นั่นนายหรอพี่ชาวี: พาส่องการเมืองไม่ใส่สูท เมื่อเกมกลายเป็นภาษาทางการเมือง
และนักการเมืองต้องลงมาเล่นในเลนเดียวกับประชาชน

การเมืองสมัยนี้ ถ้าอธิบายแบบให้เห็นภาพแบบเข้าใจง่ายที่สุด มันเหมือนมีม
“พี่ชาวี พี่จะใส่สูทมาทำไม!” จาก น้ำตากามเทพ
การใส่สูทไม่ได้ผิดนะ แค่มันหลุดจากบริบทความจำแบบเก่า เหมือนแต่งตัวมาผิดที่ ผิดเวลา
ลองนึกภาพดู… ในวันที่คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตอยู่บนฟีดมากกว่าหน้าจอทีวี มือเล่นเกม หูใส่หูฟังฟังพอดแคสต์ เดอะโกสต์ ระหว่างรอรถไฟฟ้า ถ้าการเมืองยังเปิดฉากมาด้วยภาพนักการเมืองยืนหลังโพเดียม ใส่สูทเข้ม ผูกไทแน่น พูดศัพท์ราชการยาวเป็นย่อหน้า มันก็ไม่แปลกเลยที่หลายคนจะรู้สึกว่า “โอเค… เดี๋ยวก่อนเลือกตั้ง ค่อยมาฟัง” แล้วสุดท้ายก็ลืม เลือกใครก็เหมือนกันแหละ
ดังนั้นในยุคนี้ นักการเมืองหลายๆ คนเลยเริ่มถอดสูท ลงจากเวทีใหญ่ แล้วค่อย ๆ เดินเข้ามาในเซิร์ฟเวอร์ที่หลายคนรู้สึกคุ้นเคยกว่า นั่นคือ “เซิร์ฟเวอร์เกม” ที่ไม่ใช่ว่าเข้ามาแล้วจะมาผัดข้าวผัด
Table of Contents
🎮 เกมไม่ใช่กิจกรรมฆ่าเวลา 🎮
🎮 ถ้ามองจากคนนอก เกมอาจยังถูกจัดไว้ในหมวดเดียวกับกิจกรรมฆ่าเวลา เลิกเรียนก็เล่น รวมตี้กับแคลน นั่งจ้องจอ กดจอย กดคีย์บอร์ดวนไปมา แล้วสังคมก็สรุปง่าย ๆ ว่า “คนติดเกม โตไปไม่รู้จะทำอะไรได้”
🎮 ซึ่งความเป็นจริง ปฏิเสธไม่ได้ว่าเบื้องหลังเกมหนึ่งเกมไม่ได้มีไว้แค่ให้ความบันเทิงอีกต่อไปในยุคนี้ มันคือพื้นที่ทำมาหากิน พื้นที่พักใจ และพื้นที่ที่คนจำนวนมากเติบโตขึ้นมา แม้แต่นักการเมืองหลาย ๆ คนก็ออกมายอมรับตรง ๆ ว่าตัวเองก็ติดเกมอย่างหนัก และเซิร์ฟเวอร์เกม เป็นเหมือนโลกอีกใบของเขา
.
🔴 พรรคแดง said คิดแบบอุตสาหกรรม ไม่ใช่คิดแบบของเล่น 🔴
🔴 หนึ่งในสัญญาณที่เห็นได้ชัดว่า เกมไม่ใช่แค่ของเล่นเพื่อความบันเทิง คือการที่พรรคเพื่อไทย และคนในวงการเกม เข้าไปหารือกับ TGA เพื่อผลักดัน พ.ร.บ. อุตสาหกรรมเกม ไม่ได้หยุดอยู่แค่การพูดว่าเกมสำคัญหรือไม่สำคัญ แต่ลงลึกถึงโครงสร้างจริง ตั้งแต่กฎหมาย เงินทุน ไปจนถึงการสร้างระบบรองรับคนทำเกมไทยในระยะยาว ทั้งทีมเล็ก ทีมอินดี้ ไปจนถึงเทคโนโลยีอย่าง AR และ VR
🔴 ถ้าอธิบายเป็นภาษาเกม นี่ไม่ใช่การแจกไอเทมช่วงต้นเกมเพื่อเรียกคนเข้าเซิร์ฟเวอร์ และไม่ใช่การแข่งกันปล่อยสกินสวย ๆ เพื่อดึงคนจะหนีไปอีกเกม แต่มันคือการ “ปรับแพตช์ระบบทั้งเกม” เพื่อให้ผู้เล่นในวงการอยู่ได้จริง เล่นต่อได้ยาว และเปลี่ยนเกมให้กลายเป็นอาชีพที่มั่นคง ไม่ใช่ความฝันชั่วคราว
🔴 ยิ่งเมื่อหนึ่งในแคนดิเดตนายกอย่าง เชน ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เคยใช้เกมอย่าง Need for Speed: Most Wanted ทำงานวิจัยจริง ภาพของเกมในฐานะ “ของเล่นหลังเลิกเรียน” ก็เลือนลางลง และถูกแทนที่ด้วยภาพของ “งานจริง” ที่มีคุณค่า มีผลลัพธ์ และควรถูกนับอย่างจริงจังในระบบเศรษฐกิจเดียวกับอุตสาหกรรมอื่น ๆ

