เทคโนโลยี

ฟีเจอร์ AI ตัวท็อป Gemini Intelligence กินสเปกโหดจนรุ่นดังยังอาจไม่ไหว

Pixel 9 และ Galaxy Z Fold 7 อาจหมดสิทธิ์

Google ได้ประกาศผลักดันฟีเจอร์ระดับพรีเมียมภายใต้ชื่อ Gemini Intelligence ซึ่งเป็นร่มใหญ่ในการรวมความสามารถ AI สุดล้ำบนอุปกรณ์ Android ระดับท็อป ไม่ว่าจะเป็นระบบเติมคำอัตโนมัติที่ชาญฉลาดขึ้น ฟังก์ชันพิมพ์ด้วยเสียงอัปเกรดใหม่อย่าง Rambler บน Gboard หรือแม้แต่ฟีเจอร์ Create my Widget แต่สิ่งที่ทำให้หลายคนต้องตาค้างกลับไม่ใช่ความเก่งของมัน แต่เป็นความโหดของสเปกขั้นต่ำที่ Google กำหนดไว้ จนทำเอาสมาร์ตโฟนเรือธงในมือของหลายคนแอบสั่นกันเป็นแถว

เมื่อเข้าไปส่องดูรายละเอียดในหมายเหตุท้ายหน้าเว็บของ Gemini Intelligence จะพบว่าเกณฑ์การคัดเลือกอุปกรณ์ที่จะได้ไปต่อนั้นค่อนข้างเข้มงวดมาก โดยสมาร์ตโฟนเครื่องนั้นจะต้องใช้ชิปเซตระดับแฟลกชิป มี RAM ขนาด 12GB ขึ้นไป และที่สำคัญคือต้องรองรับ AI Core รวมถึง Gemini Nano v3 หรือเวอร์ชันที่สูงกว่าเท่านั้น นี่ยังไม่นับรวมเงื่อนไขด้านซอฟต์แวร์ที่ตัวเครื่องต้องได้รับการอัปเกรดระบบปฏิบัติการ Android อย่างน้อย 5 เวอร์ชัน ได้รับการอัปเดตความปลอดภัยนานถึง 6 ปี และต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้านความเสถียรของระบบอย่างเคร่งครัดอีกด้วย

จุดที่น่าจับตามองที่สุดคงหนีไม่พ้นการระบุชื่อ Gemini Nano v3 เพราะเมื่อลองไปตรวจสอบข้อมูลบนหน้าเว็บสำหรับนักพัฒนาพบว่า รายชื่ออุปกรณ์ที่รองรับเวอร์ชันนี้เกือบทั้งหมดเป็นสมาร์ตโฟนที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2026 นี้เอง ข่าวร้ายก็คือสมาร์ตโฟนรุ่นยอดนิยมที่ออกมาก่อนหน้านี้อย่างซีรีส์ Pixel 9 ของฝั่ง Google เอง หรือแม้กระทั่งสมาร์ตโฟนจอพับระดับพรีเมียมของปีที่แล้วอย่าง Galaxy Z Fold 7 จากฝั่ง Samsung ต่างก็ยังใช้งาน Gemini Nano v2 อยู่ นั่นหมายความว่าอุปกรณ์เหล่านี้จะยังไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่จะได้ใช้งานฟีเจอร์อัจฉริยะชุดใหม่นี้ไปโดยปริยาย

google-gemini-intelligence-specs

สำหรับรายชื่ออุปกรณ์ที่ได้ยืนยันแล้วว่าจะได้ไปต่อกับ Gemini Nano v3 นั้นก็นำทัพโดยเจ้าบ้านอย่าง Pixel 10, Pixel 10 Pro, Pixel 10 Pro XL และ Pixel 10 Pro Fold ร่วมด้วยสมาร์ตโฟนแบรนด์ดังฝั่งเอเชียอีกเพียบ เช่น Honor Magic 8 Pro, OnePlus 15, vivo X200 ตลอดจนสมาร์ตโฟนตระกูลดังของ Samsung อย่าง Galaxy S26, Galaxy S26+ และ Galaxy S26 Ultra ในขณะที่กลุ่มอุปกรณ์รุ่นเดิมที่ยังค้างอยู่ที่เวอร์ชัน v2 อย่างซีรีส์ Pixel 9, Galaxy Z Fold 7, Galaxy Z TriFold หรือแม้แต่ Xiaomi 15 Ultra อาจจะต้องนั่งลุ้นกันยาวๆ ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคตหรือไม่

อย่างไรก็ตาม บรรดาผู้ใช้งานรุ่นเก่าก็ยังพอมีความหวังอยู่บ้าง เนื่องจากข้อมูลในส่วนนี้เป็นการระบุถึงการรองรับ Prompt API ของ Gemini Nano เท่านั้น ไม่ใช่การระบุถึงตัวโมเดลโดยตรง จึงยังไม่สามารถฟันธงแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ได้ว่าสมาร์ตโฟนรุ่นก่อนหน้าเหล่านี้จะหมดสิทธิ์อย่างถาวร และยังไม่มีความชัดเจนว่า Google จะสามารถปล่อยอัปเดตระบบปฏิบัติการในอนาคตเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดนี้ให้ภายหลังได้หรือไม่ นอกจากนี้ เกณฑ์เรื่อง RAM 12GB ยังขัดแย้งกับข่าวลือของซีรีส์ Pixel 11 ที่ว่ารุ่นเริ่มต้นอาจจะลด RAM ลงเหลือ 8GB ซึ่งดูแล้วข่าวลือดังกล่าวอาจจะมีความคลาดเคลื่อนสูงมากเมื่อเทียบกับทิศทางปัจจุบัน

ไม่ว่าบทสรุปของสเปกจะลงเอยอย่างไร ทาง Google ได้แจ้งกำหนดการคร่าวๆ ออกมาแล้วว่า Gemini Intelligence จะเริ่มเปิดตัวให้ใช้งานอย่างเป็นทางการบนอุปกรณ์ Pixel และ Samsung Galaxy ภายในช่วงปลายปีนี้ โดยมีกระแสข่าววงในรายงานเสริมว่า Galaxy Z Fold 8 น่าจะเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นแรกของโลกที่เปิดตัวมาพร้อมกับฟีเจอร์ AI ชุดใหม่แกะกล่องนี้ ใครที่กำลังวางแผนจะเปลี่ยนไปใช้สมาร์ตโฟนหรือโน้ตบุ๊กเครื่องใหม่เพื่อเน้นทำงานสาย AI คงต้องเช็กสเปกเรื่องชิปและขนาด RAM กันให้ดีเป็นพิเศษแล้ว

ที่มา
9to5google

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button