รีวิว

[รีวิว] Sonic Frontiers นิมิตใหม่ของเม่นสีฟ้าความเร็วแสง

การกลับมาของเจ้าเม่นที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคย

หมายเหตุ: การรีวิวนี้อ้างอิงมาจากตัวเกมเวอร์ชั่น Xbox Series X|S

พูดถึงเกม Sonic ในรูปแบบสามมิติแล้ว พักหลังที่ผ่านมาแฟนๆ ทุกคนต่างรู้สึกเจ็บปวดกับตัวเกมกันไม่น้อยเพราะว่าถึงแม้จะไม่มีเรื่องบั๊คใดๆ มากวนใจมากนัก แต่ด้วยการออกแบบโครงสร้างของเกมต่างๆ ก็ทำให้แฟนๆ ไม่ถูกใจเท่าไร โดยเฉพาะกับภาค Forces ที่มีการพิสูจน์ว่าเนื้อหาหลักของเกมมันดันจบได้แค่ในเวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงเท่านั้น และถ้าย้อนกลับไป Sonic Boom กับ Lost Worlds ก็ไม่ได้ทำให้แฟนๆ พอใจเท่าไรนัก

เมื่อมีการเปิดตัว Sonic Frontiers พร้อมยกเครื่องตัวเกมกันใหม่แบบหมดจดอย่างนี้ แน่นอนว่าชนักที่ติดแหง่กอยู่กับหลังของเจ้าเม่นสีน้ำเงินก็ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นในแบรนด์ จนกระทั่งเสียงตอบรับจากแฟนๆ ที่เข้าร่วมทดสอบก็พบว่ามันมีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จริงๆ โดยวันนี้เอง ThisIsGame Thailand ก็จะพาเพื่อนๆ ไปพิสูจน์กันว่าเกมภาคใหม่ล่าสุดนี้จะทำให้ทุกคนแฮปปี้สมกับการรอคอยหรือไม่ ว่าแล้วอย่ารอช้า ขอเชิญติดตามกันข้างล่างนี้เลยครับผม

image 4215

【การเดินทางครั้งใหม่】

image 4216

สำหรับเกมภาคนี้ Sonic และผองเพื่อนได้เดินทางมายังหมู่เกาะ Starfall Islands เพื่อตามสืบเรื่องราวของ Chaos Emerald อัญมณีล้ำค่าที่เกิดสูญหายกันอีกครั้ง ที่โดยมากก็ทราบกันดีในทุกๆ ภาคว่าถึงไม่หายไป ก็โดนทำลายจนแตกกระจุยเป็นเสี่ยงๆ ประจำอยู่แล้ว และขณะเดียวกัน ก่อนหน้านั้นทุกคนก็ไม่รู้เลยว่า Eggman ได้เคยมาที่นี่พร้อมทำอะไรบางอย่างจนเกิดเหล่าไททันโบราณโผล่ขึ้นมาเต็มไปหมด และในเวลาต่อมาเครื่องบินของทั้งสามก็ถูกดูดเข้าหลุมดำจนพลัดหลง

เนื้อหาจากที่สังเกตได้ก็จะพบว่าเป็นสไตล์เดิมๆ เลยนั่นคือตัวเอกไปช่วยแก้ปัญหาที่เหล่าร้ายสร้างขึ้นพร้อมปกป้องดินแดนจากการรุกราน ซึ่งบอกเล่ามาแบบเข้าใจง่ายอยู่ตามสไตล์เกมเลย และเราก็จะได้ทำความรู้จักกับเหล่าตัวละครเพิ่มเติมที่ปรากฏในเกมภาคนี้ตามจุดต่างๆ ด้วยเหมือนกัน แถมยังเป็นฉากพูดคุยแบบมีเสียงพากย์ทั้งหมดด้วยเหมือนกัน

