระบวนการออกแบบหรือแม้แต่ในการแข่งขันต่าง ๆ ที่บริษัทจัดขึ้น เพื่อเป็นการรักษามนต์ขลังและคุณภาพของผลงานที่เกิดจากฝีมือมนุษย์เป็นหลัก

แม้จะมีการสั่งแบนอย่างเป็นทางการ แต่ Kevin Rountree ก็ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าบริษัทไม่ได้ปิดหูปิดตาเสียทีเดียว โดยมีการอนุญาตให้ผู้บริหารระดับสูงบางคนคอยเฝ้าติดตามและ “อยากรู้อยากเห็น” เกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้ต่อไปเพื่อดูทิศทางของโลก อย่างไรก็ตาม เขายืนยันว่าในขณะนี้ยังไม่มีใครในทีมบริหารรู้สึกตื่นเต้นหรือประทับใจกับสิ่งที่ AI ทำได้เลยแม้แต่น้อย ซึ่งนับว่าเป็นการเดินเกมที่สวนทางกับยักษ์ใหญ่ร่วมวงการอย่าง Electronic Arts หรือ Square Enix ที่ประกาศเดินหน้าใช้ AI อย่างเต็มสูบไปก่อนหน้านี้

จุดยืนที่แข็งแกร่งของ Games Workshop ไม่ได้หยุดอยู่แค่คำพูด เพราะในรายงานระบุว่าบริษัทยังคงเดินหน้าลงทุนใน Warhammer Studio ด้วยการจ้างงานบุคลากรฝ่ายสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นในหลากหลายสาขา ตั้งแต่ศิลปินผู้ออกแบบแนวคิด (Concept Art) นักเขียนบท ไปจนถึงประติมากรผู้ปั้นโมเดล ซึ่ง Kevin Rountree เชื่อว่าบุคคลที่มีความสามารถและมีความหลงใหลเหล่านี้คือหัวใจสำคัญที่ทำให้จักรวาล Warhammer มีความลึกซึ้งและทรงคุณค่าจนเป็นที่รักของแฟน ๆ ทั่วโลก

games-workshop-ai-banned

นอกจากเหตุผลด้านความสวยงามแล้ว เรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและลิขสิทธิ์ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้บริษัทต้องรีบออกมาวางกฎเหล็ก เนื่องจากปัจจุบันระบบ AI หรือ Machine Learning มักจะถูกติดตั้งมาพร้อมกับโทรศัพท์มือถือและโน้ตบุ๊กโดยอัตโนมัติ การวางนโยบายที่รัดกุมจึงเป็นไปเพื่อป้องกันการรั่วไหลของทรัพย์สินทางปัญญาที่ประเมินค่าไม่ได้ของบริษัท และเพื่อลดความเสี่ยงทางกฎหมายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตหากมีการนำผลงานจาก AI ไปใช้งานในเชิงพาณิชย์

การตัดสินใจในครั้งนี้ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากเหล่าแฟนคลับที่กังวลว่ามนต์เสน่ห์ของงานฝีมือจะถูกแทนที่ด้วยสิ่งที่กลุ่มคนเล่นเกมมักเรียกว่า AI Slop หรือขยะดิจิทัลที่ไร้จิตวิญญาณ โดยเฉพาะในจักรวาล Warhammer 40,000 ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการต่อต้านปัญญาประดิษฐ์อันน่ารังเกียจ (Abominable Intelligence) อยู่แล้ว ทำให้แฟน ๆ มองว่าการแบนครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่เป็นการรักษาจิตวิญญาณของแบรนด์ให้คงอยู่ตามแบบฉบับดั้งเดิม

สำหรับสถานะทางการเงินของบริษัทนั้นยังคงแข็งแกร่งอย่างมาก โดยรายงานครึ่งปีระบุว่ามีรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 17% หรือประมาณ 316.1 ล้านปอนด์ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 14,000 ล้านบาท) แสดงให้เห็นว่าการเลือกทางเดินที่เน้นคุณค่าจากมนุษย์ไม่ได้ทำให้ความนิยมลดลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันกลับยิ่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคที่พร้อมจะจ่ายเงินให้กับผลงานที่มีความประณีตและมีที่มาที่ชัดเจน

ที่มา
Windowscentral

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button