NVIDIA เตรียมปรับขึ้นราคาการ์ดจอ RTX 50 Series อีกรอบ
ราคาขายอาจพุ่งสูงขึ้นถึง 30 เปอร์เซ็นต์ในปี 2026

มีรายงานล่าสุดส่งตรงมาจากฝั่งไต้หวันอย่าง Economic Daily Times ระบุว่า ค่ายยักษ์ใหญ่สีเขียวอย่าง NVIDIA กำลังเตรียมรับมือกับต้นทุนชิ้นส่วนที่พุ่งสูงขึ้น ด้วยการปรับขึ้นราคาชุดการ์ดจอที่ส่งให้กับเหล่าผู้ผลิตแบบ OEM เพิ่มขึ้นอีก 20 ถึง 30 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้ผู้ใช้งานทั่วไปที่กำลังเล็งจะประกอบคอมพิวเตอร์ใหม่ต้องจ่ายเงินแพงขึ้นกว่าเดิมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การปรับราคาในครั้งนี้ถือเป็นระลอกที่สามแล้วในรอบปี 2026 ซึ่งสาเหตุหลักยังคงมาจากกระแสความต้องการชิปปัญญาประดิษฐ์ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อห่วงโซ่อุปทานของหน่วยความจำ DRAM ซึ่งความน่ากังวลรอบนี้คือ การขึ้นราคาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตัวท็อปรุ่นใหญ่เท่านั้น แต่ส่งผลกระทบครอบคลุมไปถึงการ์ดจอในตระกูล RTX 5000 Series ทั้งไลน์อัปเลยทีเดียว
หากพิจารณาตามโครงสร้างต้นทุน ยิ่งเป็นการ์ดจอรุ่นสูงๆ ที่ต้องใช้แรมขนาดใหญ่ ตัวต้นทุนเมมโมรีก็ยิ่งคิดเป็นสัดส่วนที่สูงตามไปด้วย หากทาง NVIDIA ไม่ได้ใช้วิธีเฉลี่ยภาระต้นทุนไปยังรุ่นล่างๆ เท่าๆ กัน ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่การ์ดจอรุ่นระดับบนจะโดนบวกราคาเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่หนักหน่วงกว่าเพื่อน ใครที่วางแผนจะประกอบพีซีประสิทธิภาพสูงหรือซื้อ โน้ตบุ๊ก สายเกมรุ่นใหม่คงต้องเผื่อใจเรื่องงบประมาณเอาไว้พอสมควร

บรรดานักวิเคราะห์ประเมินว่า การปรับขึ้นราคาซ้ำแล้วซ้ำเล่านี้จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาพรวมของตลาดคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล โดยคาดการณ์ว่ายอดขายฮาร์ดแวร์โดยรวมอาจซบเซาลงและลดลงราว 10 ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่เริ่มชะลอการอัปเกรดเครื่องใหม่ แล้วหันมาใช้งานอุปกรณ์เดิมที่มีอยู่ไปก่อนจนกว่าสถานการณ์ราคาจะเริ่มคลี่คลายลง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าปริมาณการขายชิ้นส่วนฮาร์ดแวร์และเครื่องคอมพิวเตอร์จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ฝั่งผู้ผลิตและตัวแทนจำหน่ายกลับอาจจะไม่ได้รับผลกระทบทางฝั่งรายได้มากนัก เนื่องจากราคาขายต่อหน่วยที่แพงขึ้นอย่างมาก จะเข้ามาช่วยชดเชยจำนวนยอดขายที่หายไปได้ ทำให้ตัวเลขรายรับรวมของบรรดาแบรนด์ต่างๆ ยังคงดูเติบโตขึ้นสวนทางกับปริมาณของที่ขายได้จริง
สถานการณ์ในตอนนี้คงต้องจับตากันอย่างใกล้ชิดว่าการปรับขึ้นราคาจริงหน้าแผงจะเริ่มส่งผลกระทบเมื่อไหร่ สำหรับใครที่มีแผนจะเปลี่ยนการ์ดจอใหม่หรือซื้อ โน้ตบุ๊ก เล่นเกมเครื่องใหม่ในเร็วๆ นี้ การตัดสินใจช้อนซื้อในช่วงที่ราคายังไม่ปรับขึ้นระลอกใหม่ ก็อาจจะเป็นทางเลือกที่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าได้ดีที่สุดในเวลานี้






