
สำหรับ DLC ตัวล่าสุดของเกมจำลองชีวิตสุดโด่งดัง The Sims 4 ที่มีชื่อว่า Royalty & Legacy ก็ปล่อยออกมาให้เล่นเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลายคนอาจมีโอกาสได้เล่นอย่างเมามันส์แล้วกับเกมเพลย์ที่ทำให้เราได้เล่นเป็นลูกเจ้าขุนมูลนาย ราชวงศ์ผู้สูงศักดิ์ ขุนนางเชื้อสายตระกูลสูงส่ง อะไรทำนองนี้
คุณ Xènia Peña หัวหน้านักออกแบบเกมผู้อยู่เบื้องหลัง DLC นี้ได้ให้สัมภาษณ์กับ Polygon ถึงความทะเยอทะยานและซับซ้อนของ Expansion Pack นี้ รวมไปถึงรายละเอียดเบื้องลึกเบื้องหลังด้วย
ความงดงามของ Royalty & Legacy นั้นคือการสำรวจโลก Ondarion ที่แบ่งเป็น 3 เขตหลักๆ ที่มีลักษณะเฉพาะตัวแตกต่างกันไปในแง่ของเกมเพลย์และอารมณ์ศิลป์ ทำให้นิยามของชีวิตชนชั้นสูงของแต่ละเขตมีรสชาติที่ไม่เหมือนกัน โดยเขต Bellacorde เหมาะสำหรับผู้เล่นเน้นเรื่องราวและความโรแมนติก, เขต Verdemar เหมาะกับผู้เล่นที่ชอบความตื่นเต้นและองค์หญิงนักดาบ และสุดท้าย Dambele สำหรับผู้เล่นที่อยากเป็นตระกูลขุนนางผู้เที่ยงธรรมและคำนึงถึงสังคม

ในแง่ของอาชีพชนชั้นสูงที่เพิ่มเข้ามานั้น ถือเป็นอาชีพแรกที่ต้องเป็นตลอดเวลา ไม่เหมือนอาชีพทั่วไปที่หมดเวลางานแล้วก็นอนตีพุงดูเน็ตฟลิกซ์ได้ นอกจากนี้อาชีพชนชั้นสูงยังมีผลกับโลกภายนอก อาทิ การตั้งภาษี การบัญชาราชวงศ์คนอื่นๆ ที่ตัวเลือกเหล่านั้นจะส่งผลต่อตัวซิมส์ว่าเป็นที่รักหรือที่ชังจากใคร
ความสลับซับซ้อนของอาชีพนี้ไม่ได้มีเพียงเหตุผลข้างต้นเท่านั้น แต่คือความเป็นไปได้ที่อาจเกิดขึ้นในการเล่นต่างหาก เพราะว่าในโลกนี้มีราชาหรือราชินี (อันเป็นจุดสูงสุดของอาชีพราชวงศ์) ได้เพียงแค่คนเดียว หากเกิดเหตุการณ์ที่มีราชวงศ์คนอื่นถูกแต่งตั้งเป็นราชาอีกคนจะเกิดอะไรขึ้น? ถ้าราชากับราชินีจากคนละโลกอภิเษกสมรสกันจะเป็นอย่างไร? ทำให้ทีมงานต้องมีการประชุมถึงเรื่องนี้อย่างไม่จบไม่สิ้นเพื่อหาทางรองรับทุกความเป็นไปได้
แม้ว่าบาง DLC ที่เคยปล่อยออกมาก่อนแล้วจะมีความสมจริงสอดแทรกอยู่ แต่มันก็ยังมีแง่ของความเหนือจริงด้วยเช่นกัน เพราะไม่งั้นเราคงต้องเล่นเป็นขุนนางนั่งตรวจเอกสารสุดน่าเบื่อ ซึ่งทางทีมงานเล็งเห็นว่าไม่ใช่เกมเพลย์ที่สนุกสักเท่าไหร่ พวกเขาอยากให้มีพื้นที่สำหรับความคิดสร้างสรรค์อยู่ในนั้น

