เทคโนโลยี

Xreal เผยโฉม Project Aura จัดเต็มระบบ Android XR แบบเหนือระดับ

หวังเจาะกลุ่มโปรและนักพัฒนาด้วยฟีเจอร์ระดับท็อป

แบรนด์ Xreal มักจะยืนอยู่ในจุดที่ต่างจากคู่แข่งในตลาดแว่นตาอัจฉริยะเสมอ แทนที่จะทำแว่นตาหน้าตาธรรมดาๆ ที่มีฟีเจอร์แฝงอยู่นิดหน่อย แต่ทางค่ายกลับเลือกส่งมอบประสบการณ์ AR ที่ดื่มด่ำสมจริง ซึ่งตอบโจทย์ด้านความบันเทิงได้ดีสุดๆ ล่าสุดในงาน Google I/O ทางบริษัทได้เผยโฉม Project Aura ที่ขับเคลื่อนด้วยระบบปฏิบัติการ Android XR ออกมาให้เห็นกันแล้ว และหลังจากที่ได้ลองสัมผัสก็บอกได้เลยว่า Xreal กำลังพยายามทำอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าแค่การสร้างแว่นตาดูภาพยนตร์ธรรมดาๆ อีกรุ่นหนึ่งแน่นอน

ถ้าจะให้เห็นภาพชัดๆ หากมองว่าแว่นตาเน้นระบบเสียงที่กำลังจะเปิดตัวจากแบรนด์ Warby Parker หรือ Gentle Monster คือความเรียบง่ายสไตล์มินิมอลของ Android XR แว่น Project Aura ของ Xreal รุ่นนี้ก็คือขั้วตรงข้ามในสายจัดเต็มขั้นสุด หรือที่เรียกว่าสายแมกซิมอลได้เลย แว่นตานี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ใส่เดินเล่นชิวๆ ได้ตลอดทั้งวัน แต่บอกเลยว่ามันคือเวอร์ชันอัปเกรดพลังแรงสูงที่พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น One Pro ของทางค่ายนั่นเอง

ตัวแว่นมองภายนอกและให้ความรู้สึกคล้ายกับเฟรมของรุ่น One Pro มาก แต่สิ่งที่ Project Aura เพิ่มเข้ามาคือกล้อง 3 ตัว โดยติดตั้งไว้ที่ด้านข้างของเฟรมข้างละตัวเพื่อใช้ตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือ และกล้องตัวที่สามตรงกลางสำหรับถ่ายภาพและวิดีโอ แม้ว่า Xreal จะยังไม่ยอมเผยสเปกออกมามากนัก แต่หน้าจอที่มีมุมมองกว้างถึง 70 องศานั้นน่าประทับใจมาก ภาพที่เห็นมีความคมชัดและสว่างสู้แสงแดดภายนอกอาคารตอนทดสอบได้อย่างสบายๆ แถมยังกว้างพอที่จะดูวิดีโอ YouTube หรือเลื่อนหน้าจอ Chrome ได้โดยไม่รู้สึกว่าโดนตัดขอบ ภาพรวมถือว่ากว้างเต็มตาดีทีเดียว

xreal-project-aura-demo

ระบบอินเตอร์เฟซก็ควบคุมได้ง่ายมากด้วยมือเปล่า ท่าทางหลักๆ จะเป็นการใช้นิ้วจีบเข้าหากัน ซึ่งใครที่เคยเล่นอุปกรณ์ AR อื่นๆ มาก่อนน่าจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี ตัวแว่นสามารถตรวจจับมือได้แม่นยำและเสถียรมาก จะย่อขยายหรือย้ายหน้าต่างไปมาก็ทำได้ลื่นไหลไม่มีสะดุด สิ่งที่ต่างจากรุ่น One Pro คือรุ่นนี้จะต้องเชื่อมต่อสายเข้ากับกล่องควบคุมทรงพัคแยกต่างหาก คล้ายกับระบบของ Apple Vision Pro เลย โดยตัวกล่องขนาดเท่าโทรศัพท์นี้จะมีแทร็กแพดและเซนเซอร์สแกนนิ้วในตัวด้วย แอบมีอาการอุ่นขึ้นบ้างตอนทดสอบใช้งานประมาณ 20 นาที แต่อย่าลืมว่าตอนนั้นเป็นการทดสอบกลางแจ้งท่ามกลางอากาศร้อนเกือบ 90 องศาฟาเรนไฮต์ หรือประมาณ 32 องศาเซลเซียส

ทาง Xreal ยังได้นำแอปพลิเคชันที่พัฒนาขึ้นเองมาโชว์เคสความสามารถของ Project Aura ด้วย เช่น แอปวาดรูป AR แบบง่ายๆ และแอปที่ชื่อว่า Gemini Molecule ซึ่งแสดงพลังการประมวลผลแบบมัลติโมดอลได้น่าทึ่งมาก เพียงแค่หันไปมองวัตถุตรงหน้าแล้วใช้นิ้วจีบสั่งการ ตัวแอปก็จะวิเคราะห์และแสดงชื่อวัสดุพร้อมภาพจำลองโครงสร้างโมเลกุลออกมาให้เห็นทันที วิศวกรบอกว่าแอปเหล่านี้ถูกเขียนขึ้นมาอย่างรวดเร็วผ่านระบบ Gemini แม้จะยังไม่ใช่แอป AR ที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยเจอมา แต่ก็ทำให้เห็นภาพชัดเจนเลยว่าถ้านักพัฒนาภายนอกได้เครื่องไปลองเล่นจะสร้างสรรค์อะไรเจ๋งๆ ออกมาได้อีกเยอะเลย

แม้ว่าแว่นตาตัวนี้จะรองรับความบันเทิงเต็มรูปแบบเหมือนรุ่นอื่นๆ แต่ดูเหมือน Xreal ตั้งใจจะวางตำแหน่งให้เป็นอุปกรณ์ระดับโปรมากกว่า เพราะสามารถต่อสายเข้ากับโน้ตบุ๊กเพื่อใช้เป็นหน้าจอมอนิเตอร์ภายนอกได้ทันที หากเชื่อมต่อคีย์บอร์ดบลูทูธเพิ่มเข้าไปก็น่าจะทำงานจริงจังได้ดีเลยทีเดียว แถมวิศวกรของ Xreal คนหนึ่งยังยืนยันหนักแน่นว่า ตอนนี้เขาเลิกใช้จอมอนิเตอร์แบบเดิมๆ แล้วหันมาใช้แว่นตา Aura ทำงานแทนทั้งหมดไปเรียบร้อยแล้ว

ที่มา
Engadget

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button