
กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการเกมพกพา เมื่อมีรายงานว่า AMD เริ่มส่งสัญญาณหยุดสนับสนุนด้านซอฟต์แวร์ให้กับชิปประมวลผล Ryzen Z1 Extreme ซึ่งเป็นหัวใจหลักของเครื่องเกมยอดฮิตอย่าง ASUS ROG Ally และ Lenovo Legion Go หลังจากเปิดตัวมาได้เพียง 2 ปีครึ่ง โดยเรื่องนี้สร้างความประหลาดใจให้ผู้ใช้งานอย่างมาก เนื่องจากเครื่องเกมเหล่านี้ยังคงเป็นที่นิยมในตลาดปัจจุบัน
จุดเริ่มต้นของความกังวลนี้มาจากผู้ใช้งาน Lenovo Legion Go รายหนึ่งที่สังเกตว่าตัวเครื่องไม่ได้รับการอัปเดตชิปเซ็ตเลยตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2025 จนถึงปัจจุบัน เมื่อติดต่อสอบถามไปยัง Lenovo Korea ก็ได้รับคำตอบที่น่าตกใจว่า ทางผู้ผลิตไม่สามารถปล่อย BIOS หรือไดรเวอร์กราฟิกใหม่ๆ ออกมาได้ เนื่องจาก AMD ได้ยุติการสนับสนุนชิปดังกล่าวไปแล้ว ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเครื่องที่ต้องพึ่งพาพลังประมวลผลกราฟิกในตัวแบบ APU
การขาดการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องหมายความว่า ผู้ใช้งานจะพลาดโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นเกม รวมถึงฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่จะช่วยให้เล่นเกมในอนาคตได้ลื่นไหลขึ้น ในขณะที่เครื่องรุ่นน้องอย่าง Lenovo Legion Go S ที่เพิ่งวางขายปีที่แล้วและใช้ชิป Ryzen Z2 Extreme กลับยังได้รับอัปเดตไดรเวอร์ GPU อย่างสม่ำเสมอ แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างในการดูแลลูกค้าระหว่างเทคโนโลยีรุ่นเก่าและรุ่นใหม่อย่างชัดเจน

ทาง Lenovo Korea ทำได้เพียงส่งเรื่องร้องเรียนของผู้ใช้ไปยัง AMD และแนะนำให้ลองใช้ไดรเวอร์แบบ Universal ของ AMD แทน แต่อาจจะไม่สามารถทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์เฉพาะตัวของเครื่องเกมพกพาได้สมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ยังย้ำชัดว่าไดรเวอร์ของรุ่นเดิมกับรุ่น S ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้เนื่องจากสถาปัตยกรรมภายในมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
หากเปรียบเทียบกับคู่แข่งอย่าง MSI Claw ที่ใช้ชิป Intel Meteor Lake ซึ่งวางขายในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน กลับพบว่ายังคงได้รับอัปเดตอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเพิ่งได้รับการรองรับเทคโนโลยี Intel XeSS 3 และระบบช่วยเพิ่มเฟรมเรตเวอร์ชันใหม่ไป ทำให้ผู้ที่เลือกใช้เครื่องฝั่ง Intel ดูจะคุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาวมากกว่า เมื่อเทียบกับนโยบายการหยุดสนับสนุนสินค้าที่ดูเหมือนจะจงใจทำให้ตกรุ่นเร็วเกินไปของ AMD
อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่าเหตุการณ์นี้อาจคล้ายกับกรณีของกราฟิกการ์ดซีรีส์ Radeon RX 5000 และ RX 6000 ในช่วงปลายปี 2025 ที่ตอนแรกมีข่าวว่าจะหยุดสนับสนุนแต่สุดท้าย AMD ก็ออกมาปฏิเสธว่าเป็นการเข้าใจผิด สำหรับผู้ใช้ชาวไทยที่ซื้อเครื่องมาในราคาหลักหมื่น (ประมาณ 25,000 ถึง 30,000 บาท หรือราว 750 ถึง 900 ดอลลาร์สหรัฐ) คงต้องลุ้นกันต่อว่า AMD จะเปลี่ยนใจกลับมาดูแลลูกค้ายอดนิยมกลุ่มนี้อีกครั้งหรือไม่







