Google ปรับระบบโควตาใช้งาน Gemini คิดตามความยากของงานแทนการนับจำนวนครั้ง
คำนวณตามความซับซ้อน พร้อมเปิดให้ซื้อเครดิตเพิ่มได้

ที่ผ่านมา Gemini มีจุดเด่นที่ต่างจากคู่แข่งอย่าง ChatGPT หรือ Claude ตรงที่เขาใช้วิธีนับโควตาการใช้งานเป็นรายวันตามจำนวนครั้งที่เราพิมพ์สั่งงาน ซึ่งค่อนข้างใจดีและให้ใช้งานได้จุใจพอสมควร แต่ล่าสุดในงาน I/O 2026 ทาง Google ได้ประกาศจุดเปลี่ยนสำคัญ โดยจะยกเลิกการนับจำนวนครั้งแบบเดิม แล้วเปลี่ยนมาใช้ระบบคำนวณจากปริมาณทรัพยากรประมวลผลที่ใช้จริง หรือที่เรียกว่าระบบ compute-used แทนแล้ว
แต่เดิมนั้น Gemini จะนับโควตาแบบง่ายๆ คือพิมพ์สั่ง 1 ครั้งก็หักไป 1 สิทธิ์ โดยไม่ได้สนใจว่าคำสั่งนั้นจะสั้นหรือยาว ซึ่งต่างจาก ChatGPT และ Claude ที่คิดโควตาตามปริมาณ Token หรือเศษเสี้ยวของคำมาตั้งแต่วันแรก ทว่าหลังจากนี้เป็นต้นไป Google จะเริ่มประเมินความจำกัดจากความยากง่ายและความซับซ้อนของคำสั่ง ฟีเจอร์ที่เรียกใช้งาน รวมถึงความยาวของประวัติการคุยในห้องแชตนั้นๆ ด้วย ยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆ คือการสั่งให้ AI ช่วยเจนวิดีโอขึ้นมาสักตัว ย่อมต้องใช้พลังประมวลผลและกินโควตาสูงกว่าการสั่งให้เขียนข้อความสั้นๆ หลายเท่าตัวแน่นอน
สำหรับใครที่ใช้ Gemini ทำงานพื้นฐานทั่วไปอย่างการย่อความหรือถามตอบสั้นๆ การปรับเปลี่ยนในรอบนี้แทบจะไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานในชีวิตประจำวันเลย แต่สำหรับสายฮาร์ดคอร์ที่เน้นใช้งานหนักๆ ทั้งกลุ่มนักพัฒนาที่ใช้ช่วยเขียนโค้ด หรือครีเอเตอร์ที่สั่งเจนวิดีโอรัวๆ อาจจะต้องระวังกันหน่อยเพราะโควตาการใช้งานอาจจะหมดเร็วกว่าที่คิดไว้เยอะเลยทีเดียว โดยระบบใหม่นี้จะแบ่งการจำกัดโควตาออกเป็นแบบรอบ 5 ชั่วโมง และแบบรายสัปดาห์ คล้ายๆ กับคู่แข่ง ซึ่งหากใช้พลังประมวลผลเกินกำหนดในระยะเวลาอันสั้นก็จะติดล็อกรอบ 5 ชั่วโมงก่อนเป็นอันดับแรก

หน้าสนับสนุนข้อมูลของ Google ได้ระบุรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับระดับบัญชีผู้ใช้งานเอาไว้ว่า สำหรับผู้ใช้บริการแบบฟรีทั่วไปจะถูกจำกัดด้วยโควตามาตรฐาน ส่วนใครที่ขยับมาสมัครแพลน AI Plus จะได้รับโควตาเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า และขยับเพิ่มเป็น 4 เท่าสำหรับแพลน AI Pro ที่น่าทึ่งคือแพลนสูงสุดอย่าง AI Ultra จะได้รับสิทธิ์ในการเข้าถึงพลังประมวลผลมากกว่าแพลน AI Pro ถึง 20 เท่าเลยทีเดียว โดยทุกคนสามารถเข้าไปเช็กปริมาณการใช้งานของตัวเองได้ตลอดเวลาผ่านทางแอปพลิเคชัน Gemini หรือบนหน้าเว็บไซต์
ความเจ๋งคือเมื่อใช้งานจนแตะเพดานจำกัดแล้ว Google จะไม่ได้ตัดขาดการทำงานไปเลยทีเดียว แต่ระบบจะสลับให้ไปใช้งานโมเดลที่มีขนาดเล็กลงโดยอัตโนมัติเพื่อให้สามารถพิมพ์คุยต่อได้ หรือถ้าใครจำเป็นต้องใช้โมเดลตัวท็อปทำงานสำคัญอย่างต่อเนื่อง สมาชิกในกลุ่ม AI Pro และ AI Ultra ก็สามารถเลือกซื้อเครดิตเสริมในรูปแบบ PAYG หรือจ่ายเท่าที่ใช้ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดและลุยงานต่อได้ทันที โดยเครดิตเหล่านี้จะสามารถนำไปแชร์ใช้งานร่วมกับบริการอื่นๆ อย่าง Google Antigravity และ Google Flow ได้ในอนาคตอันใกล้นี้ด้วย







