PS5คอนโซล / พีซีรีวิวรีวิว / พรีวิวเกม

[รีวิว] SAROS สุริย-ฆาต มัจจุราชล่าดวงอาทิตย์

การกลับมาของเกม Roguelike Shooting สุดตึงมือจาก​ Housemarque

หมายเหตุ: เนื้อหารีวิวนี้อ้างอิงจากการเล่นเกมบนอุปกรณ์ PlayStation 5 รุ่นมาตรฐาน ประสบการณ์ที่ได้รับอาจแตกต่างกัน

พูดถึงชื่อ Housemarque ในระยะหลังเราจะพบว่าเกมส่วนมากมักเป็นรูปแบบการยิงปืนสไตล์ Bullet Hell แต่สำหรับ SAROS ดูเหมือนว่าทีมงานจะให้ความสำคัญกับคำว่า Bullet Ballet มากเป็นพิเศษ ผมที่ได้ยินแล้วเกาหัวแกร่กๆ ก็อดคิดไม่ได้ว่าเป็นคำจำกัดความที่ดูแปลกใหม่ทีเดียวจนกระทั่งได้ลองเล่นกันเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อน และภาพมันก็ยิ่งแจ่มชัดขึ้นไปอีกกับการเล่นครั้งล่าสุดในช่วงหลังสงกรานต์ที่ผ่านมา

SAROS ถ่ายทอดประสบการณ์การยิงปืนพร้อมผสมผสานความท้าทายแบบที่คอแอ็กชันจะต้องชอบ เมื่อทุกครั้งที่เราเล่น ความรู้สึกมันจะไม่เพียงแค่ว่าต้องการให้ผ่าน แต่เราจะต้องเอาชนะทั้งความอดทนของตัวเอง และอุปสรรคตรงหน้าที่เกมวาดออกมาด้วยดงกระสุนที่หลบแสนยากเย็น แต่ไม่มีอะไรที่เกินความสามารถของเรา วันนี้เอง ThisIsGame Thailand ก็พร้อมที่จะนำความประทับใจมาแบ่งปันในรีวิวนี้กันแล้วครับ

เนื้อเรื่องและเกมเพลย์หลัก

ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น อรชุน เจ้าหน้าที่จากองค์กร Soltari ที่เดินทางมายังดาวปริศนาแห่งหนึ่งเพื่อตามหาเพื่อนในทีม Echelon ที่เคยถูกส่งตัวมาทำภารกิจถึงสามทีมแต่กลับเกิดเรื่องราวที่ทำให้ขาดการติดต่อไป ที่สำคัญหนึ่งในนั้นยังมี นิตยา คู่รักของเขาที่เคยเดินทางมายังดาวดวงนี้ด้วยเช่นกัน จนกระทั่งเมื่อตนเองมาถึงก็พบว่ามันมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เขาค้นพบว่าทุกอย่างไม่ชอบมาพากลโดยสิ้นเชิง เมื่อสวัสดิภาพของเขาและคนอื่นในทีมลำดับที่สี่ต้องถึงคราวสั่นคลอน

เนื้อหาของเกมก็จะวนเวียนอยู่กับการหาคำตอบของเบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด รวมไปถึงตามตัวแฟนสาวของตัวเองให้ได้ แต่ด้วยความที่เกมเป็นแนว Roguelike วนลูป นั่นหมายความว่าความคืบหน้าของเราจะขึ้นอยู่กับการเล่นในทุกๆ รอบ หากไปไกลและเจอจุดที่เป็นเหมือนกับเช็คพอยต์ตามเนื้อเรื่อง (เช่นแอคทิเวตอะไรสักอย่างหรือเก็บไอเทมสำคัญ) ก็จะยิ่งเข้าใกล้ความจริงไปเรื่อยๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็ไม่ได้หมายถึงว่าเราจะต้องเจอของซ้ำเดิมเรื่อยๆ เพราะทุกครั้งที่เราออกสู่การวิ่งครั้งใหม่ เราไม่สามารถทราบได้ว่าจะเจอกับอะไรที่รออยู่เบื้องหน้า แต่ทุกครั้งจะต้องเจอสงครามชีวิตอย่างสุริยคราสที่ทำให้ทุกอย่างยิ่งเลวร้ายลง แต่ตึงมือมากขึ้น

