
หลังจากเปิดตัวครั้งแรกไปเกือบปีจนแฟนๆ เริ่มถอดใจ ล่าสุด Trump Mobile ได้ทำการยกเครื่องหน้าเว็บไซต์ใหม่พร้อมเผยโฉม T1 Phone ในเวอร์ชันปรับปรุงใหม่ที่ดูแตกต่างจากเดิมพอสมควร โดยตัวเครื่องยังคงเอกลักษณ์สีทองอร่ามแต่เปลี่ยนพื้นผิวจากลายขนแมวให้ดูเรียบหรูขึ้น จุดที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดคือการถอดโลโก้ T1 ขนาดใหญ่ออก และเปลี่ยนโมดูลกล้องหลังเป็นรูปทรงวงรีแนวตั้งพร้อมสลักชื่อแบรนด์ลงไปแทน ขณะที่ด้านล่างตัวเครื่องมีการขยับรูปธงชาติอเมริกาให้ดูชัดเจนขึ้นกว่าเดิม
สิ่งที่น่าปวดหัวสำหรับคนติดตามคือเรื่องสเปกที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเหมือนอารมณ์คนเขียน โดยล่าสุดระบุว่าจะใช้หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.78 นิ้ว พร้อมรีเฟรชเรท 120Hz ซึ่งก่อนหน้านี้เคยประกาศว่าเป็นจอ 6.8 นิ้ว แล้วจู่ๆ ก็ลดเหลือ 6.25 นิ้วแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ก่อนจะกลับมาใช้ขนาดใหญ่ในครั้งนี้ ส่วนหัวใจหลักระบุว่าจะใช้ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 7 แต่กลับไม่ระบุรุ่นที่ชัดเจน รวมถึงไม่มีการบอกจำนวน RAM ที่แน่นอน มีเพียงพื้นที่เก็บข้อมูล 512GB และแบตเตอรี่ 5,000mAh ที่รองรับชาร์จไว 30W เท่านั้น
ในส่วนของกล้องถ่ายภาพถือว่าจัดเต็มตามสไตล์มือถือยุคใหม่ ด้วยกล้องหลัง 3 ตัว ประกอบด้วยเลนส์หลัก 50MP, เลนส์มุมกว้าง Ultrawide 8MP และเลนส์ Telephoto 50MP ที่ซูมได้ 2 เท่า ส่วนกล้องหน้าสำหรับการเซลฟี่ก็ให้มาถึง 50MP เช่นกัน โดยตัวเครื่องจะรันบนระบบปฏิบัติการ Android 15 ซึ่งเป็นเวอร์ชันใหม่ในช่วงที่เริ่มประกาศโครงการ แต่ด้วยความล่าช้าที่เกิดขึ้น หลายฝ่ายเริ่มสงสัยว่าหากวางขายจริงในปี 2026 นี้ เราอาจจะได้เห็นมันรันบน Android 16 แทนหรือไม่ หรือสุดท้ายอาจจะไม่ได้วางขายเลย

ประเด็นเรื่องที่มาของสินค้าก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เพราะตอนแรกทาง Trump Mobile เคยป่าวประกาศว่านี่คือมือถือที่ Made in USA หรือผลิตในอเมริกาแบบ 100% แต่ล่าสุดข้อความเหล่านั้นถูกลบออกไปและแทนที่ด้วยคำว่า ออกแบบโดยคำนึงถึงคุณค่าของอเมริกา แทน โดยผู้บริหารยอมรับว่าชิ้นส่วนส่วนใหญ่นำเข้ามาจากประเทศพันธมิตรในต่างประเทศ และจะนำมาประกอบชิ้นส่วนสุดท้ายประมาณ 10 ชิ้นที่เมืองไมอามีเท่านั้น ซึ่งถือเป็นการลดระดับคำโฆษณาลงอย่างเห็นได้ชัดจากช่วงเริ่มต้นโครงการ
สำหรับราคาค่าตัวนั้นมีการระบุว่าเป็นราคาโปรโมชันช่วงพรีออเดอร์อยู่ที่ 499 USD หรือประมาณ 15,900 บาท โดยผู้ที่สนใจต้องวางเงินมัดจำล่วงหน้า 100 USD หรือประมาณ 3,200 บาท ซึ่งทางผู้บริหารอย่าง Eric Thomas และ Don Hendrickson เคยให้สัมภาษณ์ว่าราคาขายจริงหลังจบโปรโมชันจะสูงขึ้นแต่จะไม่เกิน 1,000 USD หรือประมาณ 32,000 บาท อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันบนหน้าเว็บไซต์ได้ลบกำหนดการวางจำหน่ายที่เคยบอกว่า ภายในปีนี้ ออกไปหมดแล้ว เหลือเพียงปุ่มให้กดเข้าร่วมรายชื่อรอคอยเท่านั้น
คำแนะนำที่เหล่านักรีวิวและสื่อไอทีต่างเห็นตรงกันคือ อย่าเพิ่งรีบโอนเงินจองเด็ดขาด เพราะคนที่ยอมจ่ายเงินมัดจำไปตั้งแต่ปีที่แล้วก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาร่างของเครื่องจริง แถมสถานะปัจจุบันยังดูเหมือนโปรเจกต์ที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การเอาเงินไปวางไว้กับสินค้าที่ยังไม่มีวันวางขายที่แน่นอนและมีสเปกที่ปรับเปลี่ยนไปมาแบบนี้ถือเป็นความเสี่ยงที่สูงมาก ดังนั้นการรอดูสถานการณ์อยู่ห่างๆ จนกว่าจะมีเครื่องจริงออกมาให้นักวิจารณ์ได้สัมผัส น่าจะเป็นทางเลือกที่ฉลาดที่สุดในตอนนี้







