Windows 11 ปล่อยอัปเดต KB5077241 เพิ่มฟีเจอร์เช็กความเร็วเน็ต พร้อมปรับปรุง BitLocker
มาพร้อมเครื่องมือ Sysmon ในตัว

Microsoft เพิ่งปล่อยอัปเดตแบบตัวเลือก (Optional Update) รหัส KB5077241 สำหรับ Windows 11 ออกมาให้ดาวน์โหลดกันแล้ว โดยรอบนี้จัดเต็มความเปลี่ยนแปลงมาถึง 29 รายการ ไฮไลต์เด็ดที่หลายคนน่าจะชอบคือการเพิ่มเครื่องมือทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต (Network Speed Test) มาให้ในตัวเครื่องเลย ไม่ว่าจะใช้ Ethernet, Wi-Fi หรือเน็ตมือถือ ก็สามารถกดเช็กความเร็วได้ง่ายๆ จากแถบ Taskbar หรือในหน้า Quick Settings โดยไม่ต้องเข้าเว็บแยกให้เสียเวลา
ในส่วนของความปลอดภัยและการจัดการระบบ Microsoft ได้ปรับปรุง BitLocker ให้ทำงานได้เสถียรขึ้น หมดปัญหาเครื่องค้างหลังจากกรอกรหัสกู้คืน (Recovery Key) นอกจากนี้ยังเป็นครั้งแรกที่มีการใส่ฟีเจอร์ System Monitor หรือ Sysmon เข้ามาในระบบแบบ Native แม้จะถูกปิดไว้เป็นค่าเริ่มต้นแต่ก็ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับแอดมินที่ต้องการมอนิเตอร์พฤติกรรมของระบบอย่างละเอียด รวมถึงการเปิดใช้งานฟีเจอร์ Quick Machine Recovery (QMR) อัตโนมัติสำหรับเครื่องที่เป็นรุ่น Professional อีกด้วย
สายจัดการไฟล์ก็น่าจะถูกใจ เพราะอัปเดตนี้เพิ่มทางลัดให้เราเปิดหน้าต่าง File Explorer อันใหม่ได้ทันทีเพียงแค่กดปุ่ม Shift หรือคลิกปุ่มกลางของเมาส์ค้างไว้ แถมยังปรับปรุงประสิทธิภาพตอนเครื่องตื่นจากโหมด Sleep ให้ทำงานได้ไวขึ้นแม้จะเปิดโปรแกรมหนักๆ ค้างไว้ก็ตาม ส่วนใครที่ชอบแต่งหน้าจอ ตอนนี้เราสามารถใช้รูปภาพนามสกุล WebP มาตั้งเป็นวอลเปเปอร์ได้โดยตรงแล้ว ไม่ว่าจะผ่านหน้า Settings หรือคลิกขวาที่ไฟล์ภาพในเครื่อง

สำหรับแอดมินสายไอทีที่ใช้งานเครื่อง Windows 11 Arm64 ข่าวดีคือตอนนี้ระบบรองรับเครื่องมือ Remote Server Administration Tools (RSAT) เรียบร้อยแล้ว ทำให้สามารถจัดการ Active Directory, DNS หรือ DHCP ผ่านเครื่อง Arm64 ได้สะดวกขึ้น โดยสามารถเข้าไปติดตั้งเพิ่มได้ในส่วนของ Optional Features นอกจากนี้ Microsoft ยังเตรียมเปลี่ยนใบรับรอง Secure Boot ชุดใหม่เพื่อทดแทนของเดิมที่จะหมดอายุในช่วงสิ้นเดือนมิถุนายน 2026 นี้ด้วย
นอกจากฟีเจอร์ใหม่ๆ แล้ว Microsoft ยังทยอยอัปเดตดีไซน์เมนู Start รูปแบบใหม่ และไอคอนแบตเตอรี่ที่ดูง่ายขึ้นให้กับผู้ใช้งานเพิ่มเติม ซึ่งฟีเจอร์เหล่านี้เริ่มทยอยปล่อยมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว หากใครอยากลองของใหม่ก่อนใครก็สามารถเข้าไปที่หน้า Windows Update แล้วกด Check for Updates เพื่อสั่ง Download and install ได้ทันที แต่ต้องบอกก่อนว่านี่เป็นอัปเดตแบบ Preview ที่เน้นปรับปรุงคุณภาพและแก้บั๊ก จึงยังไม่มีการอัปเดตด้านความปลอดภัย (Security Fixes) เหมือนรอบปกติ
สรุปได้ว่าอัปเดต KB5077241 เน้นไปที่การเพิ่มความสะดวกในการใช้งานและการจัดการระบบให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น ใครที่เจอปัญหาเรื่อง BitLocker หรืออยากลองใช้เครื่องมือเช็กเน็ตใหม่ล่าสุดของ Windows 11 ก็ลองไปกดอัปเดตกันได้เลย







