
ช่วงนี้ใครที่ชอบโหลดแอปใหม่ๆ มาลองเล่นต้องฟังทางนี้ เพราะ FBI ออกมาสะกิดเตือนชาวอเมริกันให้ระวังอันตรายที่อาจแฝงมากับแอปพลิเคชันต่างชาติ โดยเฉพาะแอปที่มีฐานการดำเนินงานอยู่ในประเทศจีน ซึ่งหลายแอปติดอันดับมียอดดาวน์โหลดสูงสุดและทำเงินได้มหาศาลในสหรัฐฯ แม้จะดูเป็นแอปบันเทิงหรือช้อปปิ้งทั่วไป แต่เบื้องหลังอาจมีการจัดการข้อมูลโดยบริษัทที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายความมั่นคงของจีนอย่างเคร่งครัด
ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือ กฎหมายข่าวกรองแห่งชาติของจีนที่ระบุชัดเจนในมาตรา 7 และ 14 ว่าองค์กรและพลเมืองทุกคนต้องให้ความร่วมมือและสนับสนุนงานด้านข่าวกรองของรัฐ หมายความว่ารัฐบาลจีนสามารถเข้าถึงข้อมูลผู้ใช้งานได้ทุกเมื่อที่ต้องการ ซึ่ง Forbes เคยชี้ให้เห็นว่านี่คือจุดเสี่ยงสำคัญที่ทำให้ข้อมูลส่วนตัวของคนทั่วโลกที่ใช้งานแอปเหล่านี้ตกอยู่ในความสอดส่องของเจ้าหน้าที่แดนมังกรได้โดยง่าย
ถึงแม้ FBI จะไม่ได้ระบุชื่อแอปออกมาตรงๆ แต่เมื่อไปเช็คอันดับใน App Store ของ Apple หรือ Google Play ก็จะพบว่าแอปดังอย่าง CapCut และ Lemon8 จากค่าย ByteDance รวมถึงแอปช้อปปิ้งราคาถูกใจสายเปย์อย่าง Temu และ Shein ล้วนเข้าข่ายทั้งสิ้น แอปเหล่านี้มีการวางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลไว้ในจีน ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกดึงข้อมูลผู้ใช้งานไปใช้ในทางที่อาจกระทบต่อความมั่นคงของชาติ

สถานการณ์นี้คล้ายกับกรณีของ TikTok ที่เคยถูกบีบให้ขายกิจการในสหรัฐฯ จนกลายเป็น TikTok USDS Joint Venture LLC โดยมีกลุ่มนักลงทุนสหรัฐฯ อย่าง Oracle เข้ามาถือหุ้นใหญ่ ภายใต้รัฐบาลของ Donald Trump มีการยกระดับมาตรการป้องกันอุตสาหกรรมในประเทศจากคู่แข่งอย่างจีนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นโดรนหรือเราเตอร์ แม้บริษัทอย่าง DJI จะแย้งว่าเป็นการสกัดกั้นทางการค้า แต่ฝั่งสหรัฐฯ ยังคงยืนยันว่าเป็นเรื่องความปลอดภัยที่ยอมความไม่ได้
สิ่งที่น่ากลัวคือการขออนุญาตเข้าถึงข้อมูลที่พวกเรามักจะกดยอมรับกันไปแบบส่งเดช ทั้งรายชื่อติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล หรือแม้แต่ที่อยู่บ้าน ข้อมูลเหล่านี้จะถูกส่งไปเก็บไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ในต่างแดน ซึ่ง FBI ย้ำว่านั่นรวมถึงตำแหน่งที่ตั้ง รูปภาพ และข้อความส่วนตัวด้วย นอกจากนี้ยังเตือนกลุ่มที่ใช้ระบบ Android ให้ระวังการโหลดแอปจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่สโตร์หลัก เพราะอาจเจอของแถมเป็นมัลแวร์ตัวร้ายได้
สุดท้ายนี้ไม่ว่าจะใช้ iPhone หรือ โน้ตบุ๊ก สิ่งที่ทุกคนควรทำคือหมั่นตรวจสอบการตั้งค่าความเป็นส่วนตัว ปิดการแชร์ข้อมูลที่ไม่จำเป็น และเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยๆ รวมถึงอัปเดตระบบปฏิบัติการให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลที่มีมูลค่ามหาศาล หรือแม้แต่เงินในบัญชีหลักหมื่นหลักแสนบาท (ประมาณ 3,000 – 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ) ต้องเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมหรือถูกนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสมโดยไม่รู้ตัว