[รีวิว] SAROS สุริย-ฆาต มัจจุราชล่าดวงอาทิตย์

รูปแบบการควบคุมของเราจะคล้ายกับ​ Returnal แต่ว่าก็มีความเป็นแพลตฟอร์เมอร์มากขึ้น นั่นคือมีการวิ่งป่ายปีน กระโดดข้ามเหวลึก โดยอาวุธของเราในช่วงเริ่มต้นจะเป็นปืนพกแต่หลังจากนั้นก็จะสามารถเก็บปืนอื่นๆ มาเป็นปืนหลักได้ กระนั้นปืนก็จะมีโหมดยิงสองแบบและมี Modifier หรือตัวปรับแต่งที่เก็บได้ตามทาง ของเหล่านี้จะไม่เป็นของถาวร แต่จะอยู่กับเราตราบใดที่ตัวเองยังไม่เท่งทึงกันไปเสียก่อนครับ ซึ่งเกมเพลย์จะแบ่งเป็นช่วงออกวิ่งและช่วงที่ยังอยู่ในยาน Echelon IV ที่เป็นเหมือนจุดศูนย์กลางมีช่องทางการอัปเกรดและพูดคุยเป็น Hub

จุดที่คิดว่าทำให้ SAROS มีความน่าติดตาม แม้จะอาศัยเกมเพลย์แบบลูป แต่ว่าที่จริงแล้วเมื่อเราตายในรอบการเล่นก่อนหน้าจนถูกส่งกลับมา Hub มันจะมีบางสิ่งที่เกิดขึ้น เช่นเราอาจเจอไฟล์ใหม่ๆ ที่ไม่เคยเก็บ และพฤติกรรมของเพื่อนร่วมทางที่เอาเข้าจริงก็รู้สึกว่าไม่มีใครที่เราคาดเดาอะเจนด้าของตัวเขาได้เลยสักนิด ความอยากรู้อยากเห็นของเรานี่แหละที่จะยิ่งช่วยให้เราเล่นวนไปอีกเรื่อยๆ

เวียน ว่าย ตาย แกร่ง กราดกระสุนเพลงปืนลีลา

[รีวิว] SAROS สุริย-ฆาต มัจจุราชล่าดวงอาทิตย์

SAROS ใช้คำว่า เวียน ว่าย ตาย แกร่ง เป็นคำโปรย แล้วมันก็เป็นคำที่เหมาะสมมากๆ ครับเพราะว่ามันคือคอนเซปต์ของลูปการเล่นเลย อย่างที่กล่าวข้างต้นว่าเราจะต้องเวียนวนกันไปเรื่อยๆ ทั้งเกม แต่ทุกครั้งที่เรากลับมามันจะเป็น “Come Back Stronger” เพราะการต่อสู้นั้นจะทำให้เราได้แต้มที่เรียกว่า Lucinite มาเพื่อใช้ในการอัปเกรดถาวร เช่นเกราะใหม่ ผ่านระบบที่เป็น Skill Tree โดยเฉพาะกับ Second Chance ที่เป็นหนึ่งในคุณสมบัติสำคัญที่ช่วยให้ อรชุน ได้เห็นแสงสุดท้ายเหมือนความหวังท่ามกลางห่าฝนจากมัจจุราช