【แผนที่สเกลใหญ่บิ๊กเบิ้มกว่าเดิมด้วยรูปแบบ Open-zone】

พื้นที่ที่ Sonic จะได้สำรวจและใช้เวลาอยู่ด้วยกันเป็นส่วนใหญ่ก็คือเกาะต่างๆ ในหมู๋เกาะ Starfall Islands ที่มาพร้อมไบโอมแตกต่างกัน โดยแผนที่แต่ละฉากยอมรับเลยว่าใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเห็นในเกม Sonic the Hedgehog แล้ว เพียงแค่ในเกาะแห่งแรกเราก็วิ่งได้ยาวๆ เป็นนาทีแล้ว โดยในจุดต่างๆ จะมีเส้นรางเหล็กให้เรากระโดดขึ้นไปสไลด์ตามราง ก็จะช่วยร่นเวลาไปได้เยอะ เช่นเดียวกับแท่นลอยฟ้าหรือความลับน่าสนใจที่สามารถสำรวจได้อย่างอิสระ

นอกจากนี้ยังมีจุดทำเควสต์ย่อยที่ไม่เหมือนกัน โดยจะสังเกตได้ว่ามีสัญลักษณ์โชว์ขึ้นบนหน้าจอการเล่นของเราอยู่แล้ว ภารกิจเสริมนี้อาจจะเป็นการวิ่งไปจากจุด A ไป B หรือการแก้พัสเซิลสนุกๆ ทั่วไป เมื่อทำเสร็จก็จะปลดล็อกชิ้นส่วนแผนที่ให้ อีกทั้งยังมีประตูหินโบราณเพื่อเข้าสู่ฉาก Cyberspace (จะกล่าวถึงในหัวข้อถัดไป) และบอสรองให้เราสู้เพื่อเก็บของตามทาง (ทว่าพอพูดถึงไซส์แล้ว บอสแต่ละตัวขนาดไม่เหมือนบอสรองเลย แป่ว) ตรงนี้สำคัญไม่น้อยเพราะว่าเราจะต้องฟาร์มค่าพลังเพิ่มเติมสำหรับการอัปเกรดความสามารถนั่นเอง

image 4217

【เกมเพลย์ การควบคุม】

การควบคุม Sonic ในภาคนี้มีการปรับปรุงใหม่เล็กน้อย แต่ว่าไม่ได้ยากจนเกินที่จะเรียนรู้ใหม่ โดยในฉากหลัก Sonic จะดูเหมือนว่าวิ่งช้ากว่าปกติ ซึ่งน่าจะเป็นเพราะต้องปรับให้บาลานซ์กับสัดส่วนของฉาก Sonic จะสามารถวิ่งไต่ภูเขาต่างๆ กดบูสต์ความเร็วเพื่อพุ่งตัว (มีเกจจำกัดพลัง) เช่นเดียวกับสกิลใหม่อย่าง Cyloop ที่จะทำให้ Sonic มีประกายสีฟ้าออกมา เมื่อวาดเป็นวงกลมแล้วในบางจุดจะทำให้มีของที่ซ่อนอยู่โผล่มา หรือถ้าไปสู้กับศัตรู ก็จะเป็นการทะลวงเกราะของพวกมันชั่วคราว ตรงนี้จัดได้ว่าเพลินดี และถ้าหากเราเข้าตาจนไม่มีเหรียญไว้เป็นพลัง HP ก็วิ่งวนเป็นวงกลมขนาดเล็กเพื่อซัมมอนเหรียญจากพื้นดินได้

image 4218

ถัดมาที่การควบคุมอีกแบบจะเป็นช่วงที่เราเข้าสู่ Cyberspace พื้นที่นี้จะเป็นประตูหินขนาดใหญ่ที่วางไว้ตามฉาก เมื่อเข้าไป จะเป็นฉากวิ่งเหมือนกับเกม Sonic ภาคสามมิติที่เราคุ้นเคย แต่ฉากดูเหมือนว่าจะเป็นโลกต่างมิติที่รวบรวมเอาองค์ประกอบของฉากในเกมภาคเก่าๆ ทั้ง Adventure 2 หรือ Sonic the Hedgehog 2006 มาดัดแปลงใหม่ เป็นทางสั้นๆ ตรงนี้แอบแซวนิดนึงว่าสั้นจริงเพราะว่าเหมือนทุกฉากจะเคลียร์ได้ง่ายๆ ในเวลาไม่ถึงนาทีครึ่ง

