คอนโซล / พีซีรีวิวรีวิว / พรีวิว

[รีวิว] GreedFall: The Dying World ก้าวที่กล้าของทีมพัฒนา Spiders

ระบบเกมเพลย์ที่พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์แฟรนไชส์

หากใครเป็นเกมเมอร์ที่หลงใหลในกลิ่นอายของเกม RPG ยุคคลาสสิก ที่อัดแน่นไปด้วยเนื้อเรื่องทางการเมืองอันเข้มข้น การหักหลัง และทางเลือกที่ส่งผลกระทบต่อโลกในเกม ชื่อของสตูดิโอ Spiders คงเป็นชื่อที่คุ้นเคยเป็นอย่างดี หลังจากความสำเร็จของ GreedFall ภาคแรกที่วางจำหน่ายไปเมื่อปี 2019 พวกเขาก็ได้กลับมาอีกครั้งกับ GreedFall: The Dying World ซึ่งเพิ่งหลุดพ้นจากช่วง Early Access และวางจำหน่ายเวอร์ชัน 1.0 ตัวเต็มไปเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2026

การกลับมาครั้งนี้ของ Spiders เป็นหนึ่งในสิ่งที่น่าสนใจที่สุดของวงการ เพราะพวกเขาไม่ได้แค่ทำภาคต่อที่ขยายสเกลให้ใหญ่ขึ้น แต่เลือกที่จะรื้อระบบเกมเพลย์ที่เป็นหัวใจหลักทิ้ง และประกอบมันขึ้นมาใหม่ทั้งหมด นี่คือเกมที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน ความกล้าหาญ และแน่นอน… บาดแผล เราพาคุณไปชำแหละทุกซอกทุกมุมของทวีป Gacane กันครับ

พลิกบทบาทการเล่าเรื่อง: จากผู้ล่าสู่เชลย

หากภาคแรกคือการรับบทเป็น De Sardet นักการทูตผู้สูงศักดิ์ที่เดินทางไปบุกเบิกเกาะลึกลับ Teer Fradee ในภาค The Dying World นี้ ครั้งนี้ถูกพลิกกลับตาลปัตรแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ตัวเกมพาเราย้อนเวลากลับไป 3 ปีก่อนเหตุการณ์ในภาคแรก และให้เรารับบทเป็น ชนพื้นเมืองแห่ง Teer Fradee ที่โชคร้ายถูกกองกำลังต่างชาติจับตัวมาเป็นเชลย และถูกลากข้ามน้ำข้ามทะเลมายัง ทวีปเก่า (Old Continent) หรือ Gacane ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเหล่าผู้รุกราน

tig-greedfall-the-dying-world-review

การเปลี่ยนมุมมองนี้คือความคิดขั้นสุดของทีมเขียนบท เพราะมันทำให้เราได้เห็นโลกของ GreedFall ในมุมมองของคนนอกและผู้ถูกกดขี่อย่างแท้จริง ทวีป Gacane ไม่ใช่ดินแดนแห่งความเจริญรุ่งเรืองอย่างที่พวกนักการทูตในภาคแรกพร่ำบอก แต่มันคือทวีปที่กำลังจะตายอย่างช้า ๆ เต็มไปด้วยความเสื่อมโทรม สงครามแย่งชิงอำนาจระหว่างขั้วอำนาจต่าง ๆ และที่เลวร้ายที่สุดคือโรคระบาดมรณะที่เรียกว่า Malichor ที่กำลังคร่าชีวิตผู้คน

tig-greedfall-the-dying-world-review

ในฐานะชนพื้นเมืองที่มีพลังเวทมนตร์เชื่อมโยงกับธรรมชาติ เราต้องหาทางเอาชีวิตรอด ค้นหาอิสรภาพ และเข้าไปพัวพันกับเกมการเมืองระดับทวีป เนื้อเรื่องนำเสนอความขัดแย้งทางศีลธรรมได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่มีฝ่ายไหนดีร้อยเปอร์เซ็นต์หรือเลวร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกการตัดสินใจของเรา ไม่ว่าจะเลือกช่วยใครหรือหักหลังใคร จะส่งผลกระเพื่อมต่อเนื้อเรื่องและฉากจบอย่างชัดเจน นี่คือจุดแข็งที่สุดที่ทำให้ GreedFall: The Dying World ยืนหยัดทัดเทียมกับเกม RPG ระดับ AAA ได้สบาย ๆ