ในช่วงแรกเราอาจจะรู้สึกว่าการหลบเป็นเรื่องที่ยากมาก แต่เมื่อชำนาญจะรู้ว่า Bullet Ballet หรือเพลงปืนลีลามันสนุกและเข้ามือมากๆ จนกระสุนตรงหน้าไม่ใช่ของที่เราอยากหลบ แต่เราจะต้องชั่งน้ำหนักว่าควรซึมซับมันมาเพื่อเก็บเกจใช้โหมดกระสุนแรงกับปืนของเราดีไหม ยังไม่รวมกับการดอดจ์ที่พอเรากดได้ทันพอดีจะฟินเป็นพิเศษ พอพูดแบบนี้ผู้อ่านอาจจินตนาการว่าแล้วศัตรูมันจะเยอะจนเหมือนดูมเปลี่ยนมุมกล้องไหม คำตอบคือ ไม่ แถมบางตัวแค่สร้างความรำคาญให้เราจากไกลๆ ด้วยซ้ำ SAROS มันเลยมีความเฉพาะตัวที่สวยงามมาก โดยเฉพาะแพทเทิร์นของกระสุนดาเมจจากศัตรู

[รีวิว] SAROS สุริย-ฆาต มัจจุราชล่าดวงอาทิตย์
[รีวิว] SAROS สุริย-ฆาต มัจจุราชล่าดวงอาทิตย์
ไม่มีวิ่งมารุมกินโต๊ะ แต่ปริมาณกระสุนเนี่ยสิ

เรื่องอาวุธที่เป็นเหมือนกุญแจสำคัญในการ เวียน ว่าย ตาย แกร่ง ก็จะพบว่ามีสองแบบคือปืนที่ติดตัว และ Power Weapon โดยในส่วนของอาวุธหลักนั้นจะเก็บเพิร์คใหม่ได้ตามหีบสมบัติที่เจอในฉาก (เป็นแท่งคริสตัลสีไม่เหมือนกัน) ซึ่งเพิร์คพวกนี้อาจจะบ๊ายบายจากเราไปด้วย แต่แน่นอนว่าด้วยการอัปเกรดความสามารถของตัวเองที่เกิดขึ้นสม่ำเสมอก็จะทำให้เราอยู่ในสนามได้นานขึ้น ถัดมากับ Power Weapon ถ้าให้พูดเห็นภาพก็คือทักษะติดตัว เมื่อเราซับกระสุนศัตรูมาได้ด้วยปุ่ม R1 จนเกจเต็มจะสามารถใช้ได้ อันนี้จะมีให้เลือกหลายแบบ ขึ้นอยู่กับแนวทางการเล่นนั่นแหละ

SAROS ไม่ใช่ Returnal ในเวอร์ชันใหม่

มาถึงคำถามสำคัญ หลายคนคงสงสัยว่าเกมนี้กับ​ Returnal จะแตกต่างกันไหม ส่วนตัวผมคิดว่าแตกต่างกันมาก และไม่ได้ย้อมแมว โดยเฉพาะกับการที่เกมให้ความสำคัญกับการอัปเกรดถาวร และการปั้นตัวละครที่เราเลือกได้เลยว่าจะเล่นสายไหนก่อน หรือทุกคนจะไม่อัปเกรดแต่วิ่งสดไปก็ได้นะครับในทุกรอบถ้าเกิดอดทนมากพอ นอกจากนี้เมื่อมี Hub ก็เลยทำให้เป็นเหมือนกับการพักหายใจ เก็บรายละเอียด วางแผนการเสริมความแข็งแกร่ง ไม่ได้วิ่งไปตายแล้วเกิดใหม่เพื่อท้าทายความอึดของตัวเองใหม่ในรอบต่อไปและต่อไป

จังหวะการเล่นเองก็เปลี่ยนไปด้วยครับเพราะว่า Returnal เน้นการยิงยาว ขณะที่ SAROS จะแบ่งออกเป็นช่วงๆ และเราสังเกตได้ว่ามักจะวิ่งไปสักพักก็ต้องเจอจุดที่ถูกตบเกรียนส่งกลับยาน เฉลี่ยแล้วรอบละประมาณ 30 นาที ซึ่งผมคิดว่า SAROS จะ Forgive ผู้เล่นมากกว่า เลยเข้าถึงง่าย แต่ฉันใดก็ฉันนั้นครับ เราเลือกระดับความยากได้แม้จะไม่แบ่งเป็นโหมด ยาก กลาง ง่าย ทว่าก็จะอยู่ในรูปของ Modifier ที่ทำให้ประสบการณ์ของผู้เล่นไม่เหมือนกันนั่นเอง

