
ตลอดระยะเวลาที่ให้บริการมาตั้งแต่ปี 2017 ก็เรียกได้ว่าเป็นเกมที่ผ่านทั้งร้อนแล้วหนาวมาอย่างโชกโชนสำหรับ Fortnite จากที่เคยเกือบจะเฟลสุดขีดแต่ก็ขึ้นแท่นเป็นเกมยอดนิยมได้แบบพลิกชีวิตหลังตัดสินใจเพิ่มโหมด Battle Royale ที่ตอนนี้เหมือนเป็นประสบการณ์หลักแล้ว กระนั้น Save the World เนื้อหา PvE ก็ยังให้บริการควบคู่กันไปแบบเสียเงินด้วย ซึ่งหลายคนก็อาจจะลืมตัวตนของเกมนี้แล้วเช่นกัน
ล่าสุด Epic Games ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า Fortnite: Save the World จะกลายเป็นเกมฟรีโดยถาวรแล้วนับตั้งแต่วันที่ 16 เมษายนนี้เป็นต้นไป โดยเริ่มต้นให้ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้แล้วในวันนี้เพื่อรับทราบข้อมูลการให้บริการเมื่อเปิดให้เล่น เช่นเดียวกับรับโบนัสไอเทมพิเศษและฮีโร่สำหรับเลือกใช้งาน ซึ่งเวอร์ชันฟรีจะมีการมอบไอเทมต่างๆ ในการเล่นแต่จะไม่ได้รับคุณสมบัติเท่ากับผู้ใช้ที่เป็นขั้น Founders
ก่อนหน้านี้เกมได้วางแผนให้เป็น Free-to-play ก่อนตัดสินใจเป็นรูปแบบเสียเงิน และเพิ่งเปลี่ยนกลับมาเป็นเกมฟรีอย่างที่ตั้งใจตอนแรก โดยผู้ใช้ที่ซื้อชุด Founder’s Pack จะมีสิทธิ์พิเศษด้วยนั่นคือการรับ V-Bucks ซึ่งจะยังคงมอบให้ต่อเนื่องผ่านภารกิจ Challenges, Storm Shield Defense และ Mission Alerts อีกทั้งยังมี Daily Quests ที่ให้ผู้เล่นได้รับเงินคืน 150-300 V-Bucks ทุกวัน สิทธิ์เหล่านี้จะไม่มีแผนถอดออกแต่อย่างใด และท้ายที่สุด Nintendo Switch 2 จะรองรับ Save the World ด้วย



ลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์: คลิก
อีกด้านหนึ่ง Fortnite (รองรับภาษาไทย) เปิดให้บริการแล้วบน PlayStation 4, Xbox One และ PC เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มเน็กซ์เจ็น โดยเนื้อหา Save the World เป็นเกมแนว Tower Defense ให้ผู้เล่นรวมทีมกับสมาชิกปาร์ตี้วางกับดักป้องกันซอมบี้ไม่ให้เข้ามาทำลายในฐานผ่านภารกิจหลากหลายแบบ และมีโหมด Battle Royale ที่เป็นหัวใจหลักของเกม ให้บริการเพิ่มเติมบน Nintendo Switch (รุ่นแรก) และมือถือเช่นกัน







