iPhone 18 Pro รอบนี้ความจุเริ่มต้นเท่าเดิมเพิ่มเติมคือราคาอาจสูงกว่าเดิม
มาพร้อมความจุเท่ากับ iPhone 17 Pro ที่ 256GB

รายงานล่าสุดจาก TrendForce บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลชื่อดังจากไต้หวันได้เปิดเผยข้อมูลที่ทำเอาหลายคนต้องปาดเหงื่อ แม้ว่าเมื่อปีที่ผ่านมาในรุ่น iPhone 17 Pro จะมีการอัปเกรดความจุเริ่มต้นเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจากรุ่นก่อนหน้า แต่สำหรับไลน์อัปประจำปี 2026 นี้ มีแนวโน้มสูงมากที่ Apple จะตัดสินใจตรึงขนาดความจุเริ่มต้นเอาไว้เท่าเดิม โดยไม่มีการขยับเพิ่มขึ้นให้เต็มอิ่มกว่าเก่าอีกแล้ว
จากการวิเคราะห์ชิ้นส่วนระบุว่า iPhone 18 Pro จะยังคงสตาร์ทความจุเริ่มต้นที่ 256GB ซึ่งเป็นตัวเลขที่เท่ากันกับตัวต่ำสุดของ iPhone 17 Pro พอดิบดี แม้ว่าในรายงานจะไม่ได้มีการหยิบยกชื่อของรุ่นพี่ใหญ่อย่าง iPhone 18 Pro Max ขึ้นมาพูดถึงแบบตรงๆ แต่ถ้าหากมองย้อนกลับไปดูพฤติกรรมการปล่อยสินค้าในช่วงสองเจนเนอเรชันที่ผ่านมา จะเห็นได้ชัดเจนว่า Apple มักจะเลือกเปิดตัวรุ่น Pro และ Pro Max ให้มีความจุเริ่มต้นที่เท่ากันเสมอ ดังนั้นใครที่หวังว่าจะได้เห็นความจุเริ่มต้นขยับไปไกลกว่านี้ในรุ่นใหม่ก็คงต้องพับความหวังเก็บใส่กระเป๋าไปก่อน
เรื่องความจุที่เท่าเดิมอาจจะไม่ใช่ข่าวร้ายเพียงอย่างเดียว เพราะสิ่งที่ทำให้แฟนๆ ต้องกุมขมับของจริงคือเรื่องของราคาขายหน้าร้าน ทาง TrendForce ชี้ชัดว่าการปรับขึ้นราคาของ iPhone 18 Pro เป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย เนื่องจากต้นทุนรวมของค่าชิ้นส่วนต่างๆ พุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะราคาของหน่วยความจำแรมที่แพงขึ้นอย่างน่าใจหายจากปัญหาวิกฤตชิปขาดแคลนทั่วโลก แถมราคาชิ้นส่วนจัดเก็บข้อมูลรวมถึงชิปประมวลผลตัวใหม่อย่าง A20 Pro ก็ขยับตัวสูงขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน

กระแสข่าวจากฝั่งสหรัฐอเมริการะบุว่า ราคาเริ่มต้นของ iPhone 18 Pro อาจจะมีการปรับเพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าสูงถึง 200 ถึง 300 ดอลลาร์สหรัฐเลยทีเดียว ซึ่งหากตัวเลขนี้เป็นความจริง จะส่งผลให้ราคาเปิดตัวของ iPhone 18 Pro พุ่งไปแตะระดับเริ่มต้นที่ 1,399 ดอลลาร์สหรัฐ และพี่ใหญ่อย่าง iPhone 18 Pro Max อาจจะสตาร์ทราคาเริ่มต้นสูงถึง 1,499 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นเพดานราคาที่สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับทุกปีที่ผ่านมา ทำเอาสายลงทะเบียนจองเครื่องเปล่าต้องคิดหนักกันเป็นแถว
หากมองย้อนกลับไปในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา Apple ได้เคยประกาศปรับขึ้นราคาผลิตภัณฑ์ในเครือเกือบทั้งหมดไปแล้วรอบหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ Mac โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต iPad กล่อง Apple TV ลำโพง HomePod ไปจนถึงแว่นตาอัจฉริยะ Vision Pro โดยมีราคาปรับเพิ่มขึ้นตั้งแต่หลักพันบาทไปจนถึงหลักหมื่นบาทในรุ่นท็อป ซึ่งทางค่ายให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องปรับราคาขึ้นเนื่องจากปัญหาชิปหน่วยความจำขาดแคลนอย่างหนัก ผลพวงมาจากการที่บรรดาบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ต่างพากันแย่งซื้อชิ้นส่วนเพื่อไปสร้างศูนย์ข้อมูลสำหรับรองรับระบบ AI ขนาดใหญ่นั่นเอง
ทางด้านซีอีโอใหญ่ของค่ายอย่าง Tim Cook ก็เคยออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดนี้เช่นกันว่า การปรับขึ้นราคาสินค้าเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เพราะบริษัทกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตราคาหน่วยความจำที่พุ่งสูงทุบสถิติในรอบร้อยปี ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง ซึ่งการเปิดตัว iPhone 18 Pro และสมาร์ตโฟนหน้าจอพับได้รุ่นใหม่ที่จะมีขึ้นในเดือนกันยายนนี้ น่าจะเป็นคำตอบสุดท้ายว่าแฟนๆ จะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน เพื่อแลกกับนวัตกรรมยุคใหม่ท่ามกลางวิกฤตชิปแพงระดับโลกในปัจจุบัน







