นักอนุรักษ์ชี้ Sony เลิกผลิตแผ่นไม่น่ากลัวเท่ากฎหมายที่ไม่เอื้อต่อการรักษาเกมดิจิทัล
เพราะการโหลด GTA 6 เก็บไว้แล้วสวดมนต์ให้เล่นได้ในอีก 50 ปีมันไม่ใช่การอนุรักษ์

เป็นข่าวเด่นประเด็นร้อนจริงๆ สำหรับ Sony ที่ประกาศยุติการผลิตสินค้าในรูปแบบแผ่นตั้งแต่มกราคม 2028 เป็นต้นไปสำหรับเกมใหม่ที่จะวางจำหน่ายบนเครื่อง PlayStation ซึ่งจะวางขายเกมใหม่บนสโตร์ PSN และร้านค้าในรูปแบบดิจิทัลเท่านั้น รวมไปถึงการปิดให้บริการหน้าร้านค้าของ PS3 กับ PS Vita หลายฝ่ายจึงออกมาแสดงความกังวลถึงอนาคตของเกมในรูปแบบที่จับต้องได้ ทั้งเกมเมอร์สายเก็บแผ่นและผู้เล่นเกมย้อนยุค
สำหรับนักประวัติศาสตร์และนักอนุรักษ์เกมมืออาชีพ ผลกระทบอาจไม่ได้รุนแรงอย่างที่หลายคนคิดเพราะพวกเขาเตรียมรับมือกับสถานการณ์เช่นนี้มานานแล้ว แต่ทว่าปัญหาที่แท้จริงในเรื่องนี้กลับเป็นอุตสาหกรรมเกมเองต่างหากที่ยังไม่ยอมสนับสนุนและผลักดันกฎหมายเพื่อเปิดทางให้กับการเก็บรักษาเกมดิจิทัล
Frank Cifaldi ผู้อำนวยการของ Video Game History Foundation องค์กรการกุศลที่ไม่แสวงหาผลกำไรที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อ อนุรักษ์ ศึกษาและเผยแพร่ประวัติศาสตร์ของวิดีโอเกมไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา ซึ่งเขาได้แถลงการณ์ถึงเรื่องนี้บน Bluesky ว่า
นี่เป็นข่าวที่น่าเสียดายสำหรับผู้ที่ยังคงชื่นชอบการซื้อเกมในรูปแบบสื่อบันทึกข้อมูล (ใช้คำว่า Physical Media คาดเพื่อให้ครอบคลุมแผ่นและตลับเกม) และถือเป็นผลกระทบต่อสิทธิของผู้บริโภค ตลาดซื้อขายเกมมือสอง รวมไปถึงผู้พัฒนาเกมที่ธุรกิจยังคงพึ่งพาตลาดเกมแบบแผ่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่หากมองจากมุมมองของนักอนุรักษ์เกมมืออาชีพ ผลกระทบของเรื่องนี้อาจไม่ได้รุนแรงอย่างที่หลายคนคาดคิด
ความจริงก็คือ เกมส่วนใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงกว่า 20 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ถูกพัฒนามาสำหรับคอนโซลด้วยซ้ำ นับประสาอะไรกับการออกแผ่น และต่อให้เกมเหล่านั้นมีรูปแบบแผ่นวางจำหน่าย แทบทุกเกมก็ต้องดาวน์โหลดแพตช์ Day One ทันทีหลังเปิดตัว ซึ่งหมายความว่า แม้ตัวแผ่นจะเก็บรักษาข้อมูลเกมไว้ในรูปแบบที่เข้าถึงได้ แต่ข้อมูลบนแผ่นนั้นก็อาจไม่ใช่เวอร์ชันเดียวกันกับที่ผู้เล่นส่วนใหญ่ได้เล่นจริง พิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุได้เตรียมรับมือกับอนาคตลักษณะนี้มาระยะหนึ่งแล้ว เพราะตระหนักดีว่าการนำแผ่นเกมไปเก็บไว้บนชั้นไม่ใช่แนวทางระยะยาวสำหรับการอนุรักษ์เกมยุคใหม่
สิ่งที่เรายังคงไม่เข้าใจคือ อุตสาหกรรมเกมคาดหวังให้สถาบันอย่างพวกเรารับมือกับปัญหานี้อย่างไรหากเจ้าของแพลตฟอร์มเลือกยกเลิกสื่อบันทึกข้อมูลและปิดร้านค้าเกมดิจิทัลรุ่นเก่า เราก็อยากเห็นองค์กรอย่างสมาคมอุตสาหกรรมเกมแห่งสหรัฐอเมริกา (Entertainment Software Association หรือ ESA) เสนอแนวทางที่เป็นรูปธรรมเพื่อให้หอจดหมายเหตุและพิพิธภัณฑ์สามารถเก็บรักษาเกมที่มีเพียงรูปแบบดิจิทัลได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายและเปิดให้เข้าถึงเพื่อการศึกษาวิจัย
ทุกฝ่ายต่างยอมรับว่านี่เป็นปัญหาร้ายแรง แต่ที่ผ่านมา ESA กลับคัดค้านความพยายามของสถาบันด้านมรดกทางวัฒนธรรมในการผลักดันให้มีการแก้ไขกฎหมายคุ้มครองสำเนาดิจิทัลเพื่อเอื้อให้การอนุรักษ์เกมทำได้ง่ายขึ้น อุตสาหกรรมเกมจำเป็นต้องเข้ามามีส่วนร่วมกับประเด็นนี้อย่างจริงจัง เพราะการบอกให้พิพิธภัณฑ์ดาวน์โหลด Grand Theft Auto VI มาเก็บไว้แล้วหวังว่ามันจะยังสามารถเปิดเล่นได้ในอีก 50 ปีข้างหน้าไม่ใช่แนวทางในการอนุรักษ์เกมที่ยั่งยืนเลยแม้แต่นิด
สรุปคือ การยกเลิกแผ่นเกมไม่ได้กระทบงานอนุรักษ์มากนักเพราะเกมจำนวนมากตั้งแต่แรกก็ไม่เคยมีแผ่นให้เก็บอยู่แล้ว เช่นพวกเกมมือถือ เกมเบราว์เซอร์ เกมออนไลน์และอื่นๆ ทว่าตัวอุตสาหกรรมเกมก็ยังไม่ผลักดันกฎหมายเพื่อเอื้อให้กับการอนุรักษ์เกมทั้งที่ทุกฝ่ายรู้ดีว่านี่คือวิกฤต พวกเขาจึงเรียกร้องให้ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมเกมหันมาจับมือหาทางออกร่วมกันอย่างจริงจังเพื่อให้สามารถเก็บรักษาเกมดิจิทัลเหล่านี้ไว้เพื่อการศึกษาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
สำหรับผู้ที่สนใจว่าทาง Video Game History Foundation อนุรักษ์เกมอะไรไว้บ้าง สามารถตามไปดูได้ที่ลิงก์นี้
ในมุมของบุคคลทั่วไป แฟนเกมทั่วโลกได้ออกมาประสานเสียงเพื่อคัดค้านกับเรื่องนี้ ส่วนบุคคลสำคัญในวงการเกมอย่าง Hideo Kojima เองก็เคยออกมาเตือนเมื่อ 5 ปีก่อนว่าสักวันเราจะไม่ได้เป็นเจ้าของข้อมูลดิจิทัลด้วยเช่นกัน
ผู้อ่านท่านใดต้องการติดตามข่าวเกมพีซีและคอนโซลทั้งหมดของ This Is Game Thailand ก็สามารถตามมาอ่านได้ที่นี่เลย! → ข่าวเกมคอนโซล / พีซี







