รีวิวรีวิว / พรีวิว

[รีวิว] SpellForce: Conquest of Eo สงครามเวทมนตร์สยบปฐพี

เกมวางแผนธีมจอมเวทย์ ออกสำรวจโลก ทำเควสและปกครองดินแดน

หากคุณเป็นผู้เล่นเกมแนววางแผน หรือ RPG Turn-based สาย Strategy เราขอแนะนำเกม SpellForce: Conquest of Eo จากทีมผู้พัฒนา Owned by Gravity จัดจำหน่ายโดย THQ Nordic ซึ่งจะให้คุณรับบทเป็นมหาจอมเวทย์ผู้มากความสามารถ ปกป้องหอคอยของตัวเองจากการรุกรานของศัตรูต่างเผ่าพันธุ์ บอกเลยว่าคุณไม่ควรพลาดครับ

ภาพรวมของเกม SpellForce

image 4483

เกมนี้จัดว่าเป็นเกมแนว RPG Turn-based สาย Strategy เราจะได้รับบทเป็นจอมเวทย์ผู้ปกป้องหอคอยของตัวเองจากการรุกรานของเผ่าต่าง ๆ คุณสามารถใช้เวทมนตร์ของคุณสร้างกองทัพของตัวเอง ขยายดินแดนเพื่อเก็บเกี่ยวทรัพยากร ยึดครองพื้นที่ของศัตรู ออกสำรวจโลกอันกว้างใหญ่ไปพบกับศัตรูที่แข็งแกร่งขึ้น ทำเควสที่ได้รับมอบหมายทั้งเควสหลักและเควสรอง มีบทบาทให้เลือกเล่น 3 แบบใหญ่ ๆ ซึ่งจะมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกัน เลือกแผนที่ได้ตามต้องการ และเลือกระดับความยากของ AI ที่คุณต้องการจะต่อกรด้วย มาพร้อมระบบ Battle แบบ Turn-based ฉบับคลาสสิคที่ผลัดกันเดินเป็นตา ๆ และเดินเป็นช่อง ๆ มีระบบคราฟท์ไอเทมและ Unit ขึ้นมาเสริมทัพให้แข็งแกร่งขึ้นได้ เล่นไปจนกว่า Main Quest จะเสร็จทั้งหมดจึงจะถือว่าจบเกมครับ

มีตัวละครให้เลือกเล่น 3 สาย

image 4482

Alchemist – จะเป็นนักเวทย์สายคราฟท์ไอเทม มีจุดเด่นด้านการหาทรัพยากรในแผนที่โลก แล้วนำมาผลิตเป็นไอเทมสนับสนุนใน Battle

Necromancer – เป็นนักเวทย์สายเพิ่มปริมาณ Unit ไม่เน้นเก่ง แต่เน้นเยอะ ปั้น Unit ได้เร็ว กระจายอำนาจและสำรวจโลกได้กว้างขวาง

Artificer – เป็นนักเวทย์สายปั้่น Hero หาทรัพยากรเหมืองแร่เก่ง เอารูนมาสร้าง Unit ที่แข็งแกร่งมาก ๆ เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ

เกมเพลย์ใน World Map

image 4481

เกมนี้จะมีเกมเพลย์ที่ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ส่วนของ World Map และส่วนของ Battle ซึ่งในส่วนของ World Map นี้จะเป็นแผนที่โลกกว้าง ๆ ที่มีศูนย์กลางเป็นหอคอยที่เราต้องปกป้อง เราจะเริ่มต้นจากการที่มี Unit แค่ 1 ตัวหลัก 3 ตัวย่อย ถ้าเราอยากได้ Unit มาเล่นเพิ่มก็ต้องทำการซื้อโดยใช้เงิน หรือเจรจาต่อรองให้ศัตรูมาเป็นพวกเราให้ได้ ในส่วนของ World Map นี้เราจะสามารถเดินไปตรงไหนก็ได้ตามจำนวนก้าวของตัวละคร ถ้าเดินหมดก็ต้องจบเทิร์นแล้วจะเข้าสู่เทิร์นของศัตรู ซึ่งก็เป็นโอกาสที่ศัตรูจะเดินเข้ามาโจมตีเราโดยมีเป้าหมายแตกต่างกันไปตามโอกาส บางครั้งก็วิ่งเข้ามาตีหอคอยเราตรง ๆ บางครั้งก็อ้อมไปโจมตีที่อื่นก่อนก็มีครับ

