รีวิว

[รีวิว] STAR OCEAN THE SECOND STORY R

คืนชีพเกมคลาสสิคในแบบโมเดิร์นโดนใจ

STAR OCEAN THE SECOND STORY R เป็นการเนรมิตเกม RPG สุดคลาสสิคจากเครื่องเล่น PSP ในรูปแบบ 2.5D ผสมผสานตัวละครพิกเซลสองมิติเข้ากับทัศนียภาพและเอฟเฟกต์โพลิกอนสามมิติสุดตระการตา โดยจะมีเนื้อหาครบถ้วนจากเวอร์ชั่นต้นฉบับทั้งหมด พร้อมเปลี่ยนแปลงระบบต่อสู้ใหม่ให้มีความทันสมัย การปรับเลือกเสียงพากย์สองภาษา เพลงประกอบแบบเวอร์ชั่นต้นฉบับ รวมไปถึงฟีเจอร์เพิ่มเติมที่ทำให้ประสบการณ์การเล่นยอดเยี่ยมมากขึ้น

และในโอกาสนี้ผู้เขียนได้มีโอกาสไปผจญภัยกับ Claude และ Rena มาแล้ว และผู้เขียนก็ไม่พลาดที่จะมานำเสนอรีวิวเกมที่น่าสนใจให้ทุกคนได้ติดตามกันครับ

อนึ่ง… การรีวิวนี้เกิดขึ้นบน PS5 หากผู้อ่านกลับมาอ่านในภายภาคหน้า ข้อสังเกตบางข้ออาจมีการแก้ไขเรียบร้อยแล้วก็เป็นได้

กราฟิก 2D Pixel ผสมผสาน 3D ที่เป็นเอกลักษณ์

ไม่พูดถึงกราฟิกภายในเกมนี้ไม่ได้จริง ๆ ครับกับหัวข้อแรกของรีวิวนี้ เพราะผู้เขียนการันตีเลยว่ากราฟิกภายในเกมนี้ทำออกมาได้แปลกตา แต่น่าประทับใจเป็นอย่างมากด้วยการผสมผสานกราฟิกตัวละครสไตล์ 2D Pixel เข้ากับกราฟิกพื้นหลังทั้งหมดแบบ 3D ทำให้กราฟิกภายในเกมนี้สวยงามมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครแบบสุด ๆ ทำให้การเล่นเกมนี้ค่อนข้างให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากเดิมอยู่พอสมควร

และถ้าหากใครกำลังคิดว่ากราฟิกแบบนี้จะทำให้เอฟเฟกต์ภายในเกมลดความอลังการลงไปด้วยล่ะก็คุณคิดผิดแล้วครับ เพราะเอฟเฟกต์ภายในเกมนี้เรียกได้ว่าจัดเต็มในระดับที่น่าพึงพอใจเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นเอฟเฟกต์จากการโจมตีธรรมดา ไปจนถึงสกิลต่าง ๆ ที่ทำออกมาได้สวยงาม และยิ่งสกิลแรงมากเท่าไหร่ เอฟเฟกต์ที่โชว์ออกมาก็ยิ่งอลังการมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

ปิดท้ายด้วยภาพ Portrait ของตัวละครที่วาดใหม่นั้นดูทันสมัยมากขึ้นเป็นอย่างมาก ซึ่งผู้เขียนเองที่ชอบภาพตัวละครแบบต้นฉบับอยู่แล้ว พอมาเจอแบบวาดใหม่ก็ยอมรับเลยว่าดูดีขึ้นอย่างมาก