ระบบต่อสู้ Real-Time with Pause (RTwP): ดาบสองคม

มาถึงสิ่งที่เราต้องพูดถึง นั่นคือระบบการต่อสู้ ภาคแรกนั้นเป็นเกม Action RPG ที่เน้นการกลิ้งหลบ ฟัน และยิงปืนแบบเรียลไทม์ แต่ใน The Dying World ทีมงาน Spiders ตัดสินใจหักดิบ เปลี่ยนมาใช้ระบบ Real-Time with Pause (RTwP) หรือการต่อสู้แบบเรียลไทม์ที่สามารถกดหยุดเวลาเพื่อสั่งการได้ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเกมระดับตำนานอย่าง Dragon Age: Origins

tig-greedfall-the-dying-world-review

เมื่อเข้าสู่การต่อสู้ เราสามารถซูมกล้องออกเป็นมุมมองแบบ Tactical View (มุมสูง) กดหยุดเวลาเพื่อประเมินสถานการณ์ สั่งให้เพื่อนร่วมทีมคนนึงวิ่งไปแทงค์ สั่งให้อีกคนฮีล และสั่งให้ตัวเราเองลอบไปตุ๋ยหลังศัตรู ฟังดูเหมือนเป็นความฝันของสายวางแผน (Tactical RPG) ใช่ไหม ?

แต่ในความเป็นจริง การนำเสนอของระบบนี้กลับเต็มไปด้วยความไม่ต่อเนื่อง ปัญหาหลักไม่ได้อยู่ที่ตัวระบบ แต่อยู่ที่ความลื่นไหลแอนิเมชันการโจมตีและการเคลื่อนที่ของตัวละครดูแข็งกระด้างและขาดน้ำหนักอย่างรุนแรง เวลาสั่งให้ตัวละครเดินไปจุดที่กำหนด บางครั้ง AI ก็จะเดินติดหิน ติดกำแพง หรือเดินวนไปมาจนโดนศัตรูตีตายฟรี ๆ ยิ่งถ้าเล่นบนเครื่องคอนโซลการใช้จอยเพื่อเลื่อนเคอร์เซอร์เลือกเป้าหมายและสั่งการในจังหวะที่ศัตรูบุกเข้ามาพร้อมกันหลายตัว จะให้ความรู้สึกชุลมุนเอามาก ๆ

tig-greedfall-the-dying-world-review

อย่างไรก็ตาม หากก้าวข้ามกำแพงความหงุดหงิดในช่วงแรกไปได้ และเริ่มปลดล็อกสกิลใน Skill Tree ที่ลึกซึ้งขึ้น ระบบนี้จะเริ่มเผยความสนุกออกมา การได้ผสมผสานคอมโบระหว่างตัวละครในปาร์ตี้เพื่อล้มบอสใหญ่ ให้ความรู้สึกฟินและท้าทายสมองมากกว่าการกดปุ่มฟันรัว ๆ ในภาคแรกมากนัก

ระบบ Companions และสายสัมพันธ์: หัวใจหลักที่พยุงเกม

ถ้าจะมีอะไรที่ชดเชยระบบต่อสู้ได้ สิ่งนั้นคือเหล่าเพื่อนร่วมทางหรือ Companions ในภาคนี้เราสามารถจัดปาร์ตี้ลงสนามได้สูงสุด 4 คน (ตัวเรา 1 + เพื่อน 3) ซึ่งเพื่อนแต่ละคนไม่ได้เป็นแค่หุ่นกระบอกที่เดินตามเราต้อย ๆ แต่พวกเขาคือตัวแทนของกลุ่มอำนาจและเผ่าพันธุ์ต่าง ๆ ในโลกของ Gacane

tig-greedfall-the-dying-world-review

พวกเขาจะมีทัศนคติ มีอุดมการณ์ และมีเควสต์ส่วนตัว (Companion Quests) ที่เขียนออกมาได้ลึกซึ้ง บางเควสต์อาจบังคับให้เราต้องเลือกระหว่างความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผลประโยชน์ของส่วนรวม และแน่นอนว่าระบบ จีบตัวละคร (Romance) ก็ถูกใส่เข้ามาอย่างจัดเต็มและมีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น การปฏิสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนในปาร์ตี้เวลาเดินสำรวจ (Party Banter) ก็ทำออกมาได้มีชีวิตชีวา พวกเขาจะเถียงกัน แซวกัน หรือแม้แต่วิจารณ์การตัดสินใจของเราตลอดเวลา ทำให้การเดินทางในทวีปที่มืดมนนี้ไม่เงียบเหงาจนเกินไป

