AMD เตรียมอัปเกรด RDNA 5 ปรับปรุงการประมวลผล Dual-issue ให้ดีกว่าเดิม
ใช้งาน Shader Unit ได้เต็มประสิทธิภาพ

ดูเหมือนว่าการ์ดจอ Radeon รุ่นถัดไปจากค่าย AMD ในสถาปัตยกรรม RDNA 5 กำลังเตรียมตัวก้าวกระโดดครั้งใหญ่ในด้านประสิทธิภาพการประมวลผล โดยล่าสุดมีการค้นพบแพตช์ใหม่ใน LLVM ซึ่งเป็นโปรแกรมรวบรวมคำสั่งสำหรับคอมพิวเตอร์ ที่ระบุถึงการปรับปรุงระบบ Dual-issue execution หรือความสามารถในการประมวลผลสองคำสั่งพร้อมกันในหนึ่งรอบสัญญาณนาฬิกา ซึ่งจุดนี้เคยเป็นข้อจำกัดในการดึงพลังดิบของการ์ดจอ RDNA 3 ออกมาได้ไม่เต็มที่เนื่องจากกฎการจับคู่คำสั่งที่เข้มงวดเกินไป
จากการวิเคราะห์ของสื่อสาย Linux อย่าง Coelacanth’s Dream พบว่ามีการอ้างถึงรหัส gfx13 ซึ่งหมายถึง RDNA 5 โดยมีการเพิ่มรูปแบบชุดคำสั่งใหม่ที่เรียกว่า VOPD3 ออกแบบมาเพื่อให้ทำงานร่วมกับ Dual-issue VALU หรือหน่วยประมวลผล Shader ได้ดียิ่งขึ้น ความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือระบบใหม่นี้จะมีความยืดหยุ่นกว่าเดิมมาก ทำให้ตัว Compiler สามารถจัดคิวคำสั่งให้ประมวลผลแบบคู่ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องปล่อยให้หน่วยประมวลผลว่างงานโดยไม่จำเป็นเหมือนในอดีต

ในเชิงเทคนิค ระบบเดิมที่ใช้ในปัจจุบันอย่าง VOPD มักจะรองรับเฉพาะคำสั่งพื้นฐานที่มีตัวแปรเพียง 2 ตัว (2-operand) ทำให้ยากต่อการจับคู่คำสั่งที่ซับซ้อน แต่สำหรับ VOPD3 ใน RDNA 5 จะขยายการรองรับไปถึงคำสั่งที่มีตัวแปร 3 ตัว (3-operand) ซึ่งรวมถึงชุดคำสั่งสำคัญอย่าง Fused Multiply-Add (FMA) ด้วย การรองรับ V_FMA_F32 ที่เพิ่มเข้ามานี้จะช่วยให้ค่า FP32 Throughput หรือพลังการประมวลผลเลขทศนิยมพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในบางสถานการณ์ ส่งผลให้ Shader Unit ทำงานได้คุ้มค่าทุกรอบสัญญาณนาฬิกา
การปรับปรุงครั้งนี้ไม่ได้ส่งผลดีแค่กับการเรนเดอร์กราฟิกทั่วไปเท่านั้น แต่ชุดคำสั่ง FMA ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเทคโนโลยี Neural Rendering หรือการประมวลผลด้าน AI เช่น การอัปสเกลภาพ (Upscaling) และการสร้างเฟรมภาพ (Frame Generation) ซึ่งจะช่วยให้ฟีเจอร์เหล่านี้ทำงานได้ลื่นไหลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ว่าจำนวนคอร์ของการ์ดจออาจจะเท่าเดิม แต่การรีดประสิทธิภาพจากฮาร์ดแวร์ที่มีอยู่ให้ทำงานได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้นถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ในเชิงสถาปัตยกรรม
แม้ว่า RDNA 5 จะยังต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะเปิดตัวสู่ตลาดผู้บริโภค และคนส่วนใหญ่อาจจะตื่นเต้นกับจำนวนคอร์ที่เพิ่มขึ้นมากกว่า แต่การขจัดคอขวดในระดับชุดคำสั่งถือเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้การ์ดจอรุ่นใหม่สามารถทำความเร็วได้ตามที่โฆษณาไว้จริงๆ สำหรับเหล่านักพัฒนาเกม การเปลี่ยนแปลงนี้หมายถึงโอกาสในการปรับแต่ง Engine เกมให้ดึงพลังจาก GPU ของ AMD ออกมาได้ง่ายกว่าเดิม โดยไม่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดในการจัดเรียงคำสั่งที่ยุ่งยากเหมือนแต่ก่อน