ทุกๆ ด่านใน Cyberspace จะมีภารกิจให้เราทำ 4 แบบ สามารถเลือกทำอะไรก่อนก็ได้ เช่นเก็บเหรียญในฉาก หรือเคลียร์ให้จบในเวลาจำกัด เมื่อเคลียร์จบก็จะได้ไอเทมกุญแจมา โดยไอเทมกุญแจนี้จะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เราสามารถเดินเควสต์เนื้อเรื่องต่อได้ อย่างไรก็ตามไม่ต้องกังวลว่าภารกิจรับกุญแจจะยาก เพราะถ้าปลดล็อกกุญแจใดแล้ว ก็ไม่ต้องทำเควสต์อีกรอบซ้ำสอง ทั้งนี้ถึงฉากจะดูสั้นไป แต่ก็ไม่ต้องกังวลเพราะมีให้ตามหากันหลายฉากต่อหนึ่งเกาะ และกว่าจะวิ่งวนทำกุญแจให้ครบก็คงใช้เวลาประมาณหนึ่งเลย

【ความแปลกใหม่】

จุดที่เพิ่มเข้ามาในเกมภาคนี้โดยเฉพาะก็คือระบบ Skill Tree ที่เราสามารถเก็บแต้มมาเพื่อปลดล็อกทักษะต่างๆ ให้กับ Sonic ส่วนมากแล้วจะเป็นความสามารถพิเศษที่ใช้ในฉาก Open-zone หรือแผนที่หลักเสียมากกว่า เช่นการเพิ่มท่าต่อสู้เป็นต้น แต่ก็มีบางสกิลที่นำไปใช้รวมกับฉาก Cyberspace เหมือนกัน อย่างการทำ Air Trick นอกจากนี้ในแผนที่เราอาจจะเจอคุณปู่ Elder Koco ที่ทำหน้าที่คล้ายกับ Hestu ในเกม Zelda: Breath of the Wild โดยเขาจะมอบพลังพิเศษแลกเปลี่ยนกับการตามหา Koco ที่หายตัวไป เช่นจำนวนเหรียญที่ถือได้ หรือความเร็วในการวิ่ง และ Hermit Koco ที่จะช่วยอัปเกรดพลังโจมตี – ป้องกัน

image 4219

【กราฟิก】

กราฟิกในเกมนี้ในส่วนของสภาพแวดล้อมของเกาะต่างๆ ใน Starfall Islands ถูกออกแบบมาให้ดูสมจริง แต่ก็เข้ากับโมเดลการ์ตูนๆ ของตัวละครในเกมนี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ส่วน Cyberspace นั้นจะให้ความรู้สึกคล้ายภาพความฝันมากกว่า ซึ่งสีสันจะไม่ได้สดใสแม้ว่าจะมีการออกแบบให้เหมือนกับฉากหลังในเกมภาคเก่าๆ ก็ตาม ทั้งนี้ก็ดูสวยงามดี 

ถัดมากับเสียงเพลงประกอบเวลาต่อสู้กับบอสรองตรงนี้ขอบอกเลยว่าชวนฮึกเหิมมากทีเดียว และใน Cyberspace เอาเข้าจริงก็เหมือนเป็นเพลงที่ไม่ได้โดดเด่นอะไร แค่ใส่มาเพื่อความตื่นเต้นธรรมดาเฉยๆ ในเรื่องการแสดงผลมีโหมดหวังผล 4K ที่มาพร้อมเฟรมเรตระดับ 40 – 50FPS ไม่ค่อยนิ่ง แต่ถ้าปรับ Performance Mode จะวิ่งเร็วปรู๊ดปร๊าดไม่งอแงเลยครับ