.
🟠 พรรคส้ม said เมื่อประสบการณ์ผู้เล่น กลายเป็นสารนโยบาย 🟠
🟠 ในอีกฝั่ง พรรคประชาชนก็เลือกเล่าเรื่องเกมแบบไม่ต้องอ่านโพยหรือมีสไลด์ แต่หยิบประสบการณ์ของคนเล่นเกมจริง มาเป็นตัวตั้ง โดยนำเสนอผ่านคลิปสั้น และใช้ภาษาโซเชียลที่เข้าถึงง่าย
🟠 คลิปของ แม็กกี้ ศุทธสิทธิ์ พจน์ฐศักดิ์ ผู้สมัคร สส. นครราชสีมา เขต 3 เปิดมาด้วยอินโทรที่เกมเมอร์ และสายแอนิเมะคุ้นหูทันที
arittake no yume wo kakiatsume
sagashimono wo sagashi ni yuku no sa
One Piece

🟠 แค่ขึ้นอินโทรมาก็รู้สึกทันทีว่านี่ไม่ใช่คลิปหาเสียงแบบเดิม ๆ ก่อนจะค่อย ๆ พาไล่แตะปัญหาที่คนในวงการเกมเจอกันจริง
🟠 พอรวมกับโมเมนต์ของ เท้ง ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ที่ออกมาเล่าว่าเคยเล่น Counter-Strike, Winning, DotA และ Candy Crush Sagaในไลฟ์ 9arm ภาพนักการเมืองใส่สูทตึง ๆ ที่เคยดูห่างไกลก็เริ่มเลือนหาย กลายเป็นคนที่เคยผ่านด่านเดียวกับเรา เคยรู้จักคำว่าแพ้ ชนะ และหัวร้อนเหมือนกัน

🟠 ขณะเดียวกัน ก็มีนักการเมืองอีกคนอย่าง ท็อป ชุติพงศ์ พิภพภิญโญ สส. ระยอง เขต 4 ที่มองเกมไกลไปกว่านั้น ไม่ใช่แค่ในฐานะวัฒนธรรมของคนเล่น แต่ในฐานะอุตสาหกรรมที่รัฐปล่อยให้เม็ดเงินไหลออกนอกประเทศมานาน ตั้งแต่ลิขสิทธิ์ การแข่งขัน ไปจนถึงโอกาสของคนทำเกมไทย พร้อมตั้งคำถามตรง ๆ ว่า “หากจะพูดถึง Soft Power อย่างจริงจัง เกมควรถูกวางไว้ตรงไหน และใครควรเป็นคนรับผิดชอบ”
.
🦖 พรรคพี่เต้ said พี่ไม่ได้มาเอามง พี่มาเอามีม 🦖
🦖 อีกหนึ่งชื่อที่ถูกพูดถึงในประเด็นเกมบนเวทีการเมือง คือ เต้ มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส. พรรคไทยศรีวิไลย์ ก็ผุดนโยบาย แจกงบเติมเกม 2,000 บาท เพื่อฝึกทักษะสมอง คลายเครียด และปั้นเส้นทาง E-Sport
ถ้าเกมฝึกการตัดสินใจ การทำงานเป็นทีม และความคิดเชิงระบบ แล้วทำไมรัฐจะสนับสนุนไม่ได้ ?
🦖 จะ MOBA ที่ฝึกวางแผน
🦖 จะ Roblox ที่พาเด็กจากผู้เล่นไปเป็นผู้สร้าง
🦖 หรือแม้แต่กาชาที่หลายคนแซวว่าไร้สาระ
🦖 ทั้งหมดถูกดึงมาเล่าในฐานะ ทักษะ เศรษฐกิจ และสุขภาพใจ ไม่ใช่แค่ความบันเทิง

.
🧩 ยังไม่ใช่นโยบาย แต่คือ Demo 🧩
🧩 สิ่งที่น่าสนใจคือ แนวทางที่กล่าวไปนั้นยังไม่ได้ชูป้ายว่า “นี่คือนโยบายเลือกตั้งฉบับเต็ม” แต่มันทำหน้าที่เหมือน Demo ก่อนเกมวางขายจริง ให้คนลองเดิน ลองดูระบบ ลองสัมผัสทิศทาง
.
💥 เกมไม่ใช่ฉากหลังอีกต่อไป 💥
💥 สิ่งที่หลายคนอาจยังไม่ทันสังเกตคือ พอเกมถูกดึงเข้ามาอยู่ในบทสนทนาทางการเมือง มันไม่ได้เป็นแค่หัวข้อใหม่ แต่กลายเป็นสนามต่อรองเชิงอำนาจแบบเงียบ ๆ
💥 โลกเกมเต็มไปด้วยคำที่เราคุ้นเคย balance, meta, patch update และโลกการเมืองก็ไม่ต่างกัน การเลือกสนับสนุนอุตสาหกรรมเกมแบบไหน มองเกมเป็นโอกาสหรือภัย ใช้ภาษาแบบไหนคุยกับเกมเมอร์ ล้วนสะท้อนว่าใครกำลังพยายาม “ปรับ meta ของประเทศ” ให้ทันกับโลกจริง
💥 เกมจึงไม่ใช่แค่ฉากหลังของการหาเสียง แต่เป็นบททดสอบว่า นักการเมืองคนไหนเข้าใจประชาชนจริงๆ
.
🗳️ เมื่อคะแนนเสียงอยู่ในมือเกมเมอร์ 🗳️
🗳️ พอโยงเข้ากับการเลือกตั้งปี 2569 เรื่องเกมจึงไม่ใช่เรื่องเฉพาะกลุ่มอีกต่อไป แต่มันเกี่ยวกับชีวิตของคนทำงานดิจิทัล ครีเอเตอร์ สตรีมเมอร์ นักพัฒนา และคนรุ่นใหม่ที่กำลังพยายามหาเลนของตัวเองในโลกที่การแข่งขันโหดขึ้นทุกวัน







