
Gravity ค่ายเกมยักษ์ใหญ่ผู้สร้างตำนาน Ragnarok Online ประกาศบรรลุข้อตกลงครั้งประวัติศาสตร์ในการต่อสัญญาเช่าสิทธิ์ทรัพย์สินทางปัญญา (IP) กับ คุณอี มยอง-จิน ผู้เขียนการ์ตูนต้นฉบับ โดยขยายระยะเวลาออกไปอีก 30 ปี รวดเดียว ซึ่งจะทำให้ Gravity ถือครองสิทธิ์ในการพัฒนาและขยายธุรกิจจาก IP นี้ไปจนถึงเดือนมกราคม ปี 2063
เดิมพันครั้งใหญ่เพื่อความมั่นคงในระยะยาว
การตัดสินใจต่อสัญญาระยะยาวเกินกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นกลยุทธ์สำคัญเพื่อรักษา “เส้นเลือดใหญ่” ของบริษัท เนื่องจากปัจจุบัน Gravity มีสภาวะการพึ่งพา IP Ragnarok ในระดับที่สูงมาก โดยสถิติย้อนหลัง 3 ปีระบุว่า
- ปีล่าสุด: รายได้จาก Ragnarok คิดเป็น 81.4% ของรายได้รวมบริษัท (4.56 แสนล้านวอน จากทั้งหมด 5.6 แสนล้านวอน)
- ปี 2023: สัดส่วนรายได้พุ่งสูงถึง 87.1%
- ความหลากหลาย: ปัจจุบันมีการพัฒนาเกมภาคแยกและภาคต่อภายใต้แบรนด์ Ragnarok ไปแล้วมากกว่า 10 โปรเจกต์
ค่าลิขสิทธิ์มหาศาล แลกกับฐานธุรกิจที่จับต้องได้
รายงานระบุว่า Gravity ยอมจ่ายค่าส่วนแบ่งลิขสิทธิ์ (Royalty) ให้แก่เจ้าของต้นฉบับในอัตราที่ผันแปรตามรายได้และกำไร ซึ่งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บริษัทมียอดจ่ายค่าลิขสิทธิ์สูงถึง 1,600 – 3,000 ล้านวอนต่อปี (ประมาณ 40-80 ล้านบาท) การต่อสัญญา 30 ปีจึงเป็นการยืนยันว่า Gravity จะยังคงเป็นผู้เล่นหลักที่จะนำพา Ragnarok บุกตลาดโลกต่อไปอีกอย่างน้อยหนึ่งชั่วอายุคน
ความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการพึ่งพา IP เดียว
แม้การต่อสัญญาจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนในแง่ของสิทธิ์การถือครอง แต่บรรดานักวิเคราะห์ยังคงตั้งข้อสังเกตถึง “ความเสี่ยงจากการพึ่งพาเพียงแหล่งเดียว” (Single-IP Risk) โดยเห็นได้ชัดจากผลประกอบการในปี 2024 ที่ผ่านมา เมื่อกระแสตอบรับของเกมภาคแยกบางตัวลดลง ส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทวูบลงทันที 31% และกำไรจากการดำเนินงานลดลงเกือบครึ่งหนึ่ง (47%)
การขยายสัญญาครั้งนี้เปรียบเสมือนการทำประกันชีวิตให้แก่ Gravity ว่าจะยังมีชื่อ Ragnarok เป็นเครื่องมือหากินไปได้อีกยาวนาน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโจทย์ใหญ่ที่บริษัทต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า จะสามารถสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ จาก IP เดิมนี้ให้ครองใจเกมเมอร์รุ่นใหม่ได้นานเพียงพอที่จะอยู่รอดจนถึงปี 2063 หรือไม่