image 4220

【จุดติบางอย่าง】

image 4221

เป็นที่ทราบกันดีว่า Sonic Frontiers นับเป็นครั้งแรกที่ SEGA ขอทะเยอทะยานกับเกม Sonic the Hedgehog ดังนั้นแน่นอนว่าเมื่อต้องเปลี่ยนเกมเพลย์แบบนี้ก็คงเลี่ยงที่จะมีเรื่องของข้อผิดพลาดไม่ได้เนอะ โดยเราจะเห็นว่าเกมเจอ Pop-in หรือโมเดลที่แว๊บเข้ามาในฉากแบบฟึ่บฟั่บทันที ไม่ได้ใช้ระบบลวงตาหรือทำให้ภาพลางๆ เข้ามา ตรงนี้จะพยายามไม่ให้ดึงสายตาแต่ก็ทำได้ยากเหมือนกัน

ส่วนการออกแบบสถานที่ก็สวยดี แต่ต้องยอมรับว่าพอเรามีรางเหล็กอยู่ตามฉากเยอะๆ มันกลับดูเลอะๆ เทอะๆ ชวนเกะกะเสียอย่างนั้น นอกจากนี้ยังไม่มีระบบ Fast Travel ด้วย เข้าใจว่าอยากให้วิ่งกันเองเพราะ Sonic เป็นนักวิ่ง แต่ว่าแต่ละจุดมันก็ไกลกันเหลือเกิน นอกจากนี้ยังมีเรื่องบั๊คเช่นบอสรองบางตัวที่พอวิ่งหนีออกมาไกลๆ แล้ว เกมก็จะยังไม่ตัดเข้าสู่โหมดสำรวจ ทำให้ Sonic ต้องจำใจกระโดดลงเหวเพื่อรีเซ็ตค่าใหม่

【บทสรุป】

Sonic Frontiers เป็นสัญลักษณ์ของความพยายามคืนฟอร์มของซีรีส์นี้ในรูปแบบสามมิติที่ถึงแม้จะไม่ได้สมบูรณ์แบบนัก แต่จากการใช้เวลาเล่นก็พบว่าเกมมีของจริงๆ และชวนให้เรานึกถึงอนาคตของ Sonic ที่สดใสได้มากกว่าเดิมอย่างแน่นอน หากใครอกหักจากภาค Forces มาเจอภาคนี้ ผมมั่นใจว่าทุกคนจะต้องกลับมากรี๊ดกันแน่นอน และขณะเดียวกันสำหรับมือใหม่เองก็จะได้สนุกกับการเล่นที่ค่อนข้างง่ายด้วยเพราะมีการสอนเล่นกันเกือบตลอด โดยจะขึ้นระหว่างฉากโหลดไม่ต้องกลัวว่าจะเด้งแจ้งเตือนบ่อยจนรำคาญ

image 332

เรียกได้ว่าเพื่อนๆ คนไหนที่เป็นแฟนของ Sonic ไม่ต้องกังวลว่าจะเจอกับความผิดหวัง เพราะการกลับมาครั้งนี้นั้นยิ่งใหญ่สมกับสเกลของเกมแน่นอน โดยปัจจุบัน Sonic Frontiers วางจำหน่ายแล้ววันนี้บนอุปกรณ์เครือ PlayStation, Xbox และ Nintendo Switch กับ PC ใครสะดวกเครื่องไหนก็ไปโดนกันได้ และโอกาสหน้า ThisIsGame Thailand จะมีอะไรมาแบ่งปันก็ขอเชิญติดตามที่นี่เช่นเคยครับผม

GantaroZX

นักเขียนข่าววิดีโอเกมเชิงวิพากษ์ด้านสังคม วัฒนธรรม ศิลปะ | ผู้ใหญ่บ้านแห่ง Animal Crossing | ชอบกิน | ปากร้ายแต่ใจดี น่ารักอ่อนหวานคิขุ และแบ๊วกรุบ
Back to top button