Final Fantasy VII Rebirth & Part 3 บน Switch 2 ยืนยัน 30FPS เหมือนเดิม
ไม่ต้องพุ่งไป 60 อย่างใครเขา จงรันเอาเท่าที่เครื่องเล่นไหว!

Nintendo Switch 2 ได้พิสูจน์ตัวเองในการถ่ายทอดประสบการณ์เกมรูปแบบเน็กซ์เจ็นที่เราสามารถพกใส่กระเป๋ากันได้เป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยเกมใหญ่ๆ มากมายทั้ง Cyberpunk 2077 และ Final Fantasy VII Remake Intergrade ที่ให้ภาพสวยงามใกล้เคียงรุ่นใหญ่ แต่ทั้งสองเกมนี้มีจุดร่วมกันที่เราจะไม่ได้เล่นถึงระดับ 60FPS แต่อย่างใด เพราะทางผู้พัฒนาก็เลือกที่จะล็อคเฟรมเรตไว้เพียง 30FPS (หรือ 40FPS สำหรับ Cyberpunk)
ด้วยเฟรมเรตระดับนี้ หากเทียบกับเครื่องเล่นรุ่นใหญ่ก็มักจะเป็นการแสดงผลในโหมดกราฟิกคมชัดระดับ 4K แต่สำหรับอุปกรณ์ที่มีสถาปัตยกรรมการประมวลผลแตกต่างกันก็ย่อมไม่ได้ให้ภาพที่สูงถึงระดับดังกล่าว ทว่ามันก็เพียงพอกับการเล่นตราบใดที่เฟรมเรตไม่ได้เหวี่ยงตกลงมาอีก และเสียงตอบรับจากแฟนเกมก็มองว่าดีกว่าที่จะเสี่ยงปลดล็อกเฟรมแบบที่วิ่งได้ 40-50 แล้วไม่เสถียร ซึ่ง Final Fantasy VII Remake สามารถรักษาเฟรมได้ดีที่สุดตามที่มีการทดสอบมา

ล่าสุด คุณ Naoki Hamaguchi หัวเรือใหญ่ของโปรเจ็กต์ Final Fantasy VII Remake ชุดไตรภาคที่กำลังพัฒนาเกมภาค Rebirth และภาคที่สามสำหรับเครื่องเล่นหลักทั้งหมดในตอนนี้ ก็ได้ออกมายืนยันผ่านบทสัมภาษณ์ของ Automaton-media แล้วว่าสำหรับเครื่องเล่น Nintendo Switch 2 นั้น พวกเขายังคงเลือกที่จะใช้การแสดงผลระดับ 30FPS ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นภาคลำดับสองและภาคสุดท้าย ในขณะที่ฝั่ง Xbox Series X|S และ PC เช่นเดียวกับ PS5 จะเป็นมาตรฐานเดียวกันหมดครับ
สาเหตุที่ Square Enix เลือกที่จะเรนเดอร์ภาพของเกมในเฟรมเรตระดับ 30FPS นั้นเป็นเพราะว่าทีมงานต้องการที่จะรักษาสมรรถนะการรันเกมให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสมมากที่สุด และ ณ ตอนนี้ก็ถือว่าเป็นงานยากทีเดียว ดังนั้นก็คาดหวังให้ผู้เล่นเอาใจช่วยและรอติดตามกัน ซึ่งจากตัวอย่างการเปิดตัวของ Rebirth จะพบว่า เฟรมเรตอยู่ในระดับที่ใช้ได้และมีการแก้ไขระบบแสงให้ดีขึ้นกว่าแพตช์แรกของ PS5 ในปี 2024 ด้วย บางทีเราอาจได้ยินข่าวดีก็ได้นะ


เกี่ยวกับเกม Final Fantasy VII Rebirth
เกมชุดที่สองของไตรภาคการรีเมคเกม RPG ยอดเยี่ยมโดยพูดถึงเรื่องราวเกี่ยวกับ Cloud และผองเพื่อนที่ต้องตามล่า Sephiroth นักดาบสุดอำมหิตที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว โดยเกมจะพาผู้เล่นเดินทางในแผนที่ที่มีสเกลยิ่งใหญ่ขึ้นพร้อมกับความมีชีวิตชีวายิ่งกว่าที่เคยด้วยขุมพลังของ PlayStation 5 นอกจากเนื้อหาหลักแล้ว ผู้เล่นเองก็จะได้ดำดิ่งไปยังประวัติเบื้องหลังของตัวละครต่างๆ เรียนรู้ความเป็นมาและร่วมมือกันต่อสู้กับศัตรูที่ถาโถมเข้ามา
ตัวเกมเปิดให้เล่นบน Xbox Series X|S และ Nintendo Switch ในวันที่ 3 มิถุนายน และยังมีการปรับลดราคาถาวรบน PlayStation 5 และ PC ด้วย ซึ่งสามารถสั่งจองล่วงหน้าทาง eShop (สำหรับ Switch 2) ได้ในราคาพิเศษ 1,352 บาท สำหรับโอกาสหน้า ThisIsGame Thailand จะมีอะไรมาแบ่งปันอย่าลืมติดตามที่นี่ เพื่อไม่ให้พลาดข่าวสารและความเคลื่อนไหวสนุกๆ จากวงการเกมเช่นเคยครับผม