นอกจากนี้ยังมีไอเท็มหรือเหตุการณ์ที่น่าสนใจที่จะเข้ามาเปลี่ยนชีวิตของซิมส์ที่เราเล่นด้วย อาจจะเป็นกระจกวิเศษไม่ก็กบที่จูบแล้วจะเจอรักแท้! ซึ่งทีมงานได้ส่งข้อมูลเกี่ยวกับของวิเศษเกี่ยวกับเจ้าหญิงในวรรณกรรมคลาสสิคส่งให้ผู้เข้าร่วมทดสอบได้ลองจัดอันดับดู เธอเสริมว่าการตัดสินใจนั้นง่ายขึ้นมากเมื่อได้ฟังเสียงของผู้เล่น
คุณ Peña เสริมว่า ส่วนที่สนุกที่สุดของการได้ทำ Royalty & Legacy คือเนื้อเรื่อง โดยแฟรนไชส์ The Sims ที่อยู่มาถึง 4 ภาคนั้นมีครอบครัวอยู่แล้วมากมายจนไม่ต้องสร้างใหม่ นี่จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะนำพวกเขามาโลดแล่นในเกมภาคนี้เสียที อย่างครอบครัว Monty และ Dreamer จาก The Sims 2 หรือองค์หญิง Cordelia Thebe ที่เคยถูกพูดถึงผ่านสิ่งของในเกม
ในแง่ของการยกระดับระบบราชวงศ์นั้น ทีมงานอยากให้แต่ละราชวงศ์ดูทรงพลังและมีผลต่อทั้งตระกูลอื่นและประชาชน เมื่อเป้าหมายนี้ชัดเจนแล้ว ทีมงานก็ได้เริ่มต้นจดทุกสิ่งที่เกี่ยวข้อง ราชวงศ์ต้องมีตรา มีคติที่ยึดถือ มิตรและศัตรู ผู้ถูกขับไล่และผู้สืบสายเลือด แถมยังต้องคำนึงถึงความเข้ากันได้ของระบบนี้กับ DLC ที่เคยออกมาก่อนแล้วอีกด้วย
หลังจากที่ราชวงศ์มีรายละเอียดครบข้างต้นแล้วก็ถึงคราวบังคับใช้ ใครทำอาชีพไม่ตรงกับทิศทางที่ราชวงศ์ตั้งเอาไว้จะถูกขับไล่ แม้ความเห็นของผู้เล่นเกี่ยวกับระบบนี้จะเห็นว่าคล้ายคลึงกับระบบชมรมใน DLC ชื่อ Get Together ไปสักหน่อย แต่ทีมงานก็พยายามทำให้มันแตกต่าง ให้ทุกการกระทำและตัดสินใจใต้การเป็นราชวงศ์นั้นมีส่งผลกระทบสำคัญ
ระบบราชวงศ์มีความเป็นแวดวงสังคมที่ซิมส์ของเราถูกผูกไว้ตั้งแต่เกิด มันจึงสามารถสร้างเรื่องราวอันเต็มไปด้วยอารมณ์ต่อไปได้ เช่น การไม่เห็นด้วยกับคติของราชวงศ์ การถูกตีตราว่าเป็นคนนอก หรือความภาคภูมิใจของการถูกแต่งตั้งเป็นผู้นำตระกูลลำดับถัดไป
ในชุมชนผู้เล่น The Sims นั้น การละเล่นแบบราชวงศ์นั้นมีอยู่มาเนิ่นนานแล้ว (เรียกว่า Legacy Challenge) ทีมงานรู้ดีถึงสิ่งนี้และเอามาปรับใช้ด้วยเช่นกันเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้าตระกูลและผู้สืบทอด โดยคุณ Peña หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทีมงานจะได้เห็นการละเล่นในรูปแบบต่างๆ อีกมากมายที่จะถูกใช้งานร่วมกับ Royalty & Legacy เพราะนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้นเอง
DLC ล่าสุด Royalty & Legacy วางขายแล้ววันนี้ สามารถซื้อได้บน EA App, Epic Games Store, Steam, PlayStation 5, PlayStation 4, Xbox Series X|S และ Xbox One









