
Jim Lee ประธาน และ Chief Creative Officer ของ DC Comics ให้สัมภาษณ์กับสื่อญี่ปุ่น Nikkei XTrend ถึงภาพรวมอุตสาหกรรมคอมิก โดยระบุถึงความได้เปรียบของอนิเมะ และมังงะญี่ปุ่นเหนือคอมิกตะวันตกอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในด้านการเล่าเรื่อง และความสามารถในการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่
เรื่องราวในมังงะ และอนิเมะญี่ปุ่นมีพลังมากพอจะดึงผู้อ่านให้อยู่กับเนื้อหาได้ยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน หรือประเด็นที่สะท้อนอารมณ์ และประสบการณ์ของผู้คน ทำให้ผู้อ่านรู้สึกเชื่อมโยงกับตัวละครได้ง่าย
.
ความต่างของเรื่องเล่า
Jim Lee ชี้ว่า คอมิกตะวันตก ยังคงพึ่งพาเนื้อหาแนวซูเปอร์ฮีโร่เป็นหลัก ทั้งในแง่ยอดขาย และฐานผู้อ่าน โดยกล่าวว่า
คอมิกอเมริกันส่วนใหญ่มักเป็นเรื่องของซูเปอร์ฮีโร่ และยอดขายรวมถึงผู้อ่านก็ถูกกระจุกตัวอยู่กับเนื้อหาแบบนั้น
ขณะที่มังงะญี่ปุ่นเปิดพื้นที่ให้กับเนื้อเรื่องที่หลากหลายกว่า ตั้งแต่ชีวิตประจำวัน กีฬา การทำอาหาร ไปจนถึงประเด็นทางสังคม ซึ่งในญี่ปุ่น มังงะจะถูกมองใกล้เคียงกับวรรณกรรม ใคร ๆ ก็สามารถอ่านได้ และไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของฮีโร่ พร้อมย้ำว่า ความแตกต่างสำคัญคือมังงะ และอนิเมะในญี่ปุ่นไม่ได้ถูกจำกัดว่าเป็นสื่อสำหรับเด็ก ต่างจากโลกตะวันตกที่เมื่อผู้อ่านเติบโตขึ้น ก็มักเปลี่ยนไปเสพสื่อประเภทไลฟ์แอ็กชันแทน
.
นี่แหละ… ตัวฉัน
อีกประเด็นหนึ่งที่ Jim Lee กล่าวถึง คือพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการค้นหาสิ่งที่ “เป็นตัวของตัวเอง” หรือเมื่ออ่านแล้วรู้สึกว่า “นี่แหละ… ตัวฉัน” มากกว่าการรับช่วงต่อกระแสเดิม ทำให้มังงะ และอนิเมะเป็นพื้นที่ให้ผู้อ่านได้ค้นพบเรื่องราว โลก และตัวตนที่รู้สึกว่าใกล้ชิดกับชีวิตของตนเอง
เขายังกล่าวถึงวัฏจักรของอุตสาหกรรมมังงะ ที่เคยเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงทศวรรษ 1990 ก่อนจะชะลอตัวลงในช่วงกลางถึงปลายทศวรรษ 2000 จากปัญหาตลาดล้น คุณภาพลดลง และการละเมิดลิขสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ตลาดมังงะกลับมาเติบโตอีกครั้งตั้งแต่ปี 2013 และขยายตัวอย่างชัดเจนในช่วงโควิด-19
Jim Lee ทิ้งท้ายไว้ว่า
ปัจจุบันตลาดมังงะมีขนาดใหญ่กว่าอุตสาหกรรมคอมิกอเมริกัน และมองว่านี่คือสิ่งที่คอมิกตะวันตกควรศึกษา
.







