เทคโนโลยี

AMD เปิดตัว Ryzen 9 9950X3D2 เรือธงรุ่นใหม่

สถาปัตยกรรมใหม่ที่ใส่ 3D V-Cache มาให้ถึงสองเลเยอร์

AMD เปิดตัว Ryzen 9 9950X3D2 Dual Edition อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็น CPU ระดับเดสก์ท็อปตัวแรกของโลกที่เลือกใช้เทคโนโลยี 3D V-Cache วางซ้อนบนคอร์ประมวลผลทั้งสองชุด (CCDs) โดยมาพร้อมกับแคชรวมขนาดมหึมาถึง 208MB แบ่งเป็น L2 Cache 16MB และ L3 Cache 192MB ซึ่งทางค่ายเคลมว่าจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพได้มากกว่ารุ่น Ryzen 9 9950X3D เดิมประมาณ 5% ถึง 10% เลยทีเดียว

ในส่วนของสเปกนั้น Ryzen 9 9950X3D2 ยังคงพื้นฐานเดิมที่มี 16 คอร์ 32 เธรด แต่มีการปรับลดความเร็ว Boost Clock สูงสุดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 5.6 GHz และขยับค่าการใช้พลังงานหรือ TDP ขึ้นไปที่ 200W ซึ่งมากกว่ารุ่นเดิมอยู่ 30W ทำให้มันกลายเป็นชิปฝั่งผู้บริโภคที่กินไฟสูงที่สุดของค่ายในขณะนี้ ใครที่เล็งไว้คงต้องเตรียมระบบระบายความร้อนที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษเพื่อรองรับความร้อนที่อาจเพิ่มขึ้นบนหน้าจอ โน้ตบุ๊ก หรือเคสคอมพิวเตอร์ตัวโปรด

Jack Huynh ผู้บริหารระดับสูงของ AMD ยืนยันว่าชิปตัวนี้จะมอบประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมทั้งในการเล่นเกมและการทำงานสายอาชีพ แม้จะยังไม่มีกราฟคะแนนเกมออกมาให้ดูแบบชัดๆ แต่มีการคาดการณ์ว่าประสิทธิภาพในการเรนเดอร์ผ่านโปรแกรม V-Ray หรือ Blender จะเร็วขึ้นประมาณ 7% ส่วนงานสร้างสรรค์คอนเทนต์อย่าง DaVinci Resolve ก็น่าจะขยับขึ้นราว 5% ถึง 7% รวมถึงงานด้าน AI และการประมวลผลจำลองสถานการณ์ที่อาจพุ่งสูงขึ้นถึง 13%

amd-newest-cpu-flagship

สำหรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ ชิปตัวนี้ยังคงซัพพอร์ตแพลตฟอร์ม AM5 อย่างเหนียวแน่น รองรับทั้งแรม DDR5 และ PCIe Gen 5 รวมถึงฟีเจอร์ Precision Boost Overdrive 2 เพื่อการปรับแต่งความแรง และความพิเศษอีกอย่างคือตัวกล่องจะมาในดีไซน์สีขาวดำ (Monochrome) เพื่อสร้างความแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ในตลาดอย่างชัดเจน สมกับเป็นสินค้ากลุ่ม Halo Product ที่เป็นหน้าเป็นตาของแบรนด์

แม้จะยังไม่มีการประกาศราคาอย่างเป็นทางการออกมา แต่ AMD ยืนยันแล้วว่าจะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน เป็นต้นไป หากเทียบเคียงกับราคาเปิดตัวของเรือธงรุ่นก่อนๆ ที่ประมาณ 699 ดอลลาร์ หรือประมาณ 24,500 บาท รุ่นนี้ที่มีเทคโนโลยีล้ำสมัยกว่าก็น่าจะมีค่าตัวที่ขยับสูงขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ใครที่รออัปเกรดคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่เพื่อรับมือกับงานหนักๆ หรือเกมระดับ AAA ในช่วงกลางปีนี้ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก

ข่าวการเปิดตัวครั้งนี้สอดคล้องกับข้อมูลหลุดเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเผยให้เห็นคะแนนทดสอบเบื้องต้นที่น่าประทับใจทั้งในส่วนของ PassMark และ Geekbench อย่างไรก็ตาม แนะนำให้รอผลการทดสอบอย่างเป็นทางการจากรีวิวฉบับเต็มเพื่อให้เห็นประสิทธิภาพที่แท้จริงในการใช้งานจริงอีกครั้งว่าคุ้มค่ากับการขยับขยายระบบเพื่อรองรับ TDP 200W หรือไม่

ที่มา
Tomshardware

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button