ตัวเลือกในการเล่นที่อิสระ

GreedFall: The Dying World ไม่ได้บังคับให้เราต้องชักดาบออกมาฟาดฟันเสมอไป สมกับความเป็นเกม RPG พันธุ์แท้ ตัวเกมเปิดโอกาสให้เคลียร์ภารกิจได้หลากหลายวิธีมาก ๆ ผ่านระบบ Attribute และ Talent ที่อัปเกรด

tig-greedfall-the-dying-world-review
  • สายเจรจา (Charisma): สามารถใช้ฝีปากในการเกลี้ยกล่อม ทรงอิทธิพล ข่มขู่ หรือแม้แต่ติดสินบนยามรักษาการณ์เพื่อผ่านทางได้โดยไม่ต้องเสียเลือดเนื้อ
  • สายลอบเร้น (Stealth/Agility): เกมมีระบบ Stealth ที่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น สามารถย่องเบา สะเดาะกุญแจ หรือมุดเข้าทางช่องลมเพื่อลอบเข้าไปขโมยเอกสารสำคัญได้
  • สายคราฟต์ (Crafting/Science): สามารถผสมระเบิด สร้างยาพิษอาบอาวุธ หรือซ่อมแซมกลไกต่าง ๆ ในฉากเพื่อสร้างความได้เปรียบ
tig-greedfall-the-dying-world-review

ความหลากหลายในการเข้าถึงเป้าหมายนี้แหละ คือเสน่ห์ที่เกม RPG ยุคใหม่หลายเกมหลงลืมไป แต่ Spiders ยังคงรักษามันไว้และทำได้ดีเยี่ยม ทำให้การเล่นซ้ำของเกมนี้สูงมาก เพราะแต่ละสายอาชีพจะให้ประสบการณ์และทางออกของเควสต์ที่ต่างกันไปเลย

ภาพสวยได้แม้เทคโนโลยีไม่ใหม่ที่สุด

ในด้านของกราฟิก The Dying World ขับเคลื่อนด้วย Spiders’ Silk Engine ตัวเก่งของค่าย สิ่งที่พวกเขาทำได้ยอดเยี่ยมระดับ Masterpiece คือ Art Direction หรือการออกแบบศิลป์ ทัศนียภาพของทวีป Gacane นั้นสวยงามแต่งามแบบหดหู่ เมืองหลวงที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปศตวรรษที่ 17 ที่เต็มไปด้วยความสกปรก สลัมแออัด ตัดกับปราสาทราชวังที่หรูหราอลังการ ไปจนถึงป่าลึกที่เต็มไปด้วยสัตว์ประหลาด ทุกสถานที่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันและมีเอกลักษณ์ การจัดแสงและเงาทำได้ดีขึ้นกว่าภาคแรกมาก

tig-greedfall-the-dying-world-review

จุดอ่อนดั้งเดิมของค่ายนี้ก็ยังคงตามมาหลอกหลอน นั่นคือโมเดลตัวละครและแอนิเมชันใบหน้าในฉากคัตซีนสนทนาที่ควรจะดึงอารมณ์ดราม่าขั้นสุด เรากลับต้องมานั่งดูตัวละครที่ทำหน้าแข็ง ๆ ตาเบิกโพลง และขยับปากไม่ค่อยตรงกับเสียงพากย์ ซึ่งมันทำลายความอินไปพอสมควรเลยทีเดียว

บทสรุป

GreedFall: The Dying World ไม่ใช่เกมที่เพอร์เฟกต์ มันเป็นเกมที่มีรอยด่างพร้อยอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกำแพงความยากในการปรับตัวเข้ากับระบบต่อสู้แบบ RTwP และปัญหาทางเทคนิคสไตล์เกมระดับ AA ที่ยังคงมีให้เห็น

แต่ถ้าเป็นเกมเมอร์ที่สามารถมองข้ามข้อเสียเหล่านั้นได้ และให้ความสำคัญกับเนื้อเรื่องที่เข้มข้น การสร้างโลกที่ละเอียดลออ อิสระในการแก้ปัญหาแบบ RPG ขนานแท้ และสายสัมพันธ์ของตัวละครที่ลึกซึ้ง เกมนี้คืออัญมณีล้ำค่าที่จะหลงรักมันอย่างหมดหัวใจ มันคือการสืบทอดจิตวิญญาณของเกมอย่าง Dragon Age: Origins ในยุคที่ค่ายเกมยักษ์ใหญ่หันไปทำเกมแอ็กชันกันหมด การกล้าที่จะก้าวเดินในเส้นทางที่แตกต่างของสตูดิโอ Spiders ในครั้งนี้ สมควรได้รับคำชมและการสนับสนุนจากแฟนบอยสาย CRPG อย่างแท้จริง

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button