ประสิทธิภาพการเล่นที่ลื่นไหลไม่มีสะดุด

ต่อเนื่องจากงานภาพของเกมนี้แล้ว สิ่งที่ต้องพูดในประเด็นต่อมาก็คือความลื่นไหลในการเล่นเกม เพราะบางเกมแม้ว่าจะใช้กราฟิกแบบพิกเซลแต่ถ้าขัดเกลาเกมออกมาได้ไม่ดี เกมก็กระตุกได้เช่นกัน แต่ไม่ใช่กับ STAR OCEAN THE SECOND STORY R ครับ เพราะว่าเกมนี้ใช้กราฟิกผสมผสานที่สวยงามแล้ว ความลื่นไหลในการเล่นเกมนี้ยังเรียกได้ว่าลื่นหัวแตกเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นการโหลดเกมที่รวดเร็ว, การเคลื่อนไหวของตัวละคร หรือฉากโดยรวมที่ไม่มีเฟรมเรตตกให้เห็น รวมไปถึงช่วงที่เอฟเฟกต์ปล่อยกันเต็มจอก็ไม่มีปัญหากระตุกกวนใจแต่อย่างใด ซึ่งผู้เขียนยกนิ้วให้เลยครับ

ระบบการต่อสู้ที่เข้าถึงง่าย แต่ลูกเล่นเยอะมาก

ระบบการต่อสู้พื้นฐานของเกม STAR OCEAN THE SECOND STORY R ก็คือ Action RPG ที่เราจะได้ควบคุมตัวละครของเราเข้าต่อสู้กับศัตรูในฉากต่าง ๆ โดยผู้เล่นสามารถเลือกการโจมตีได้ทั้งการโจมตีปกติ, การใช้สกิล, การหลบหลีกการโจมตีของศัตรู และการสลับตัวละครในการต่อสู้ ทำให้เกมนี้ถือได้ว่าเป็นเกมที่มีระบบการต่อสู้พื้นฐานที่เข้าถึงได้ง่ายมาก อย่างไรก็ตาม เกมนี้กลับใส่รายละเอียดในการต่อสู้เอาไว้เยอะมาก ๆ จนทำให้การต่อสู้ภายในเกมนี้ต้องใช้เวลาเรียนรู้อยู่พอสมควร และเมื่อไหร่ก็ตามที่เราเชี่ยวชาญแล้ว บอกได้เลยว่า “มันส์โคตร”

รายละเอียดที่เราจะได้เจอทำให้เกมนี้ไม่ใช่เกมแอ็กชั่นฟาดฟัน Hack’n Slash แบบไม่ต้องใช้สมองอีกต่อไป โดยเริ่มจากจุดพื้นฐานที่สุดก็คือ การเผชิญหน้ากับศัตรูบนแผนที่ต่าง ๆ ที่การเดินไปเผชิญหน้าเฉย ๆ อาจจะทำให้เราพลาดถึงตายได้ เพราะเกมนี้มาพร้อมระบบ Back Attack ที่จะเกิดขึ้นเมื่อเราเข้าปะทะศัตรูจากด้านหลัง ซึ่ง Back Attack จะทำให้ศัตรูเกิดอาการมึน อยู่นิ่ง ๆ ให้เราโจมตีได้ฟรี ๆ ทำให้เราได้เปรียบอย่างมาก แต่ในทางกลับกันหากเราโดน Back Attack ก็จะทำให้เรามึนและโดนโจมตีรัว ๆ ทำให้เรามีโอกาสแพ้สูงมาก ๆ

อีกหนึ่งจุดที่ผู้เขียนรู้สึกว่ามันคือเอกลักษณ์ของเกม JRPG ประเภทเกมกลยุทธ์ที่เกมนี้นำมาใช้งานด้วยก็คือระบบแพ้-ชนะทาง ที่ปกติจะมีเพียงการโจมตีได้แรงขึ้น 2 เท่าหากชนะทาง (หรือโดนแรงขึ้น 2 เท่าหากเราแพ้ทาง) และการโจมตีได้เบาลงครึ่งหนึ่งหากเราแพ้ทาง (หรือเราโดนดาเมจเบาลงครึ่งหนึ่งหากเราชนะทาง) แต่ภายในเกม STAR OCEAN THE SECOND STORY R ได้มีอีก 2 ระบบใส่เข้ามาก็คือการโจมตีที่ไม่เป็นผลเลย และการฟื้นฟู HP หากเราใช้ธาตุที่ศัตรูได้เปรียบ ทำให้การวางแผนในการต่อสู้ภายในเกมนี้ต้องใช้สมองมากกว่าเดิมเยอะมาก ๆ แม้ว่าอาจจะดูวุ่นวาย แต่ก็ท้าทายมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

