พรีวิวรีวิว / พรีวิวเกม

[พรีวิว] Dragon Ball: Sparking! ZERO สังเวียนคลื่นเต่าที่หวนกลับมาอีกครั้ง

ThisIsGame Thailand ลองมาแล้วก่อนใครพร้อมนำความประทับใจมาแบ่งปัน

เป็นเวลาหลายปีเลยครับที่ Dragon Ball Budokai Tenkaishi หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ Sparking! เกมเวอร์ชันต่อสู้ ได้ทิ้งห่างการวางจำหน่ายกันจนเราคิดถึง กระทั่งไม่นานมานี้ การมาถึงของภาค ZERO ที่ได้รับการเปิดตัวก็ได้เรียกเสียงเฮจากแฟนการ์ตูนแบบท่วมท้นพร้อมการตั้งหน้าตั้งตาคอยด้วยความหวัง และล่าสุด ThisIsGame Thailand ก็ได้รับโอกาส BANDAI NAMCO Entertainment Asia ในการเข้าร่วมทดสอบเกมภาคใหม่นี้แล้ว แต่จะเป็นอย่างไรบ้างลองมาติดตามกันเลย

Dragon Ball: Sparking! ZERO

การทดสอบครั้งนี้ ThisIsGame Thailand มีโอกาสได้ลองใช้งานระบบการต่อสู้คร่าวๆ ผ่านการเล่นในโหมดต่อสู้อิสระ ซึ่งผู้เล่นจะสามารถเลือกตัวละครให้อยู่ในทีมได้สูงสุด 3 คน โดยจะเป็น 3v3 หรือปรับเพิ่มลดตามความต้องการได้เลย อาจจะไปรุมเขาหรือลองบวกการฝ่ายตรงข้ามที่ยกทีมมาก็ได้ จากนั้นก็เลือกสนามแข่งแล้วก็ลุยกันได้เลยครับ โดยระหว่างเล่นจะสามารถสลับตัวละครออกมาได้ตลอดเวลา ถ้าหาก HP หมดจะเปลี่ยนตัวมาสู้จนกว่าจะหมดสภาพกันยกแก๊ง เมื่อถึงเวลานั้นก็จะประกาศฝ่ายที่ชนะครับ

จุดที่สังเกตได้ก็คือการบังคับตัวละครนั่นเอง ซึ่งแน่นอนครับว่าเมื่อพูดถึง Dragon Ball แล้ว เราต้องนึกถึงการเหาะเหินเดินอากาศ นั่นหมายความว่าระบบต่อสู้มันไม่ได้จำกัดเพียงแค่มิติเดียวเท่านั้น แต่เราสามารถควบคุมตัวละครได้แบบ 360 องศา ดังนั้นใครที่ไม่เคยเล่นมาก่อน หรือเล่นเพียงภาคใหม่ๆ อย่าง Xenoverse มาอย่างเดียว อาจจะสับสนเอาได้ แต่เกมก็จะมาพร้อมกับตัวเลือกคำสั่งการบังคับแบบดัดแปลงที่ง่ายต่อการใช้งานด้วย แต่ถ้าใครอยากใช้รูปแบบบังคับแบบคลาสสิกก็มีให้เลือกปรับไม่ว่ากัน จุดนี้ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายเหมือนการปรับพื้นฐานใหม่เลยครับ

ภาพกราฟิกเองก็มีความเปลี่ยนแปลงจาก Budokai Tenkaishi ภาคก่อนหน้าด้วยเพราะในขณะที่เวอร์ชันเดิมจะเป็นภาพคล้ายโพลิกอนสามมิติ รอบนี้จะเห็นว่ามีการใส่แสงและเงาเข้ามา แต่ในส่วนโมเดลฉากจะเห็นว่ามีพื้นผิวที่อ้างอิงจากความจริงมากขึ้น เมื่อผสมผสานกันก็ดูสวยดีอีกแบบ ถัดมาที่ส่วนโครงสร้างเกมเพลย์นั้นนอกจากการแลกหมัดและลูกเตะรวมไปถึงการปล่อยพลังแล้วยังมีระบบการชาร์จพลัง Ki Gauge ที่นำไปใช้เป็นท่าพิเศษ หรือถ้าชาร์จจนเต็มจะเปลี่ยนเป็นร่างขั้นสุดยอดที่ทั้งรวดเร็วและแข็งแกร่ง ตรงนี้ผู้เล่นจะต้องชั่งน้ำหนักเอาเองว่าจะลุยกันในแบบไหนครับ และระหว่างเล่นเราอาจจะเห็นคัตซีนการปะทะกันเท่ๆ ที่ปรากฏขึ้น อีกทั้งมีการปรับมุมมองให้เหมือนเราไปอยู่ในสถานที่นั้นจริงๆ

