
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาทำเอาผู้เล่นต่างกรีดร้องกันอย่างหนักเพราะ Epic Games ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่า นับตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคมนี้เป็นต้นไป Fortnite มีความจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นราคาสกุลเงินพรีเมียมหรือ V-bucks โดยจากเดิมที่เคยได้รับในราคามาตรฐาน 1,000 V-Bucks จะลดลงมาเป็น 800 V-bucks เช่นเดียวกับแพ็คเงินชุดอื่นๆ เฉลี่ยแล้วอยู่ที่ราว $0.99 ต่อ 50 V-bucks ทั้งนี้ก็จะปรับลดราคา Battle Pass ทุกชุดลงเช่นกัน
กระนั้นแล้วหากสังเกตให้ดีการปรับขึ้นราคาและลดปริมาณ V-bucks นั้นจะมีผลกับทุกการใช้จ่ายไม่ว่าจะเป็นรูปแบบเติมแพ็คเงิน, การรับเงินคืนที่น้อยลง และการรับเงินรายเดือนจากสิทธิ์ Fortnite Crew ซึ่งล่าสุด The Verge ได้สอบถามกับทางผู้พัฒนาเกมแล้ว และได้ความกลับมาว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นเนื่องจากว่าเกมต้องใช้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่สูงขึ้น พร้อมมองว่าพวกเขาจะทำธุรกิจและมุ่งหวังที่จะสร้างสรรค์เกมกับคอนเทนต์ที่ยอดเยี่ยมกันต่อไป โดยไม่ให้ความเห็นเพิ่มเติมใดๆ อีก
หากไม่รวมประเด็นเกี่ยวกับการคอลแลบที่ดูจะพีคขึ้นทุกๆ ซีซัน ณ ตอนนี้แม้ผู้เล่นจะเริ่มประท้วงด้วยการแบนการซื้อขาย V-Bucks แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์โลกอาจมีผลกับเหตุการณ์ครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ในการผลิตไฟฟ้าสำหรับเปิดฐานข้อมูล และยังมีปัจจัยด้านเศรษฐกิจเมื่อเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในประเทศไทยมีการเฝ้าระวังว่าอาจจะแกว่งตัวไปถึงระดับ 33 บาทเลยก็ว่าได้ เห็นแบบนี้ก็หวังว่าทุกฝ่ายจะก้าวข้ามเรื่องวุ่นวายได้อย่างราบรื่นนะครับ

อีกด้านหนึ่ง Fortnite (รองรับภาษาไทย) เปิดให้บริการแล้วบน PlayStation 4, Xbox One และ PC เช่นเดียวกับแพลตฟอร์มเน็กซ์เจ็น โดยเนื้อหา Save the World เป็นเกมแนว Tower Defense ให้ผู้เล่นรวมทีมกับสมาชิกปาร์ตี้วางกับดักป้องกันซอมบี้ไม่ให้เข้ามาทำลายในฐานผ่านภารกิจหลากหลายแบบ และมีโหมด Battle Royale ที่เป็นหัวใจหลักของเกม ให้บริการเพิ่มเติมบน Nintendo Switch (รุ่นแรก) และมือถือเช่นกัน







