Apple เขย่าวงการส่ง MacBook Neo ราคาประหยัดทำคู่แข่งคาดไม่ถึง
ผู้บริหาร Asus ยอมรับราคาเริ่มต้นสุดช็อก

Apple ตัดสินใจส่ง MacBook Neo ลงสู่สนามด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 19,900 บาท เรื่องนี้ทำเอา S.Y. Hsu ซึ่งเป็น Co-CEO ของ Asus ออกมายอมรับตรงๆ ในงานแถลงผลประกอบการว่านี่คือเรื่องที่น่าตกใจมากสำหรับฝั่ง Windows PC เพราะปกติแล้ว Apple มักจะวางตัวอยู่ในตลาดระดับบนที่มีราคาสูงมาตลอด การโดดลงมาเล่นตลาดราคาประหยัดแบบนี้จึงถือเป็นการท้าทายระบบนิเวศของคู่แข่งอย่างเลี่ยงไม่ได้
ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ไม่ได้ทำให้แค่ Asus ตื่นตัวเท่านั้น แต่ S.Y. Hsu ยังเผยว่าเหล่าพันธมิตรยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft, Intel และ AMD ต่างก็มองว่า MacBook Neo คือภัยคุกคามที่ต้องรับมืออย่างจริงจัง ซึ่งในความเป็นจริงแล้วคนในอุตสาหกรรมต่างพากันหารือถึงกลยุทธ์ที่จะนำมาใช้ต่อกรกับผลิตภัณฑ์ตัวนี้มาเป็นปีแล้ว ตั้งแต่ช่วงที่มีข่าวลือเริ่มหลุดออกมาใหม่ๆ เพื่อเตรียมพร้อมรับแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้นกับยอดขายโน้ตบุ๊กฝั่ง Windows
อย่างไรก็ตาม ฝั่ง Asus ยังมองว่า MacBook Neo อาจมีข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้ผู้ใช้งานบางกลุ่มลังเล โดยเฉพาะเรื่องของหน่วยความจำ Unified Memory ขนาด 8GB ที่ติดมากับตัวเครื่องซึ่งไม่สามารถอัปเกรดเพิ่มได้ในภายหลัง S.Y. Hsu ให้ความเห็นว่าอุปกรณ์รุ่นนี้อาจจะเหมาะกับการเป็นอุปกรณ์สำหรับเสพคอนเทนต์คล้ายกับ iPad มากกว่าจะเป็นโน้ตบุ๊กสายทำงานหลักที่ต้องใช้พลังประมวลผลสูงๆ ซึ่งจุดนี้เองที่เป็นข้อแตกต่างสำคัญเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊กกระแสหลักในตลาดปัจจุบัน

ถึงแม้ทาง Asus จะวิจารณ์เรื่องสเปกอยู่บ้าง แต่ผลรีวิวจากสื่อไอทีชื่อดังอย่าง PCMag กลับให้คะแนน MacBook Neo ในระดับดีเยี่ยม โดยระบุว่ามันทำงานได้รวดเร็วมากสำหรับการใช้งานทั่วไป แถมยังเอาไปเล่นเกมเบาๆ ได้สบาย ซึ่งความแรงนี้เองที่ส่งผลให้ยอดการสั่งซื้อล่วงหน้าพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้กำหนดการจัดส่งสินค้าต้องเลื่อนออกไปนานหลายสัปดาห์แล้วหลังจากที่เพิ่งเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา
นอกจากการแข่งขันที่ดุเดือดแล้ว อุตสาหกรรมโน้ตบุ๊กยังต้องเจอกับมรสุมลูกใหญ่อย่างการขาดแคลนชิปหน่วยความจำที่ถูกกระแส AI ดึงไปใช้งาน จนทำให้ราคาต้นทุนพุ่งสูงขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งทาง Asus และแบรนด์อื่นๆ อย่าง HP ต่างก็เจอสถานการณ์เดียวกัน S.Y. Hsu เตือนว่าหากสต็อกชิปเดิมหมดลงและต้องซื้อใหม่ในราคาปัจจุบัน อาจมีความจำเป็นต้องปรับราคาขายโน้ตบุ๊กเพิ่มขึ้นตามไปด้วยเพื่อให้ธุรกิจยังคงเดินหน้าต่อไปได้
วิกฤตราคาชิปความจำแพงนี้ถูกคาดการณ์ว่าจะลากยาวไปอีกอย่างน้อย 2 ปี หรือจนกว่าโรงงานผลิตแห่งใหม่จะเริ่มเดินสายพานได้ในช่วงปลายปี 2027 เลยทีเดียว ซึ่งในระหว่างนี้ฝั่ง Windows PC คงต้องพยายามอย่างหนักในการเข็นผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาสู้กับ Apple ในขณะที่ต้องบริหารจัดการต้นทุนไม่ให้สูงเกินไปจนเสียความสามารถในการแข่งขันไปมากกว่าที่เป็นอยู่ ต้องรอดูกันต่อไปว่าการปรับตัวของเหล่าผู้ผลิตฝั่ง PC จะน่าสนใจแค่ไหน