Dragon Ball: Sparking! ZERO

สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศในการต่อสู้ เกมยังมีโหมดการเล่นแบบเนื้อเรื่องที่เป็น Episode Battle ที่จะแบ่งเป็นเนื้อเรื่องของตัวละครทั้งสิ้น 8 ตัวละคร และเป็นครั้งแรกที่เกมนำเสนอระบบเนื้อหาที่แตกกิ่งก้านสาขาได้ตามการตัดสินใจแต่ละผู้เล่น ทำให้การเล่นแต่ละครั้งจะมีประสบการณ์ที่ไม่เหมือนกัน เขียนเรื่องราวเป็นของตัวเองได้เลย และที่พิเศษยิ่งกว่านั้นก็คือยังมีโหมด Custom Battle ที่อิสระมากๆ เพราะเป็นครั้งแรกที่เราจะได้สัมผัสเครื่องมือการสร้างเนื้อเรื่อง เขียนไดอะล็อกขึ้นมาเอง สร้างคัตซีนแบบดรีมทีม แถมยังแชร์ไอเดียให้เพื่อนๆ ในระบบออนไลน์ได้อีก ปิดท้ายด้วยโหมดที่ทุกคนจะได้สนุกกับนอสตาลเจียสมัยเด็กคือ Offline Mode ที่รองรับการแบ่งหน้าจอที่ได้รับการคอนเฟิร์มว่าจะกลับมาให้เล่นนะ

Dragon Ball: Sparking! ZERO

สังเกตได้ว่าจัดเต็มกันทุกอณูเลยทีเดียวครับ ซึ่งในเกมยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่เราจะได้ค้นหา อาทิ Intro – Outro (ฉากก่อนต่อสู้ และฉากหลังสู้กันเสร็จ) ของตัวละครที่มีความแตกต่างกันตามการเผชิญหน้า หรือฉากที่พังทลายได้แบบระเบิดภูเขาเผากระท่อมมากกว่าเดิม ทั้งหมดนี้ล้วนให้อารมณ์เหมือนกับการเข้าสู่สนามรบสไตล์อนิเมะแบบที่เราหวังไว้กันมาเป็นเวลานาน หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นจดหมายรักจากผู้พัฒนาที่ส่งมอบต่อให้แฟนเกมนั่นเอง ว่าแล้วก็อยากเล่นเต็มๆ แล้วสิเนี่ย

Dragon Ball: Sparking! ZERO (รองรับภาษาไทย) เป็นเกมต่อสู้ที่ต่อยอดจาก Budokai Tenkaishi สู่ตำนานสังเวียนคลื่นเต่าบทใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่าที่เคยด้วยกองทัพตัวละครมากกว่า 160 นักสู้ให้เลือกใช้งานพร้อมทักษะเฉพาะตัวทั้งการเปลี่ยนร่างหรือท่าซิกเนเจอร์ที่คุ้นเคยจากการ์ตูนพร้อมให้เราได้ปลดปล่อยจิตวิญญาณแห่งความแข็งแกร่งเพื่อเอาชนะคู่ต่อสู้ท่ามกลางสมรภูมิรบรูปแบบอินเทอแรกทีฟสุดสมจริง โดยเกมจะเปิดวางจำหน่ายให้กับ PlayStation 5, Xbox Series X|S และ PC ในอนาคต

GantaroZX

นักเขียนข่าววิดีโอเกมเชิงวิพากษ์ด้านสังคม วัฒนธรรม ศิลปะ | ผู้ใหญ่บ้านแห่ง Animal Crossing | ชอบกิน | ปากร้ายแต่ใจดี น่ารักอ่อนหวานคิขุ และแบ๊วกรุบ
Back to top button