ระบบที่ระบุไว้ด้านบนอาจจะไม่ใช่ระบบใหม่สำหรับเกม STAR OCEAN THE SECOND STORY R มากนักเพราะเป็นระบบที่มีมาตั้งแต่ Star Ocean: The Second Story ซึ่งจริง ๆ แล้วยังมีระบบอีกมากมายให้เราได้ใช้งานกันเยอะมาก ๆ ทั้งระบบการคราฟไอเทม, ระบบการอัปเกรดสกิล, ระบบการจัดฟอร์เมชั่นของทีม และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ภายในเกมภาคนี้ยังมีระบบน่าสนใจอย่าง Assault Action และ Break ซึ่งทำให้การต่อสู้ภายในเกมนี้ล้ำลึกมากยิ่งขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งผู้เขียนรู้สึกถึงความทุ่มเทของทีมพัฒนาเกมที่ไม่ได้ต้องการทำให้เกมนี้เป็นแค่เกม Remake ธรรมดา แต่ทำให้เกมนี้มีความล้ำลึกมากขึ้นกว่าเดิมในแง่ของเกมเพลย์ต่อสู้ ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเกมนี้ด้วย

ระบบ Break จะเป็นการทำให้ศัตรูเกราะแตกแล้วยืนมึนงงและดาเมจที่ได้รับก็จะสูงขึ้นชั่วขณะ ซึ่งระบบนี้ส่งผลต่อการต่อสู้เป็นอย่างมาก เพราะในหลาย ๆ ครั้งเราได้เจอกับศัตรูที่มีความแข็งแกร่งมาก ๆ แทนที่ผู้เขียนจะพยายามประเคนสรรพาวุธใส่มันแบบไม่ยั้ง ผู้เขียนลองเปลี่ยนเป็นการ Break ก่อนแล้วค่อยโจมตีรัว ๆ กลับมีประโยชน์มากกว่า และทำให้ผู้เขียนใช้ยาน้อยลง ตายน้อยลง และที่สำคัญก็คือบอสตายง่ายขึ้นมาก นั่นแปลว่าระบบนี้เพิ่มทางเลือกให้กับผู้เล่นในการต่อสู้กับศัตรูนั่นเอง

อีกหนึ่งระบบใหม่ที่ถูกเพิ่มเข้ามาภายในเกมภาคนี้ก็คือ Assault Action ซึ่งเป็นระบบโจมตีสนับสนุนจากสมาชิกตัวละครอื่น ๆ ที่ไม่ได้เข้าร่วมในการต่อสู้ ซึ่งผู้เขียนต้องขอบอกก่อนว่าโดยปกติแล้วเกม RPG ที่มีตัวละครมากกว่าตัวละครที่ใช้งานได้จริงในการต่อสู้ จะทำให้เราต้องเลือกตัวละครที่เหมาะสมกับสไตล์การเล่นของเรา ทำให้ปปฏิเสธไม่ได้ว่าจะต้องมีตัวละครบางตัวนั้นถูกลืมเลือนไปอย่างน่าเสียดาย แต่ระบบนี้จะทำให้ตัวละครเหล่านั้นมีประโยชน์และไม่ถูกลืมเลือน ซึ่งถือว่ามีประโยชน์มาก ๆ (และก็วุ่นวายมากเช่นกัน) ซึ่งระบบทั้งหมดนี้ทำให้เกมเพลย์ต่อสู้ภายในเกมนี้ตื่นเต้นยิ่งกว่าเก่า

เสียงประกอบที่ทำออกมาได้ดีทั้งเสียงพากย์ และดนตรี

อาจจะบรรยายให้เห็นภาพได้ยากหน่อยกับหัวข้อนี้ แต่ผู้เขียนขอยืนยันเลยว่าการที่เกม STAR OCEAN THE SECOND STORY R เปิดให้ผู้เล่นได้เลือกใช้เสียงพากย์ได้ 2 แบบ รวมไปถึงดนตรีประกอบที่มีให้เลือกแบบคลาสสิค และแบบเรียบเรียงใหม่ก็ยิ่งทำให้เกมนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น จนเรียกได้ว่าถ้าใครไม่รู้จักเกมนี้มาก่อน ก็ไม่คิดว่าเป็นเกม Remake แต่เป็นเกมที่พัฒนาขึ้นมาใหม่เลย

