เทคโนโลยี

Google อัปเดต Gemini สู่เอเจนต์สุดล้ำคอยช่วยงานตลอด 24 ชั่วโมง

ยกระดับชีวิตดิจิทัลให้ง่ายขึ้นในทุกวัน

Google ได้ออกมาเผยข้อมูลในงาน Google I/O 2026 ว่าปัจจุบันมีผู้ใช้งานโมเดลนี้ทะลุ 900 ล้านคนเข้าไปแล้ว จากเดิมปีที่แล้วที่มีผู้ใช้งานอยู่ 400 ล้านคน โดยครอบคลุมกว่า 230 ประเทศและรองรับมากกว่า 70 ภาษาทั่วโลก ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่เป็นการยกระดับจากปัญญาประดิษฐ์ที่คอยตอบคำถามธรรมดาๆ ให้กลายเป็นเอเจนต์อัจฉริยะที่สามารถลงมือทำงานแทนเราได้อย่างเป็นระบบ พร้อมเปิดตัวโมเดลใหม่อย่าง Gemini 3.5 Flash ที่ฉลาดและประมวลผลได้รวดเร็วทันใจแบบสุดๆ

หน้าตาการใช้งานถูกรื้อกระดานปรับโฉมใหม่หมดภายใต้แนวคิดดีไซน์ที่ชื่อว่า Neural Expressive ที่เน้นความลื่นไหล สีสันสดใส แถมยังใส่ระบบสั่นตอบสนองและฟอนต์แบบใหม่ที่อ่านง่ายกว่าเดิม นอกจากนี้ยังรวมฟีเจอร์ Gemini Live เข้ามาไว้ในแอปหลักแบบไร้รอยต่อ ทำให้สลับโหมดจากการพิมพ์มาเป็นการพูดคุยโต้ตอบไปมาได้อย่างอิสระโดยไม่มีสะดุด และไม่ต้องกังวลว่าจะพูดผิดๆ ถูกๆ เพราะระบบไมโครโฟนได้รับการพัฒนาให้เข้าใจความคิดที่ซับซ้อนได้อย่างแม่นยำ แถมข้อมูลที่ตอบกลับมาจะไม่ได้เป็นเพียงข้อความยาวๆ เป็นตับอีกต่อไป แต่จะมาในรูปแบบของไทม์ไลน์ วิดีโอ หรือกราฟิกที่เข้าใจง่ายแทน ซึ่งเปิดให้ใช้งานแล้วทั้งบนเว็บ ระบบ Android และ iOS

สำหรับสายสร้างสรรค์ต้องถูกใจสิ่งนี้กับ Gemini Omni โมเดลใหม่ที่สามารถเปลี่ยนไอเดียในหัวให้ออกมาเป็นวิดีโอคุณภาพสูงระดับภาพยนตร์ได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ป้อนข้อความ รูปภาพ หรือคลิปวิดีโอเข้าไป ระบบก็พร้อมจะเนรมิตผลงานชิ้นใหม่ออกมาให้ทันที แถมการตัดต่อวิดีโอก็ทำได้ง่ายเหมือนการนั่งคุยกับเพื่อน อยากซูมมุมกล้องแบบไหนหรือเปลี่ยนฉากหลังอย่างไรก็แค่พิมพ์สั่งงานได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถอัปโหลดคลิปจากมือถือแล้วเลือกเทมเพลตสำเร็จรูปมาปรับแต่งชิ้นงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาอุปกรณ์ราคาแพง หรือจะสร้างร่างอวตารดิจิทัลที่มีหน้าตาและน้ำเสียงเหมือนตัวเองไปโลดแล่นในคลิปก็ทำได้ โดยเริ่มเปิดให้ผู้สมัครสมาชิก Google AI Plus ราคา 7.99 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 261 บาท รวมถึงแพ็กเกจ Pro และ Ultra ได้ลองเล่นกันแล้ว

อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่จะมาช่วยจัดระเบียบชีวิตช่วงเช้าให้ลงตัวคือ Daily Brief เอเจนต์ส่วนตัวที่จะคอยสรุปข้อมูลสำคัญในแต่ละวันให้อย่างตรงจุด ซึ่งต่อยอดมาจากโครงการทดลองที่ชื่อว่า CC โดยระบบจะแอบทำงานอยู่เบื้องหลังคอยรวบรวมอีเมลเร่งด่วนจาก Gmail ตรวจสอบตารางงานจาก Calendar แล้วสรุปเป็นข้อมูลสั้นๆ ที่อ่านจบได้ในพริบตา ซึ่งระบบนี้ฉลาดถึงขั้นช่วยจัดลำดับความสำคัญตามเป้าหมายของแต่ละคน และคอยแนะนำสิ่งที่ต้องทำในขั้นตอนต่อไปได้ทันที โดยเปิดให้สมาชิกแพ็กเกจ Plus, Pro และ Ultra ในสหรัฐอเมริกาได้เริ่มใช้งานก่อนใคร

ไฮไลต์เด็ดที่ห้ามพลาดคือ Gemini Spark เอเจนต์ส่วนตัวที่ทำงานบนขุมพลัง Gemini 3.5 ร่วมกับระบบ Antigravity พร้อมสแตนด์บายช่วยงานตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะเชื่อมต่อกับเครื่องมือที่เราใช้ทุกวันอย่าง Gmail, Docs หรือ Slides และเนื่องจากทำงานบนระบบคลาวด์ ทำให้ Spark ยังคงเคลียร์งานอยู่เบื้องหลังได้หน้าตาเฉยแม้ว่าเราจะปิดหน้าจอโน้ตบุ๊กหรือล็อกโทรศัพท์มือถือไปแล้วก็ตาม ไม่ว่าจะสั่งให้คอยเช็กยอดค่าใช้จ่ายแฝงจากบัตรเครดิต คอยคัดแยกอีเมลแจ้งเตือนจากโรงเรียนของลูก หรือแม้กระทั่งสรุปเนื้อหาจากการประชุมแล้วแปลงเป็นเอกสารพิมพ์ดราฟต์อีเมลรอส่งต่อก็ทำได้หมด แถมยังปลอดภัยเพราะระบบจะขออนุญาตเราก่อนทำเรื่องสำคัญอย่างการจ่ายเงินหรือส่งอีเมลเสมอ โดยจะเริ่มเปิดให้กลุ่มทดสอบได้ลองใช้งานในสัปดาห์นี้

ปิดท้ายด้วยข่าวดีสำหรับชาว Mac เพราะแอป Gemini สำหรับ macOS กำลังจะได้รับการอัปเดตครั้งใหญ่ในช่วงกลางปีนี้ โดยจะนำเอา Gemini Spark เข้ามาฝังไว้ในแอปเวอร์ชันเดสก์ท็อปเพื่อช่วยจัดการไฟล์ต่างๆ ภายในเครื่องและช่วยสั่งงานระบบต่างๆ ได้อย่างอัตโนมัติ แถมยังมาพร้อมกับระบบสั่งการด้วยเสียงสุดล้ำที่สามารถจับใจความจากการพูดลอยๆ หรือการบ่นพึมพำไปพร้อมกับวิเคราะห์ภาพบนหน้าจอ เพื่อนำมาเรียบเรียงเป็นข้อความดราฟต์ที่ถูกต้องตรงตามความต้องการ ณ จุดที่เคอร์เซอร์วางอยู่ได้ทันที สำหรับตัวแอปพลิเคชันเวอร์ชันพื้นฐานสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานบนเครื่องได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ส่วนฟีเจอร์สั่งงานด้วยเสียงและเอเจนต์อัจฉริยะจะตามมาสมทบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ที่มา
Google

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button