ทีมงาน Diablo IV มองว่าวัฒนธรรมการทำเกมแบบหามรุ่งหามค่ำมักเกิดกับบริษัทเล็กๆ
เพราะบริษัทใหญ่ไม่จำเป็นต้องบังคับคนให้ทำงานหนัก

วัฒนธรรมการทำเกมแบบหามรุ่งหามค่ำ (Crunch) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในอุตสาหกรรมเกม เหล่าพนักงานต้องตะบี้ตะบันทำงานเพื่อเข็นเกมออกมาวางขายทันกำหนดการ แน่นอนว่ามันไม่ใช่วิถีแห่งการทำงานที่ดีและยั่งยืนในระยะยาวเลย เหล่าทีมงานที่อยู่หลังเกม Diablo IV ก็เช่นกัน
Marcin Undak ตำแหน่งหัวหน้าวิศวกรเอนจินทำเกมของ Diablo IV ให้สัมภาษณ์กับ GamesRadar+ ว่าเขาโชคดีที่พอย้ายมาอยู่บริษัทใหญ่ๆ ก็ไม่ได้ต้องทำเกมแบบหามรุ่งหามค่ำอีก เรื่องนี้เป็นจุดแตกต่างระหว่างบริษัทใหญ่ๆ กับเล็กๆ เพราะทำเกมแบบหามรุ่งหามค่ำของบริษัทขนาดเล็กไม่ได้เกิดจากความต้องการของผู้บริหารเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของการเอาชีวิตรอดที่เหมือนชะตากรรมบริษัทอยู่บนขอบผา ถ้าไม่ปล่อยเกมออกมาทำรายได้คงมีแต่ต้องจบเห่
เขาเสริมว่า บริษัทเล็กๆ มักมีข้อจำกัดทั้งเรื่องงบประมาณและจำนวนคนจึงทำให้ทีมงานต้องรับหลายหน้าที่พร้อมกัน ขณะที่แรงกดดันในการส่งเกมให้ทันกำหนดกลับสูงมาก ส่งผลให้เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการหามรุ่งหามค่ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ในกรณีของบริษัทระดับยักษ์ใหญ่ระดับหลายร้อยไปจนถึงพันซึ่งมีทั้งทรัพยากร เงินทุนและกำลังคนจำนวนมาก การทำงานหามรุ่งหามค่ำจึงเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น พนักงานไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นในเมื่อบริษัทมีทรัพยากรในการพยุงตัวเอง เหมือนอย่างที่ตัวเขาไม่ต้องเร่งทำงานหนักเพื่อให้ทันเดดไลน์ ซึ่งถ้ามันยังมีอยู่หมายความว่ามันเป็นเรื่องของวัฒนธรรมองค์กรแล้ว
Diablo IV วางจำหน่ายแล้วบน PC, PlayStation 4/5, Xbox Series X|S และ Xbox One
ผู้อ่านท่านใดต้องการติดตามข่าวเกมพีซีและคอนโซลทั้งหมดของ This Is Game Thailand ก็สามารถตามมาอ่านได้ที่นี่เลย! → ข่าวเกมคอนโซล / พีซี