Private Action อีกหนึ่งระบบที่ไม่ควรมองข้าม

ภายในเกมนี้จะมีระบบที่เรียกว่า Private Action (PA) หรือช่วงเวลาที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้สำรวจแผนที่เพื่อเรียนรู้ข้อมูลอื่น ๆ เพิ่มเติมนอกเหนือจากการต่อสู้ ซึ่งระบบนี้จะทำเราได้พบกับข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับตัวละครมากขึ้น รวมไปถึงเราจะได้มีโอกาสตัดสินใจในเหตุการณ์ต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้เราได้พัฒนาความสัมพันธ์กับตัวละคร และได้รับไอเทมมาใช้งานอีกด้วย สิ่งที่ผู้เขียนประทับใจก็คือเมื่อเรากด Fast Travel เกมจะแจ้งเลยว่าแผนที่ไหนบ้างที่มีอีเวนต์ PA ให้เราได้ทำ ซึ่งเราสามารถเดินทางไปยังแผนที่ดังกล่าว สลับเข้าโหมด PA แล้วเดินไปตามสัญลักษณ์ที่ระบุบนแผนที่ได้เลย เป็นอะไรที่สะดวกสบายจริง ๆ ครับ

สรุปรีวิว

สำหรับผู้เขียน มองว่าเกม STAR OCEAN THE SECOND STORY R เป็นอีกหนึ่งเกม Remake ที่ผู้เขียนการันตีว่ามันคือเกมคลาสสิคที่โมเดิร์นลงตัวที่ผู้เล่นไม่ควรพลาดเป็นอันขาด ด้วยกราฟิกที่เป็นเอกลักษณ์, เกมเพลย์ที่สนุกสนาน และท้าทาย รวมไปถึงองค์ประกอบของเกมที่ได้รับการปรับปรุงขึ้นมาได้สมบูรณ์แบบจนเกมนี้เหมาะกับทุกคนทั้งเกมเมอร์หน้าเก่าที่เคยเล่นเกมนี้มาก่อน หรือเป็นเกมเมอร์หน้าใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสเกมนี้มาก่อน

ส่วนตัวผู้เขียนขออนุญาตให้คะแนนเกมนี้ที่ 9.5 เต็ม 10 ครับ ผู้เขียนขอย้ำว่า รีวิวนี้ รวมถึงคะแนนนี้เป็นมุมมองของผู้เขียนเท่านั้น แฟนเกมคนอื่น ๆ อาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกันก็ได้ครับ

จุดเด่น

– กราฟิกที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
– เพลง และเสียงพากย์ประกอบที่ลงตัว
– เกมเพลย์ต่อสู้ที่ลื่นไหล และท้าทาย
– ระบบใหม่ที่เพิ่มเข้ามาภายในเกม รวมไปถึงการปรับปรุงรายละเอียดทำให้เกมนี้ทันสมัยมากขึ้น
– ระบบ PA ที่ใช้งานได้ง่ายขึ้น และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ข้อสังเกต

– ต้องใช้เวลาเรียนรู้ระบบอยู่พอสมควร

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ Bandai Namco Entertainment Asia ที่เอื้อเฟื้อและสนับสนุนเกมมาให้เราได้รีวิวในครั้งนี้ด้วยครับ ส่วนครั้งหน้าจะเป็นเกมอะไรนั้น โปรดติดตามกันได้เลย…

สำหรับใครที่สนใจก็สามารถสั่งซื้อเกมได้ที่ BNEAs’ e-store :  [คลิก] และตัวแทนจำหน่ายในไทย

ภาพ Screenshots เพิ่มเติม

Youryu

นักผจญเกมที่ไม่จำกัดประเภทและแพล็ตฟอร์ม
Back to top button