เทคโนโลยี

HONOR เปิดตัว MagicPad 4 และ MagicBook Pro 14

ยกระดับการทำงานข้ามอุปกรณ์ให้สมาร์ทกว่าเดิม

ในงาน MWC 2026 นอกจากมือถือจอพับแล้ว HONOR ยังสร้างความฮือฮาด้วยการเปิดตัวแท็บเล็ตเรือธงรุ่นใหม่อย่าง MagicPad 4 ที่มาพร้อมความบางเฉียบเพียง 4.8 มิลลิเมตรเท่านั้น แต่ไส้ในกลับแรงสุดขั้วด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 8 Gen 5 ทำให้การใช้งานทั่วไปจนถึงการทำงานระดับโปรลื่นไหลไม่มีสะดุด หน้าจอ OLED ความละเอียด 3K ขนาด 12.3 นิ้ว ยังรองรับรีเฟรชเรทสูงถึง 165Hz มั่นใจได้เลยว่าภาพที่เห็นจะเนียนตาและสีสันสดใสแบบสุดๆ

ความล้ำของ MagicPad 4 ยังอยู่ที่การรองรับ Linux Lab ในโหมดนักพัฒนา ซึ่งทำให้สามารถรัน AI Assistant อย่าง OpenClaw ได้โดยตรง ช่วยเปิดประตูสู่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานที่หลากหลายกว่าแท็บเล็ตทั่วไป นอกจากนี้ยังถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นได้แบบไร้รอยต่อ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานคู่กับสมาร์ทโฟนของ HONOR เอง หรือจะใช้งานร่วมกับ Apple Ecosystem ก็ทำได้ยืดหยุ่นมาก เหมาะสำหรับสาย Creative ที่ต้องย้ายไฟล์ไปมาบ่อยๆ

ขยับมาที่ฝั่งโน้ตบุ๊กกันบ้างกับ MagicBook Pro 14 ที่รอบนี้อัปเกรดมาใช้ขุมพลัง Intel Core Ultra Series 3 รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งเน้นเรื่องการจัดการพลังงานด้วย AI ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตัวเครื่องถูกออกแบบมาให้เน้นความเบาพกพาง่าย แต่ยังคงความแกร่งสำหรับการทำงานหนักต่อเนื่องได้ทั้งวัน หน้าจอ OLED ขนาด 14.6 นิ้ว ให้ค่าสีที่แม่นยำระดับมืออาชีพ เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องเช็กสีงานหรือตัดต่อวิดีโอนอกสถานที่

honor-magicpad-4-magicbook-pro-14-release

การเปิดตัวทั้งสองอุปกรณ์นี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า HONOR ไม่ได้มองแค่สมาร์ทโฟนเป็นจุดศูนย์กลางเพียงอย่างเดียว แต่กำลังสร้างเครือข่ายอุปกรณ์ที่เชื่อมถึงกันด้วย AI อย่างเป็นระบบ ทำให้การทำงานข้ามหมวดหมู่ดูเป็นเรื่องง่ายและฉลาดขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นการจัดการทรัพยากรเครื่องหรือการซิงก์ข้อมูลระหว่างแท็บเล็ตและโน้ตบุ๊ก ทุกอย่างถูกปรับจูนมาเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์คนทำงานยุคใหม่ที่ต้องการความคล่องตัวสูงสุด

ในส่วนของราคาจำหน่ายนั้น MagicPad 4 เปิดตัวมาในราคาเริ่มต้นประมาณ $799 (ประมาณ 27,000 บาท) ขณะที่โน้ตบุ๊กสายทำงานอย่าง MagicBook Pro 14 มีราคาเริ่มต้นอยู่ที่ประมาณ $1,199 (ประมาณ 40,500 บาท) ซึ่งถือว่าเป็นช่วงราคาที่ท้าชนคู่แข่งในตลาดได้อย่างสมน้ำสมเนื้อ เมื่อเทียบกับสเปกที่ให้มาแบบจัดเต็มขนาดนี้ เรียกว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับคนที่มองหาอุปกรณ์ทำงานประสิทธิภาพสูง

ภาพรวมของ Ecosystem ในปี 2026 นี้ HONOR ทำออกมาได้น่าประทับใจมาก โดยเฉพาะการนำ AI เข้ามาช่วยจัดการเรื่องแบตเตอรี่และประสิทธิภาพการประมวลผลให้เหมาะสมกับพฤติกรรมผู้ใช้แต่ละคน ทำให้ไม่ว่าจะหยิบอุปกรณ์ชิ้นไหนขึ้นมาใช้งาน ก็จะรู้สึกถึงความง่ายและรวดเร็วที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ซึ่งเป็นทิศทางที่น่าจับตามองอย่างยิ่งว่าแบรนด์จะพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ๆ อะไรมาเซอร์ไพรส์พวกเราอีกในอนาคต

ที่มา
Honor

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button