ทำการ Research Spell ใหม่ ๆ

image 4480

ในส่วนของ World Map ถ้าเรายังไม่จบเทิร์น เราสามารถทำการ Research Spell ใหม่ ๆ ได้ โดย Spell นั้นจะมีอยู่หลากหลายรูปแบบ ใช้ในการสนับสนุนการเล่นของเราในสถานการณ์ต่าง ๆ ยิ่งเรามี Spell ให้เลือกใช้งานเยอะก็จะยิ่งได้เปรียบ แต่การที่เราจะมี Spell ในครอบครองเยอะ ๆ นั้นจำเป็นที่จะต้อง Research เสียก่อน ซึ่งการ Research ก็ทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่เปิดหนังสือ Grimoire ขึ้นมาแล้วเลือก Spell ที่ต้องการได้เลย บาง Spell อาจจะต้องมีทางผ่านในการปลดล็อก แต่บาง Spell ก็สามารถกด Research ได้เลย เราสามารถกด Research ได้เพียงครั้งละ 1 อย่างเท่านั้น หลังจากกดไปแล้วก็ต้องรอให้ผ่านเทิร์นไปจนกว่าจะ Research เสร็จ ดังนั้นการยื้อเวลาจึงเป็นสิ่งสำคัญ ช่วงที่ Spell ยังไม่เยอะก็อย่าเพิ่งบู๊หนักเกินไปนะครับ

ใช้ Spell มาสนับสนุนการเล่นของคุณ

image 4479

Spell หรือเวทมนตร์นั้นจะมีให้ใช้งานได้หลังจาก Research เสร็จแล้ว ซึ่งแน่นอนว่า Spell ของแต่ละตัวละครที่เราเลือกมาตั้งแต่เริ่มเกมนั้นจะมีความแตกต่างกันไปตามจุดเด่นของแต่ละคน ซึ่ง Spell นั้นจะต้องใช้ค่าใช้จ่ายที่เรียกว่า Mana สามารถหาได้ตามทรัพยากรบนแผนที่โลก และแต่ละ Spell ก็ใช้ Mana มากน้อยแตกต่างกันออกไป โดย Spell นั้นก็จะมีตั้งแต่ฮีล Unit ของเรา, ลดเกราะของศัตรู, ซัมมอน Unit พิเศษขึ้นมาใช้ และอื่น ๆ อีกมากมายแล้วแต่ว่าเราจะเลือกตัวละครไหนมาเล่น แต่ Spell ก็ต้องใช้เทิร์นในการร่ายเช่นเดียวกับการ Research แต่อาจจะน้อยหน่อยเช่น 1-2 เทิร์น ดังนั้นการที่เราจะใช้ Spell อย่าลืมคำนวณระยะเวลาร่ายเวทย์ก่อนนะครับ

เสริมทัพให้กับ Unit ด้วยการ Hiring

image 4478

Hiring คือระบบจ้างงาน หรือในภาษาเกมก็คือซื้อ Unit เพิ่มนั่นแหละครับ ซึ่งการซื้อจะใช้ Gold เป็นค่าใช้จ่ายในการจ้างงาน จะถูกหรือจะแพงขึ้นอยู่กับ Tier ของ Unit นั้น ๆ แน่นอนว่าซื้อแล้วก็ใช่ว่าจะได้เลย เราจะต้องรอระยะเวลาในการซื้อตาม Tier เช่น ถ้าเราซื้อ Tier 1 ก็จะรอแค่ 2 เทิร์น แต่ถ้าซื้อ Tier 2 ก็จะรอ 4 เทิร์น แต่ว่าเก่งกว่า Tier 1 เป็นต้น ซึ่ง Unit ย่อย ๆ เหล่านี้จะสามารถรวมกลุ่มกันได้สูงสุด 4 ตัวละคร (ยกเว้นตัว Hero ที่จะรวมกลุ่มถึง 5 ตัวได้) โดยจุดเกิดของ Unit ใหม่ที่ซื้อมาจะโผล่อยู่ที่หอคอยหลักของเราครับ

สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกด้วยระบบ Artificing

image 4477

ระบบ Artificing หรือเรียกง่าย ๆ ว่าระบบคราฟท์นั่นแหละ ซึ่งระบบนี้จะคราฟท์ได้ทั้ง Unit, Item และ Glyph โดยจะมีความจำเป็นแตกต่างกันไปและตรงนี้แหละคือส่วนที่แตกต่างอีกส่วนของตัวละครที่เลือกมาในตอนแรก โดย Unit ก็คือตัวละครที่เอาไว้เสริมทัพในการต่อสู้, Item คือของที่เอาไว้ใช้ในการต่อสู้ อาจจะเอาไว้ฮีล ทำดาเมจ หรืออื่น ๆ แล้วแต่ของ, และ Glyph คือหินอัพเกรด ที่จะเอาไว้ใส่ในการสร้าง Unit ยิ่ง Glyph ดีเท่าไหร่ การคราฟท์ Unit ก็จะยิ่งแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นนั่นเอง ระบบ Artificing สามารถเก็บไอเทมที่หาได้ตามแผนที่โลกมาทำการคราฟท์ให้ผลลัพธ์ออกมาดียิ่งขึ้น ยิ่งเราฟาร์มไปได้ไกล มีไอเทมดี ๆ มากขึ้น ก็ยิ่งคราฟท์ของที่ทำให้เราได้เปรียบมากขึ้นนั่นเอง

