Google เปิดตัว Pixel Watch 5 นาฬิกาอัจฉริยะขุมพลัง AI
จัดเต็มฟีเจอร์ตรวจจับภาวะฉุกเฉินทางการหายใจครั้งแรกของโลก

Google ได้ประกาศเปิดตัวสมาร์ตวอทช์เรือธงรุ่นล่าสุดอย่าง Pixel Watch 5 ที่สืบทอดดีไซน์ทรงโดมสุดคลาสสิกมาจากรุ่นก่อนหน้า แต่รอบนี้แอบยัดความฉลาดของระบบ Gemini Intelligence และเทคโนโลยีดูแลสุขภาพขั้นล้ำลึกเข้ามาแบบแน่นๆ ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผลตัวแรง Qualcomm Snapdragon W5 Gen 2 Accelerated ควบคู่ไปกับแรมที่เพิ่มขึ้นถึง 50 เปอร์เซ็นต์ ทำให้การประมวลผลคำสั่งต่างๆ ภายในเครื่องมีความรวดเร็วทันใจและลื่นไหลขึ้นกว่าเดิมถึง 20 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว
ความเจ๋งของนาฬิการุ่นนี้เริ่มต้นที่ฟีเจอร์ At a Glance บนหน้าปัดที่จะคอยอัปเดตข้อมูลสำคัญให้สอดคล้องกับสถานการณ์รอบตัวโดยอัตโนมัติ เช่น การโชว์ตั๋วเครื่องบินทันทีที่เดินเข้าสนามบิน นอกจากนี้ยังปรับปรุงระบบ Raise to Talk ให้ทำงานร่วมกับ Gemini ได้อย่างลื่นไหล เพียงแค่ยกข้อมือขึ้นมาก็สามารถสั่งเริ่มออกกำลังกาย ตั้งเวลา หรือให้ช่วยค้นหาข้อมูลการจองร้านอาหารจาก Gmail ได้ทันที แถมระบบ AI ภายในเครื่องยังสามารถประมวลผลคำสั่งพื้นฐานได้อย่างรวดเร็วแม้ในตอนที่ตัวนาฬิกากำลังอยู่ในโหมดออฟไลน์ไม่ได้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ตาม
สำหรับสายวิ่งและสายลุยกลางแจ้ง รอบนี้บอกได้เลยว่าสะใจแน่นอน เพราะ Pixel Watch 5 มาพร้อมกับระบบติดตามเส้นทาง GPS ที่มีความแม่นยำสูงขึ้นกว่าเดิมถึง 2 เท่า โดยใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะร่วมกับ Google Maps ในการคำนวณทิศทางสัญญาณดาวเทียมผ่านโมเดลสิ่งปลูกสร้างแบบ 3 มิติ และดึงข้อมูลสภาพชั้นบรรยากาศจากสถานีอ้างอิงทั่วโลกมาปรับแก้ค่าความคลาดเคลื่อนแบบเรียลไทม์ ส่งผลให้ระบบนำทางและการบันทึกเส้นทางออกกำลังกายมีความแม่นยำเหนือชั้น จนสามารถทำผลงานได้ยอดเยี่ยมแซงหน้าคู่แข่งตัวท็อปในตลาดอย่าง Apple Watch Ultra 3 และ Garmin Fenix 8 Pro ไปได้อย่างสวยงาม
ทางด้านฟีเจอร์การดูแลสุขภาพและรูปร่างก็ได้รับความช่วยเหลือจาก Google Health Coach ที่จะคอยสร้างโปรแกรมฝึกความแข็งแกร่งของกล้ามเนื้อแบบเฉพาะบุคคล พร้อมส่งคำแนะนำในการขยับร่างกายและการพักผ่อนผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลการนอนหลับและความแปรปรวนของอัตราการเต้นของหัวใจ ส่วนเรื่องการนอนหลับก็มีการปรับปรุงระบบตรวจจับช่วงเวลาหลับให้แม่นยำขึ้น 15 เปอร์เซ็นต์ พ่วงด้วยระบบ Smart Wake ที่จะคอยตรวจจับการเคลื่อนไหวและชีพจรในช่วง 30 นาทีก่อนเวลาตั้งปลุก เพื่อเลือกปลุกในจังหวะที่ร่างกายกำลังหลับตื้น ทำให้ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่สดชื่นกระปรี้กระเปร่า
ไฮไลต์สำคัญที่ถือเป็นก้าวหน้าครั้งใหญ่ของวงการคือฟีเจอร์ Health Guardian ที่มีการติดตั้งระบบตรวจจับเหตุฉุกเฉินทางการหายใจเป็นครั้งแรกบนข้อมือ โดยตัวนาฬิกาจะใช้เซ็นเซอร์หลากรูปแบบทำงานร่วมกับ AI เพื่อคอยเฝ้าระวังภาวะออกซิเจนในเลือดตกอย่างรุนแรงและต่อเนื่อง ซึ่งอาจเกิดจากอุบัติเหตุทางยา ปอดบวมขั้นรุนแรง หรือการสำลักอาหาร และหากระบบพบความผิดปกติในขณะที่ผู้สวมใส่ไม่มีการตอบสนอง ตัวนาฬิกาก็จะทำการโทรศัพท์แจ้งหน่วยกู้ภัยพร้อมส่งพิกัดตำแหน่งที่ตั้งให้อัตโนมัติทันที นอกจากนี้ยังมีการสรุปรายงานแนวโน้มสุขภาพรายเดือน ทั้งเรื่องความดันโลหิต คุณภาพการหายใจขณะหลับ และภาวะดื้ออินซูลินให้อีกด้วย
ปิดท้ายด้วยข้อมูลสเปกตัวเครื่องที่มาพร้อมหน้าจอ Actua 360 Display สว่างสู้แดดสูงสุดถึง 3,000 nits แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนานสูงสุด 30 ชั่วโมงสำหรับขนาด 41 มิลลิเมตร และ 40 ชั่วโมงสำหรับขนาด 45 มิลลิเมตร มีสีสันใหม่ๆ ให้เลือกอย่างสีเทา Fog สีส้ม Canyon และสีเขียว Olive รวมถึงรุ่นพิเศษ Stephen Curry Special Edition ที่มาพร้อมสายถักระบายเหงื่อสุดเท่ โดยตัวเครื่องเริ่มเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าได้แล้วตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม และจะเริ่มวางจำหน่ายหน้าร้านอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 สิงหาคม เป็นต้นไป ในราคาเริ่มต้นที่ 399 ดอลลาร์สหรัฐ






