Nintendo เดินหน้ากวาดล้างครั้งใหญ่ สั่งปิดอีมูเลเตอร์ Switch แทบเกลี้ยงตลาด
เป้าหมายหลักอาจไม่ใช่แค่การปกป้องรุ่นปัจจุบัน

สงครามระหว่างปู่นินและเหล่านักพัฒนาโปรแกรมจำลองเครื่องเล่นเกมดูท่าจะกลับมาระอุอีกครั้ง เมื่อล่าสุด Nintendo ได้ยื่นคำร้อง DMCA (กฎหมายคุ้มครองลิขสิทธิ์ดิจิทัล) เพื่อสั่งระงับการเผยแพร่อีมูเลเตอร์ชื่อดังที่เหลืออยู่ในตลาดเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น Eden, Citron, Kenji-NX และ MeloNx โดยเหล่านักพัฒนาได้รับการแจ้งเตือนให้ลบข้อมูลออกจากแพลตฟอร์ม GitHub ทันที หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยจัดการตัวท็อปอย่าง Yuzu และ Ryujinx จนหายสาบสูญไปเมื่อช่วงปี 2024 ที่ผ่านมา
สำหรับการกวาดล้างรอบนี้ดูจะเข้มงวดกว่าเดิมมาก เพราะครอบคลุมทั้งแพลตฟอร์ม PC และมือถือ โดยเฉพาะ Eden และ Citron ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงบนคอมพิวเตอร์ รวมถึง Kenji-NX และ MeloNx ที่เป็นขวัญใจชาว Android แม้ว่าในขณะนี้โค้ดบางส่วนจะยังคงเข้าถึงได้อยู่ แต่นักวิเคราะห์มองว่าเป็นเพียงเรื่องของเวลาก่อนที่ข้อมูลเหล่านี้จะปลิวหายไปถาวร ซึ่งทางที่ดีใครที่ยังใช้งานอยู่ควรทำการสำรองข้อมูลไว้ให้ดีก่อนที่จะสายเกินไป
เหตุผลหลักที่ Nintendo ยึดถือมาตลอดคืออีมูเลเตอร์เหล่านี้มีการละเมิดมาตรการปกป้องทางเทคนิค (TPMs) โดยเฉพาะการใช้ prod.keys เพื่อรันเกมลิขสิทธิ์บนอุปกรณ์อื่นที่ไม่ใช่ของแท้ แม้นักพัฒนาจะแย้งว่าตัวโปรแกรมไม่ได้แนบไฟล์ลิขสิทธิ์ใดๆ มาด้วย แต่สำหรับค่ายยักษ์ใหญ่จากโตเกียว การที่ซอฟต์แวร์เหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อเลี่ยงระบบรักษาความปลอดภัยก็ถือเป็นความผิดที่ยอมความไม่ได้ ซึ่งก่อนหน้านี้คดีของ Yuzu จบลงด้วยการที่ผู้พัฒนายอมจ่ายค่าเสียหายสูงถึง 2.4 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 84 ล้านบาทเลยทีเดียว

นักสังเกตการณ์ในวงการเกมเชื่อว่า การเร่งกวาดล้างในช่วงต้นปี 2026 นี้ มีจุดประสงค์แอบแฝงเพื่อปกป้อง Nintendo Switch 2 ที่กำลังจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ เพราะหากปล่อยให้เทคโนโลยีอีมูเลเตอร์ของเครื่องรุ่นแรกก้าวหน้าไปมากกว่านี้ นักพัฒนาอาจจะสามารถดัดแปลงข้อมูลเพื่อสร้างโปรแกรมจำลองของเครื่องรุ่นใหม่ได้รวดเร็วขึ้น การสั่งปิดโครงการต้นน้ำจึงเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมเพื่อชะลอการเกิดอีมูเลเตอร์ Switch 2 ให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
อย่างไรก็ตาม หลายคนมองว่านี่อาจเป็นสงครามที่ไม่มีวันสิ้นสุด เพราะทุกครั้งที่มีอีมูเลเตอร์ตัวใหญ่โดนปิดไป ก็มักจะมีโปรเจกต์ใหม่ๆ หรือการแยกสายพัฒนา (Fork) เกิดขึ้นตามมาเหมือนหัวของไฮดราเสมอ แม้ว่าการย้ายไปโฮสต์ไฟล์เองบนเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวจะทำให้ Nintendo ตามตัวได้ยากขึ้น แต่มันก็สร้างความลำบากให้กับผู้ใช้ทั่วไปในการเข้าถึงข้อมูลที่ปลอดภัย และอาจเสี่ยงต่อการโดนไวรัสจากเว็บไซต์ที่ไม่น่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ในโลกของการเก็งกำไรและธุรกิจลิขสิทธิ์ที่มีมูลค่ามหาศาลหลักพันล้านเหรียญสหรัฐ หรือหลายหมื่นล้านบาท (ประมาณ 35,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับยอดขายเกมระดับ AAA) การปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาจึงเป็นเดิมพันที่สูงมากสำหรับปู่นิน การขยับตัวครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การไล่บี้โปรแกรมเมอร์กลุ่มเล็กๆ แต่เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปทั่วโลกโซเชียลว่า ใครก็ตามที่คิดจะท้าทายระบบความปลอดภัยของเครื่องรุ่นใหม่จะต้องเจอกับกระบวนการทางกฎหมายที่หนักหน่วงอย่างแน่นอน







