คอนโซล / พีซี

CEO PlayStation เผยกำหนดราคาเครื่อง PS5 ไว้ตั้งแต่ต้นปีแล้ว

พร้อมเตรียมเครื่องสำหรับวางจำหน่ายปริมาณมากกว่า PS4 ในปี 2013

เป็นที่ทราบกันอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วสำหรับราคาเครื่อง PlayStation 5 และวันวางจำหน่าย สำหรับราคาของ PS5 รุ่นปกติจะมีราคาอยู่ที่ $499.99 (ประมาณ 15,500 บาท) ขณะที่รุ่น Digigtal Edition แบบไม่มีดิสก์ไดร์ฟจะมีราคาอยู่ที่ $399.99 (ประมาณ 12,400 บาท)  ในส่วนของวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับ PS5 ทั้งสองรุ่นจะมีการเปิดขายล่วงหน้าก่อนใน 7 ประเทศประกอบไปด้วย สหรัฐ ฯ ญี่ปุ่น แคนาดา ออสเตรเลีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ และเกาหลีใต้ โดยจะมีการวางจำหน่ายในวันที่ 12 พฤศจิกายน ขณะที่กำหนดวางจำหน่ายทั่วโลกจะอยู่ในวันที่ 19 พฤศจิกายน

CEO ของ Sony คุณ Jim Ryan ได้ออกมากล่าวถึงข้อมูลเพิ่มเติมผ่านบทสัมภาษณ์กับทาง The Washington Post โดยพูดตั้งแต่เรื่องของการดีไซน์ตัวเครื่องว่ามีจุดประสงค์ที่ต้องการเน้นความเรียบง่าย และกล่าวเสริมว่า

“เราต้องการที่จะสื่อสารกับเหล่าเกมเมอร์อย่างชัดเจนและทำให้พวกเขามั่นใจถึงเครื่องเกมที่พวกเขาจะเลือกซื้อว่ามันจะยังคงมีความสำคัญในอนาคตอีกหลายปีข้างหน้าโดยคุ้มค่ากับเงินที่พวกเขาเสียไป ทำให้พวกเขาเชื่อมั่นว่าเขาเลือกเครื่องคอนโซลสำหรับ Gen ถัดไปอย่างแท้จริง”

ซึ่งจุดดังกล่าวมีความแตกต่างจากโมเดลของทาง Microsoft กับเครื่อง Xbox Series S และ X ที่นำเสนอช่วงราคาและการแสดงผลที่แตกต่างกันให้กับผู้บริโภคมากกว่า (4K vs 1440p Resolution ในราคา 299 USD และ 499 USD) ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นเครื่องคอนโซล Gen หน้าที่ถูกที่สุดในท้องตลาดก็ว่าได้ โดยจะวางจำหน่ายในวันที่ 10 พฤศจิกายน ก่อน PlayStation 5 2 วัน คุณ Ryan กล่าวเพิ่มเติมว่า การกำหนดราคาเครื่อง PS5 นั้นเกิดขึ้นมาตั้งแต่ราวต้นปีแล้ว และมันเป็นความจงใจของทาง Sony ที่นำเสนอเครื่องคอนโซลใหม่ในราคาเดียวกับเครื่อง PS4 ที่วางจำหน่ายในปี 2013 แต่ก็เกิดเหตุการณ์วิกฤติ COVID-19 และการยกเลิกงาน E3 ไปจนปัญหาด้านการผลิตจนทำให้ต้องทบทวนแผนดังกล่าวเสียใหม่

แต่ข้อมูลที่น่าสนใจอีกด้านก็คือ คุณ Ryan กล่าวว่า Sony ได้เตรียมพร้อมจำนวนเครื่อง PlayStation 5 ที่จะวางจำหน่ายมากกว่าที่เคยเตรียมไว้กับ PlayStation 4 ในปี 2013 ซึ่งในตอนนั้นเครื่อง PS4 ขายได้ 2.1 ล้านเครื่องภายใน 2 สัปดาห์หลังวางจำหน่าย และขายได้มากถึง 1 ล้านเครื่องภายในวันแรกสำหรับตลาดในประเทศสหรัฐอเมริกา

