คอนโซล / พีซี

Reggie Fils-Aime เผยความลับทำไม Nintendo เคยเลิกขายเครื่องเกมผ่าน Amazon

ทำให้เกมเมอร์ต้องหาซื้อเครื่องจากร้านอื่นอยู่นาน

Reggie Fils-Aime อดีตผู้บริหารระดับตำนานของ Nintendo of America ออกมาเล่าความจริงผ่านบทสัมภาษณ์ล่าสุดเกี่ยวกับสาเหตุที่ครั้งหนึ่งยักษ์ใหญ่สีแดงเคยตัดขาดความสัมพันธ์กับ Amazon เว็บไซต์ขายของออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยจุดเริ่มต้นเกิดจากการที่ Amazon พยายามบีบบังคับให้ Nintendo ทำในสิ่งที่ขัดต่อข้อกฎหมายและนโยบายการค้าที่เป็นธรรม ซึ่งถือเป็นเส้นแบ่งสำคัญที่ทางค่ายเกมจากญี่ปุ่นยอมรับไม่ได้อย่างเด็ดขาด

เรื่องราวนี้ย้อนกลับไปในช่วงที่ Nintendo 3DS และ Wii U กำลังทำตลาด โดย Reggie Fils-Aime ระบุว่าทาง Amazon ได้ยื่นข้อเสนอที่เรียกว่าเป็นฝันร้ายของผู้ผลิตสินค้า เพราะพวกเขาต้องการสิทธิพิเศษในระดับที่เหนือกว่าคู่แข่งรายอื่นอย่างมาก รวมถึงการพยายามกดดันให้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาในรูปแบบที่เสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมายการผูกขาดและการควบคุมราคาขายปลีก ซึ่งทาง Nintendo มองว่าการทำตามข้อเรียกร้องเหล่านั้นจะส่งผลเสียต่อพันธมิตรร้านค้าปลีกเจ้าอื่นและทำลายระบบการค้าที่พวกเขาสร้างมา

ความตึงเครียดพุ่งสูงขึ้นจนถึงจุดที่ Amazon ตัดสินใจหยุดสั่งซื้อเครื่องเกมโดยตรงจาก Nintendo และอนุญาตให้เพียงแค่ผู้ค้าบุคคลที่สามนำมาวางขายเท่านั้น ส่งผลให้ในช่วงเวลาหนึ่งหากใครต้องการซื้อเครื่อง 3DS บนหน้าเว็บ Amazon จะพบแต่ราคาที่พุ่งสูงเกินจริงจากพ่อค้าคนกลาง การตัดสินใจของ Reggie Fils-Aime ในตอนนั้นคือการยอมหักไม่ยอมงอ โดยเลือกที่จะไม่ส่งสินค้าให้ Amazon เลยดีกว่าต้องยอมทำผิดกฎเกณฑ์เพื่อแลกกับยอดขายมหาศาล ซึ่งเป็นการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนในเรื่องจริยธรรมทางธุรกิจ

why-nintendo-stop-selling-on-amazon

หากพิจารณาถึงความเสียหายทางการเงินจากการที่ไม่ได้วางขายบนแพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดในยุคนั้น คาดว่า Nintendo อาจสูญเสียโอกาสในการทำรายได้ไปหลายร้อยล้านดอลลาร์ โดยประเมินว่ายอดขายที่หายไปอาจสูงถึง 50 ล้านเหรียญฯ หรือประมาณ 1,840,000,000 บาท ต่อปีเลยทีเดียว แต่สำหรับ Reggie Fils-Aime และทีมงานมองว่าความเชื่อมั่นจากตัวแทนจำหน่ายรายอื่นและความถูกต้องตามกฎหมายนั้นมีมูลค่าที่ประเมินเป็นเงินไม่ได้ การรักษามาตรฐานความเท่าเทียมในตลาดจึงเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง

หลังจากที่ความสัมพันธ์พังทลายอยู่นานหลายปี ในที่สุดทั้งสองบริษัทก็สามารถหาจุดลงตัวและกลับมาทำธุรกิจร่วมกันได้อีกครั้งในช่วงการเปิดตัว Nintendo Switch ซึ่งเป็นยุคที่เปลี่ยนผ่านผู้นำและมีการปรับเปลี่ยนนโยบายภายในของทั้งสองฝ่าย โดย Reggie Fils-Aime ย้ำว่าการกลับมาครั้งนี้อยู่ภายใต้ข้อตกลงที่โปร่งใสและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากขึ้น ทำให้แฟนเกมสามารถกดสั่งซื้อเครื่องคอนโซลหรือแผ่นเกมผ่าน Amazon ได้อย่างสะดวกเหมือนเดิมโดยไม่ต้องกังวลเรื่องการปั่นราคาอีกต่อไป

บทสรุปของเรื่องนี้แสดงให้เห็นว่าแม้แต่ในโลกธุรกิจที่มีการแข่งขันรุนแรง การยึดมั่นในหลักการก็สามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาวได้ การที่ Nintendo กล้าปฏิเสธยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon กลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจในวงการเทคโนโลยีและค้าปลีกทั่วโลก ปัจจุบันเราจึงได้เห็นความร่วมมือที่ราบรื่นระหว่างกัน ซึ่งส่งผลดีต่อผู้ใช้งานที่สามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาที่เป็นมาตรฐานสากล โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการใช้อำนาจเหนือตลาดมาเอาเปรียบผู้บริโภคหรือผู้ผลิตรายย่อยอีกต่อไป

ที่มา
Kotaku

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button