Xreal พันธมิตรคนสำคัญของ Google มั่นใจก้าวข้ามขีดจำกัดพิชิตตลาดแว่นตาอัจฉริยะ
สู่ยุคแห่งการใช้งานจริงที่ไร้รอยต่อ

อุตสาหกรรมแว่นตาอัจฉริยะถือเป็นความฝันอันยาวนานของเหล่านักพัฒนาใน Silicon Valley ที่ต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมจากการก้มหน้ามองหน้าจอสมาร์ทโฟนตลอดทั้งวัน มาเป็นการสวมใส่อุปกรณ์คอมพิวเตอร์น้ำหนักเบาบนใบหน้าแทน แม้จะเป็นแนวคิดที่แฟนคลับนิยายวิทยาศาสตร์ชื่นชอบ แต่ที่ผ่านมาตลาดนี้กลับเปรียบเสมือนหลุมดำทางการเงินที่สูบเงินลงทุนมหาศาลไปโดยแทบไม่เห็นกำไรตอบแทน
Chi Xu ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Xreal ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ร่วมงานกับ Google มาอย่างยาวนาน ยอมรับว่าทุกคนในธุรกิจนี้ต่างกำลังขาดทุนอย่างหนักเนื่องจากโจทย์ที่ยากแสนเข็ญ อย่างไรก็ตาม ในงาน Google I/O ที่ Mountain View เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Chi Xu ได้นำเสนอโปรเจกต์ Aura ซึ่งเป็นความพยายามครั้งล่าสุดที่จะสร้างแว่นตา XR ที่ใช้งานได้จริงและผู้คนอยากหยิบมาสวมใส่ในชีวิตประจำวัน
ปัญหาของแว่นตาอัจฉริยะในอดีตคือเรื่องของรูปลักษณ์ที่เทอะทะ สวมใส่ไม่สบาย และดูประหลาดในสายตาคนรอบข้าง รวมถึงซอฟต์แวร์ที่ไม่มีประโยชน์มากพอ แต่ปัจจุบันบรรดาคนในวงการเริ่มรู้สึกว่าธุรกิจกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ โดยเฉพาะหลังจาก Meta จับมือกับ Ray-Ban จนสามารถทำยอดขายได้จริงแม้ว่าแผนกที่ดูแลเรื่องนี้จะยังคงขาดทุนมหาศาลอยู่ก็ตาม

สำหรับ Aura รุ่นล่าสุดของ Xreal มาพร้อมกับหน้าจอ OLED ภายในกรอบแว่นที่ให้ภาพความละเอียดสูง แต่ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุงคือการต้องเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ขนาดเล็กรูปทรงคล้ายโทรศัพท์มือถือที่เรียกว่า Puck เพื่อประมวลผล ซึ่งผู้ใช้สามารถเก็บใส่กระเป๋ากางเกงไว้ได้ขณะใช้งาน เพื่อแลกกับการได้รับประสบการณ์ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็น Google Maps แบบดื่มด่ำ วิดีโอ YouTube ในรูปแบบ VR หรือแอปวาดภาพที่ใช้การติดตามมือสร้างภาพโฮโลแกรม
Xreal มุ่งมั่นที่จะทำให้ประสบการณ์การใช้งานเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่ว่าจะเป็นการดูสูตรอาหารขณะทำครัว การตั้งพื้นที่ทำงานส่วนตัวในร้านกาแฟ หรือการชมภาพยนตร์บนจอขนาดใหญ่เสมือนจริงที่บ้าน ซึ่ง Chi Xu มองว่าอุปกรณ์ชิ้นนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อความบันเทิงอย่างการดูการแข่งขัน NBA เท่านั้น แต่ยังตอบโจทย์ระดับมืออาชีพที่ต้องการพกพาพื้นที่ทำงานไปในทุกที่อีกด้วย
ในปัจจุบันแว่นตารุ่นนี้เปิดให้เฉพาะนักพัฒนาได้ทดลองใช้งาน แต่มีแผนจะวางจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ภายในปีนี้ โดยคาดว่าราคาจะถูกกว่ารุ่นพรีเมียมของแบรนด์อื่นๆ ที่อาจเริ่มต้นสูงถึง 1,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 32,700 บาท ยิ่งไปกว่านั้น Xreal ยังเตรียมแผนเสนอขายหุ้น IPO ภายในสิ้นปี 2026 พร้อมตั้งเป้าหมายที่จะทำกำไรให้ได้ภายในปีหน้าด้วยการลดต้นทุนการตลาดและการขายลงอย่างต่อเนื่อง