“เราใช้เวลาทบทวนถึงแผนงานตั้งแต่ในช่วงที่เหตุการณ์ COVID-19 เกิดขึ้นใหม่ ๆ ซึ่งมันแทบจะมองไม่ออกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง ไม่ว่าจะเป็นด้าน Supply ที่คาดเดาไม่ได้ จะมีตลาดรองรับหรือไม่ ไปจนผู้คนจะสามารถออกจากบ้านได้หรือเปล่า และเมื่อออกมาแล้วร้านค้าจะสามารถเปิดทำการได้หรือไม่ สิ่งที่เราเผชิญในปีนี้เป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นกลับช่วยส่งเสริมความมุ่งมั่นของเราเพื่อตอกย้ำในความตั้งใจแรกว่ามันเป็นทางเลือกที่ถูกต้องแล้ว”

เขายังกล่าวเสริมถึงหนทางของ Sony ที่เลือกดำเนินกับเครื่อง PlayStation ที่เน้นโมเดลธุรกิจแบบเก่าคือการพัฒนาเกมจากค่าย 1st Party ป้อนเป็น Exclusive ว่าแม้มันจะไม่สมบูรณ์แบบแต่นั่นก็คือแนวทางหลักที่ Sony ต้องการดำเนินไปข้างหน้าและเขาอยากจะทำให้มันดีขึ้น ซึ่งจากยอดขายเครื่อง PlayStation 4 ที่ทำไปได้มากถึง 112 ล้านเครื่องทั่วโลกก็น่าจะพอการันตีความสำเร็จของโมเดลธุรกิจดังกล่าวได้เป็นอย่างดี ไหนเลยจะบรรดาเกม Exclusive ที่หาเล่นได้เฉพาะบน PlayStation อย่าง “The Last of Us Part II,” “Ghost of Tsushima” และ “Final Fantasy VII: Remake,” ที่ติดอันดับเป็นเกมขายดีที่สุดใน 5 อันดับแรกประจำปี 2020

“เราได้ลงทุนไปกับสตูดิโอเหล่านั้นอย่างเงียบ ๆ โดยทำอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน จนถึงขั้นที่สามารถกล่าวได้อย่างภาคภูมิใจว่าเรามีสตูดิโอคุณภาพระดับโลกจำนวน 4-5 สตูดิโอด้วยกัน”

ในส่วนของเกม “Horizon: Forbidden West” และ “Spider-Man: Miles Morales” ที่จะวางจำหน่ายให้กับ PS4 ด้วยนั้น บางคนอาจจะผิดหวังที่มันไม่ได้เป็น Exclusive สำหรับ PS5 เพียงอย่างเดียว คุณ Ryan กล่าวอย่างน่าสนใจว่า

“ไม่ควรมีใครที่จะต้องผิดหวัง เกมดังกล่าวถูกสร้างมาเพื่อเครื่อง PS5 โดยเฉพาะ ซึ่งมันก็จะมุ่งเน้นใช้ขุมพลังใหม่ของ PS5 ในขณะเดียวกับสำหรับผู้เล่นบน PS4 เราก็มีการเตรียมการอัพเกรดให้ฟรีเมื่อคุณนำไปเล่นบน PS5 ในอนาคต ผมมองว่ามันเป็นเรื่องของทางเลือกมากกว่า ผมพอใจที่เรามีทางเลือกให้กับผู้เล่นในทุกสถานการณ์”

คุณ Ryan กล่าวว่าได้ทำการทดสอบเกม PS4 ที่จะเล่นบน PS5 กับระบบ backwards compatibility เป็นจำนวนนับพันเกม ซึ่ง 99% สามารถเล่นได้อย่างไม่มีปัญหา และก็จะยังมีบริการ PS Plus Collection บริการใหม่ที่จะนำเสนอเกม PS4 ให้มากถึง 18 เกมด้วยกัน โดยเป็นเกมจากค่าย 1st Party ทั้งหมด

ก่อนปิดท้ายเขากล่าวเสริมเรื่องของช่วงอายุวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ ซึ่งเขาก็คาดการณ์สำหรับ PS4 ไว้ที่ 4 ปีต่อจากนี้ ในส่วนของ PS2 นั้นมีวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์อยู่ที่ 13 ปี แต่ก็ยังมีการผลิตเกมซัพพอร์ตหลังจากนั้นอยู่หลายปีแม้จะวางจำหน่ายเครื่อง PS3 แล้วก็ตาม คุณ Ryan กล่าวว่าผู้เล่นจำนวนมากจะเปลี่ยนถ่ายไปยังเครื่อง PS5 แต่ก็อาจจะมีบางส่วนราว ๆ 10 ล้านคนที่จะยังคงอยู่กับเครื่อง PS4 ในระยะต่อจากนี้อีก 3-4 ปี

Via
variety
ที่มา
washingtonpost
Back to top button