
กลายเป็นก้าวสำคัญของวงการเกมกีฬาเมื่อ Guy Mowbray นักพากย์ฟุตบอลชื่อดังระดับตำนานของ BBC ตัดสินใจอนุญาตให้ Electronic Arts หรือ EA นำเสียงของเขาไปจำลองด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อใช้ในเกมซีรีส์ EA Sports FC โดยเน้นไปที่การพากย์ชื่อนักเตะที่มีมากกว่า 20,000 รายชื่อ ซึ่งถือเป็นงานที่หนักและซ้ำซ้อนเกินกว่าที่มนุษย์จะทำได้ไหวในเวลาจำกัด การขยับตัวครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI เริ่มเข้ามามีบทบาทในการช่วยลดภาระงานที่น่าเบื่อหน่ายเพื่อให้มนุษย์ไปโฟกัสกับงานที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์มากกว่า
Guy Mowbray เปิดเผยว่าปกติแล้วเขาต้องบันทึกเสียงพากย์ให้กับเกมทุกสัปดาห์ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนไปจนถึงเดือนกรกฎาคมของปีถัดไป โดยเฉพาะชื่อนักเตะแต่ละคน เขาต้องออกเสียงถึง 5 รูปแบบที่แตกต่างกันตามสถานการณ์ในสนาม เช่น ตอนรับบอล ตอนยิงประตู หรือตอนทำประตูได้ การต้องพากย์ซ้ำๆ แบบนี้กับนักเตะนับหมื่นคนเป็นกระบวนการที่กินเวลามหาศาล การมี AI เข้ามาช่วยจำลองเสียงในส่วนนี้จึงเป็นทางออกที่สมเหตุสมผลสำหรับเขา
ทางด้าน EA ได้ยืนยันกับสื่ออย่าง BBC ว่า บริษัทมีการนำ AI เข้ามาใช้ในกระบวนการพัฒนาเกมมานานแล้ว ตั้งแต่ระบบแอนิเมชันไปจนถึงระบบการเล่น แต่สำหรับงานพากย์และเนื้อหาในเกม EA ย้ำชัดเจนว่ามันคือการทำงานร่วมกันกับเจ้าของเสียง (Collaboration) ไม่ใช่การนำ AI มาไล่คนออกหรือมาทำงานแทนที่ (Replacement) เพราะเสน่ห์ของเกมฟุตบอลคือความสมจริงที่ต้องมาจากอารมณ์และความรู้สึกของนักพากย์จริงๆ เท่านั้น

Guy Mowbray เสริมว่าบทพากย์ที่ยาวและซับซ้อนกว่านั้นยังคงต้องเป็นหน้าที่ของเขาในการพากย์เองทั้งหมด เพราะ AI ยังไม่สามารถเลียนแบบสไตล์การพูดที่เป็นธรรมชาติหรือมุกสดๆ ที่เขาคิดขึ้นมาได้ ตัวอย่างเช่น เวลาทีมกำลังบุกข้ามเส้นครึ่งสนาม เขาต้องคิดประโยคพากย์ออกมาถึง 10 รูปแบบเพื่อให้เกมไม่ดูจำเจ ซึ่งความหลากหลายและสไตล์เฉพาะตัวแบบนี้คือสิ่งที่สคริปต์หรืออัลกอริทึมยังทำแทนไม่ได้ในตอนนี้
อย่างไรก็ตาม เรื่องการใช้เสียง AI ยังคงเป็นประเด็นที่เปราะบางในวงการบันเทิง เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะยินดีเหมือน Guy Mowbray อย่างกรณีเมื่อปีก่อนที่ Françoise Cadol ผู้ให้เสียง Lara Croft ในเวอร์ชันภาษาฝรั่งเศส เคยยื่นโนติสฟ้องร้องผู้พัฒนาเกมฐานนำเสียงของเธอไปใช้ใน AI โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือทีมพากย์ Apex Legends ในฝรั่งเศสที่ปฏิเสธจะเซ็นสัญญาที่อนุญาตให้เอาเสียงไปฝึก AI ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเส้นแบ่งระหว่างการช่วยงานกับการละเมิดลิขสิทธิ์ยังคงเป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงกันต่อไป
การยอมรับของ Guy Mowbray ในครั้งนี้อาจกลายเป็นบรรทัดฐานใหม่ให้กับเกมเมอร์และคนทำงานในวงการเกม ว่าเราจะสามารถอยู่ร่วมกับ AI ได้อย่างไรโดยที่ยังรักษาคุณค่าของงานศิลปะและตัวตนของมนุษย์เอาไว้ได้ ตราบใดที่ผลลัพธ์ในเกมยังฟังดูสมจริงและนักพากย์ยังได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสม การใช้เทคโนโลยีเข้ามาแบ่งเบาภาระงานหลักหมื่นบรรทัดก็อาจเป็นเรื่องที่ทุกคนพร้อมจะยอมรับและก้าวไปข้างหน้าพร้อมกัน