[รีวิว] SAROS สุริย-ฆาต มัจจุราชล่าดวงอาทิตย์
[รีวิว] SAROS สุริย-ฆาต มัจจุราชล่าดวงอาทิตย์

กราฟิก, ฟังก์ชัน DualSense และเพลงประกอบ

ตัวเกมสามารถแสดงผลที่ 60FPS อย่างสบายๆ บนเครื่องเล่น PlayStation 5 รุ่นมาตรฐาน โดยในเรื่องความละเอียดก็ถือว่าใช้ได้เพราะเบสที่ 1080p ไม่ลดต่ำไปกว่านั้น พร้อมกันนี้ในส่วนของฟังก์ชัน DualSense ถูกพัฒนามาอย่างจัดเต็ม ทั้งแรงต้านของไกปืนเมื่อเรายิงหรือการสั่นสะเทือนที่ทำมามีน้ำหนัก (ลางเนื้อชอบลางยา บางคนอาจปวดนิ้ว) แต่ประสบการณ์จะไม่สมบูรณ์ได้เลยหากขาดเพลงประกอบจากเจ้าพ่อเพลงเกมแอ็กชันยุคใหม่ Sam Slater ที่ทุกๆ เพลงคือความเร้าใจและอลังการมากๆ

บทสรุป

SAROS เป็นการกลับมาในรอบหลายปีของ Housemarque ที่ถือว่าอยู่ในระดับที่น่าชื่นชมเลยครับ เพราะเกมได้นำเอาข้อที่เคยถูกติในผลงานเก่ามาปรับปรุงให้ดีขึ้น แม้ว่าหลายส่วนจะประนีประนอมกับผู้เล่นมากขึ้น กระนั้นก็ยังท้าทายและตึงมือ รู้สึกฟินทุกครั้งที่เราตอบโต้กลับ รวมไปถึงยังมีคอนเทนต์เนื้อเรื่องที่ชวนให้เราได้เล่นซ้ำแม้จบเกม เสริมด้วยเพลงประกอบที่ผมคิดว่าทำได้ดีที่สุดในกลุ่มเกมใหม่ของปีนี้ ที่สำคัญที่สุดยังมีภาษาไทยให้เลือกใช้ด้วย ไม่ต้องกังวลกำแพงภาษาเลยครับ

[รีวิว] SAROS สุริย-ฆาต มัจจุราชล่าดวงอาทิตย์

สำหรับเพื่อนๆ ที่อยากสัมผัสประสบการณ์สุดโหดชวนหัวร้อนก็ขอบอกเลยว่า ไม่ต้องรอนานเพราะ SAROS จะวางจำหน่ายในวันที่ 30 เมษายนนี้ บน PlayStation 5 ในราคา 2,290 บาท และ 2,690 บาทสำหรับรูปแบบ Digital Deluxe ที่มาพร้อมสิทธิ์เข้าเล่นเกมล่วงหน้าถึง 48 ชั่วโมง โดยปัจจุบันมีโปรโมชันแจกสกินพิเศษสำหรับผู้สั่งจองล่วงหน้ากับชุด Hands of Shore Armor ด้วยเช่นกันครับ โอกาสหน้า ThisIsGame Thailand จะมีอะไรมาแบ่งปันอย่าลืมติดตามที่นี่เช่นเคยเพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารใหม่ๆ ในแวดวงวิดีโอเกมก่อนใคร

ตัวเกมที่ได้รับการรีวิวมาจาก Sony Interactive Entertainment

GantaroZX

นักข่าวเกมที่แต่งตัวโป๊ที่สุดในประเทศไทย
Back to top button