เทคโนโลยี

ค่ายพีซีเริ่มขยับตัว รับมือการมาของ MacBook Neo จากฝั่ง Apple

ผู้ผลิตเร่งทำของดีราคาถูกมาสู้

เรียกได้ว่าการมาของ MacBook Neo จากฝั่ง Apple ทำเอาวงการโน้ตบุ๊กพีซีตื่นตัวกันยกใหญ่ ปกติแล้วเหล่าผู้ผลิตจะชินกับการแข่งเรื่องราคาและฟีเจอร์ในกลุ่มเครื่องราคาสูงระดับ 1,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 32,700 บาท ขึ้นไป แต่พอมาเจอเครื่องรุ่นราคา 600 ดอลลาร์ หรือประมาณ 19,620 บาท และ 700 ดอลลาร์ หรือประมาณ 22,890 บาท ของ Apple ที่ทำมาดีจนน่าตกใจ ทำให้โน้ตบุ๊กราคาประหยัดฝั่งพีซีที่เคยลดสเปกหรือลดคุณภาพลงไปนั้นดูด้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด จน CEO ของ Asus ถึงกับออกปากว่าประหลาดใจกับราคานี้เลยทีเดียว

ในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมา เราเริ่มเห็นความพยายามที่ชัดเจนจากผู้ผลิตโน้ตบุ๊กพีซีในการงัดกลยุทธ์มาสู้ โดยส่วนใหญ่จะใช้ชิปประมวลผล Intel Core Series 3 รุ่นใหม่ที่มีชื่อรหัสว่า Wildcat Lake แทนที่จะเป็นการเอาชิปรุ่นเก่ามาเปลี่ยนชื่อใหม่เหมือนที่ผ่านมา Wildcat Lake ถูกออกแบบมาเพื่อตลาดงบประหยัดโดยเฉพาะ ด้วยสถาปัตยกรรม CPU และ GPU ล่าสุด พร้อมกระบวนการผลิตระดับ 18A ซึ่งน่าจะช่วยให้รันประสิทธิภาพสูสีกับชิป A18 Pro ใน MacBook Neo ได้ดียิ่งขึ้น

ตอนนี้หลายแบรนด์เริ่มประกาศเปิดตัวเครื่องที่ใช้ชิป Wildcat Lake กันบ้างแล้ว แม้จะยังไม่เปิดเผยราคาครบทุกรุ่นและบางรุ่นมีขายเฉพาะในจีนก็ตาม อย่าง Lenovo ก็เตรียมส่ง IdeaPad Slim รุ่นใหม่ที่มีตัวเลือกสเปกอย่าง RAM 16GB และจอ 120 Hz ส่วนทาง Asus และ HP ก็เริ่มส่งสินค้าลงตลาดบ้างแล้วเช่นกัน แต่สถานการณ์เรื่องราคาและปริมาณชิ้นส่วนยังคงมีความผันผวน ทำให้ผู้ผลิตส่วนใหญ่ยังคงอุบเงียบเรื่องข้อมูลการวางจำหน่ายจริงเอาไว้ก่อน

macbook-neo-on-windows-counter

สิ่งที่น่าจับตามองคือผู้ผลิตรายย่อยอย่าง Chuwi ที่ทำฮือฮาด้วยการเปิดตัวโน้ตบุ๊ก UniBook ที่ใช้ชิป Core 3 304 มาพร้อมจอ 14 นิ้ว 1200p RAM 8GB และความจุ 256GB ในราคาที่ประกาศไว้เพียง 449 ดอลลาร์ หรือประมาณ 14,680 บาท แม้จะยังไม่รู้ว่าการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร แต่สเปกและราคาในระดับนี้แหละคือสิ่งที่แฟนพีซีอยากเห็นจากแบรนด์ใหญ่ๆ เพื่อให้กลายเป็นคู่แข่งตัวจริงของ MacBook Neo โดยน่าจะมีข้อมูลเพิ่มเติมมาอัปเดตกันอีกครั้งในงาน Computex ช่วงต้นเดือนมิถุนายน

ในฝั่ง Intel เองก็ดูจะเอาจริงเอาจังไม่แพ้กัน โดยประกาศโครงการชื่อ Project Firefly ที่มุ่งเน้นการลดต้นทุนและความซับซ้อนในการผลิต ด้วยการจัดหาโครงสร้างการออกแบบอ้างอิงให้ผู้ผลิต ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดงบในการพัฒนาและส่งผ่านราคาที่ถูกลงไปถึงมือผู้ใช้งานได้ โดย Lenovo Lecoo Air 14 จะเป็นโน้ตบุ๊กรุ่นแรกที่ประเดิมใช้แนวทางนี้ แต่ก็ยังไม่แน่ชัดว่าจะวางขายในตลาดโลกเมื่อไหร่

การที่ Intel ยื่นมือเข้ามาช่วยปรับจูนอุตสาหกรรมไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ เพราะก่อนหน้านี้เคยทำสำเร็จมาแล้วกับโครงการ Ultrabook หรือการผลักดัน Wi-Fi ในยุค Centrino แต่โจทย์สำคัญรอบนี้คือโน้ตบุ๊กราคาต่ำกว่า 500 ดอลลาร์ หรือประมาณ 16,350 บาท นั้นมีอยู่จริงมานานหลายสิบปีแล้ว ปัญหาอยู่ที่ว่าของราคาถูกมักแลกมาด้วยคุณภาพที่แย่หรือใช้งานไม่สนุก Intel จะช่วยเรื่องราคาได้แค่ไหน และจะคุมคุณภาพให้ได้มาตรฐานสม่ำเสมอได้หรือไม่ คงต้องรอพิสูจน์กันต่อไป

ที่มา
Arstechnica

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button