เทคโนโลยี

Google API Keys รุ่นเก่าทำพิษ กลายเป็นช่องโหว่ให้แฮกเกอร์แอบใช้ Gemini ฟรี

อาจทำเจ้าของบัญชีแบกค่าใช้จ่ายอ่วม

กลายเป็นประเด็นความปลอดภัยที่น่าตกใจเมื่อทีมนักวิจัยจาก TruffleSecurity ค้นพบว่า API keys ของ Google ที่เคยถูกมองว่าไม่อันตรายและสามารถใส่ไว้ใน Code ฝั่ง Client ได้อย่างเปิดเผย เช่น กุญแจสำหรับแสดงผล Google Maps หรือ YouTube บนเว็บไซต์ กลับกลายเป็นช่องทางที่แฮกเกอร์สามารถใช้ล็อกอินเข้าถึงบริการ Gemini AI ได้ทันที หลังจากที่ Google มีการอัปเดตระบบให้กุญแจเหล่านี้รองรับบริการใหม่ๆ โดยที่นักพัฒนาหลายคนไม่ทันตั้งตัว

ปัญหาใหญ่ที่เกิดขึ้นคือในอดีต Google Cloud API keys มักถูกใช้เพื่อดึงฟีเจอร์พื้นฐานมาแสดงบนเว็บ ซึ่งไม่ใช่ข้อมูลลับที่ต้องปิดบัง แต่เมื่อมีการเปิดตัว Gemini เข้ามา Google ได้กำหนดให้กุญแจชุดเดิมเหล่านี้สามารถใช้ยืนยันตัวตนเพื่อเรียกใช้งาน AI ได้ด้วย ส่งผลให้กุญแจที่เคยฝังอยู่ใน JavaScript สาธารณะมานานหลายปี กลายเป็นตั๋วฟรีให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาขโมยใช้งานสิทธิ์การประมวลผล LLM หรือเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวในโปรเจกต์นั้นได้ง่ายๆ

จากการตรวจสอบฐานข้อมูลเว็บไซต์ยอดนิยมในช่วงปลายปี 2025 นักวิจัยพบ API keys ที่ยังใช้งานได้และถูกเปิดเผยต่อสาธารณะมากกว่า 2,800 ชุด ซึ่งรวมถึงกุญแจของสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ บริษัทด้านความปลอดภัย และแม้กระทั่งในโครงสร้างพื้นฐานของ Google เอง โดยความน่ากลัวคือการเรียกใช้งาน Gemini API นั้นมีค่าใช้จ่าย ซึ่งหากแฮกเกอร์นำไปใช้จนเต็มโควตา อาจสร้างภาระค่าใช้จ่ายให้เจ้าของบัญชีสูงถึงหลักพันดอลลาร์ต่อวันเลยทีเดียว

google-gemini-api-key-expose

หากลองคำนวณเป็นเงินบาท ค่าเสียหายจากการถูกขโมยสิทธิ์ใช้งาน API นี้อาจสูงถึง 36,000 บาท ถึง 100,000 บาทต่อวัน ขึ้นอยู่กับโมเดลและปริมาณข้อมูลที่ถูกดึงไปใช้ ซึ่งทางนักวิจัยได้แจ้งเรื่องนี้ให้ทาง Google ทราบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ก่อนที่ Google จะยอมรับว่าเป็นช่องโหว่ประเภทการยกระดับสิทธิ์ในบริการเดียว (Single-service privilege escalation) เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2026 ที่ผ่านมา

ล่าสุดโฆษกของ Google ได้ชี้แจงว่าได้รับทราบปัญหาและดำเนินการแก้ไขร่วมกับนักวิจัยแล้ว โดยมีการเพิ่มมาตรการเชิงรุกเพื่อตรวจจับและบล็อก API keys ที่หลุดออกไปไม่ให้เข้าถึง Gemini ได้ พร้อมทั้งปรับปรุงระบบ AI Studio ให้กุญแจใหม่ๆ มีขอบเขตการใช้งานเฉพาะเจาะจงมากขึ้นเพื่อป้องกันการนำไปใช้ข้ามบริการในลักษณะนี้อีกในอนาคต

สำหรับใครที่เป็นนักพัฒนาโปรแกรมหรือเจ้าของเว็บไซต์ แนะนำให้รีบไปเช็กใน Google Cloud Console ว่าโปรเจกต์ของตนเองมีการเปิดใช้งาน Generative Language API ทิ้งไว้โดยไม่จำเป็นหรือไม่ และควรตรวจสอบ API keys ทั้งหมดว่ามีการจำกัดสิทธิ์การใช้งาน (API Restrictions) ไว้อย่างถูกต้องหรือเปล่า หากพบว่ากุญแจชุดไหนเคยหลุดออกไปใน Code สาธารณะ ให้รีบทำการเปลี่ยน (Rotate) กุญแจใหม่ทันทีเพื่อความปลอดภัย

ที่มา
Bleepingcomputer

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button