เกมเพลย์ในระบบ Battle

image 4476

ระบบ Battle คือระบบที่เราจะได้เล่นก็ต่อเมื่อตัวละครใน World Map ของเราเดินไปปะทะกับศัตรูที่อยู่บนแผนที่เช่นกัน ซึ่งเราจะสามารถเลือกได้ว่า Skip ไปเลยแต่ AI จะไม่ค่อยฉลาดเท่าไหร่ หรือเราจะเล่นเองแต่สามารถใช้สกิลและไอเทมต่าง ๆ ได้และมีกลยุทธ์มากขึ้น ถ้าเราเล่นเองตัวเกมก็จะตัดเข้าสู่ Battle เป็นแผนที่เล็ก ๆ ที่มีช่องระบุการเดินเอาไว้ แบ่งเป็นสองฝ่ายคือฝ่ายเราและศัตรู จากนั้นก็เริ่มต่อสู้กัน โดยเราสามารถควบคุมตัวละครฝ่ายเราได้เมื่อถึงเทิร์นของเรา เราสามารถเดิน ป้องกัน โจมตี ใช้สกิล ใช้ไอเทม ได้ตามต้องการ และเมื่อหมดเทิร์นก็จะถูกเปลี่ยนเป็นฝ่ายศัตรู ระบบ Battle นี้ ถ้าใครเล่นนักเวทย์สายคราฟท์ไอเทม การต่อสู้ด้วยการเล่นมือก็จะได้เปรียบเพราะใช้ของได้เยอะครับ

เดิน ๆ อยู่แล้วเจอ Event ก็ได้เหมือนกัน

image 4475

สำหรับผู้เล่นที่เป็นสายสำรวจโลก ชอบเดินเตร่ไปทั่วแล้วคอยดูว่ามีอะไรน่าสนใจบ้าง นอกจากแผนที่โลกจะกว้างใหญ่และมีอะไรซุกซ่อนอยู่ตามมุมต่าง ๆ แล้ว นอกเหนือจากสิ่งที่เห็นด้วยตา ก็มีโอกาสเจอ Event แบบ Random ได้เหมือนกัน โดยการมาเยือนของ Event นั้น ตัวละครของเราที่กำลังเดินอยู่จะหยุดเดินและปรากฎ Dialog ขึ้นมาให้อ่านว่าเจออะไร นอกจากนี้เรายังมีส่วนร่วมกับ Event ได้ด้วยการเลือกเส้นทางที่ต้องการ จะสู้หรือจะหนี จะขโมยหรือจะช่วยเหลือ ทุกอย่างในการตัดสินใจล้วนส่งผลเสมอ บางครั้งก็เจ็บตัวฟรี บางครั้งก็ได้ไอเทมฟรี ๆ แล้วแต่ดวงและสถานการณ์ Event จึงเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ และคุณไม่มีทางรู้เลยว่าเลือกอะไรถึงจะถูกต้อง อันนี้แล้วแต่คุณพิจารณาเลยครับ

จุดเด่น

– เป็นเกม RPG Turn-based สาย Strategy ที่มี Skip Battle ทำให้ไม่ต้องรอนาน เล่นได้เรื่อย ๆ
– โลกกว้าง มีแผนที่ให้เลือกเล่นหลากหลาย เหมาะแก่การสำรวจ ให้ความตื่นเต้นอยู่เสมอ
– มีระบบ Random Event ที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในทุกย่างก้าว เลยทำให้การเล่นแต่ละครั้งไม่เหมือนเดิม
– นักเวทย์แต่ละสายมีจุดเด่นที่แตกต่างกันชัดเจน มีสมดุลบาลานซ์ ไม่มีสายไหนเก่งกว่าใคร

image 4474

จุดสังเกต

– เกมนี้เป็นเกมที่มีระบบค่อนข้างเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร จึงไม่สามารถใช้ความรู้ของเกมอื่นมาเล่นเกมนี้ได้
– เป็นเกม Strategy ที่ต้องอ่านเยอะมากถึงจะเข้าใจเกมเพลย์

image 4473

และนี่ก็คือรีวิวของ SpellForce: Conquest of Eo นะครับ อย่างไรก็ตาม รีวิวนี้ก็เป็นเพียงการรีวิวจากช่วงทดสอบแต่เพียงเท่านั้น ไม่แน่ว่าในช่วงเกมวางจำหน่ายหรือเปิดตัวอย่างเป็นทางการ อาจมีเกมเพลย์หรือระบบใหม่ ๆ ตัวละครใหม่ ๆ มาให้เพื่อน ๆ เลือกเล่นก็เป็นได้ครับ โดยเกมนี้จะวางจำหน่ายในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2023 ที่ผ่านมาในร้านค้า STEAM ลองซื้อมาเล่นกันได้นะครับ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ THQ Nordic ที่เอื้อเฟื้อและสนับสนุนเกมมาให้เราได้รีวิวกันในครั้งนี้ด้วยครับ และหากใครต้องการซื้อเกมนี้ไปเล่น สามารถสั่งซื้อได้ที่นี่เลย  >>คลิก<<

MakinoJou

คนธรรมดาผู้ชื่นชอบ Japanese Culture, Games, Anime และ Vtuber
Back to top button