
Dragon Sword เกมแนว Open-World Action RPG กราฟิกสไตล์การ์ตูน 3D ที่เน้นการต่อสู้แอ็กชันดุเดือด พัฒนาโดย Hound13 ซึ่งนำทีมโดยคุณ Park Jeong-sik อดีตผู้สร้างเกมในตำนานอย่าง Dragon Nest และ Hundred Soul ทำให้หลายคนคาดหวังว่านี่จะเป็น “ทายาทที่แท้จริง” ของ Dragon Nest
แต่หลังจาก Dragon Sword เปิดให้บริการในเกาหลี เพียงแค่ 1 เดือนก็กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการเกม เมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Webzen ได้ออกมาประกาศมาตรการขั้นเด็ดขาดกับ Hound13 (ผู้พัฒนาเกม Dragon Sword) หลังจากโดน “เท” สัญญาแบบกะทันหัน
จุดเริ่มต้น สายเปย์ที่แท้จริง
Webzen ลงทุนกับ Hound13 ไปกว่า 30,000 ล้านวอน (ประมาณ 800 ล้านบาท) ตั้งแต่ต้นปี 2024 เพื่อสิทธิ์ในการขายเกม และช่วยค่าพัฒนาเกม เดิมทีเกมต้องเสร็จ เดือนมีนาคม 2025 แต่ฝั่งผู้พัฒนาขอเลื่อนแล้วเลื่อนอีก จนเงินเริ่มหมด
พยายามยื้อจนถึงที่สุด
แม้ตัวเกมที่เปิดในเกาหลีใต้จะทำรายได้ “แป้ก” (ต่ำกว่าคาด) แต่ Webzen ก็ยังยอมจ่ายเงินประกันรายได้ล่วงหน้า (Minimum Guarantee) ให้ก่อนถึง 2 รอบ เพื่อให้สตูดิโอมีเงินจ้างพนักงานต่อ Webzen พยายามจะอัดฉีดเงินเพิ่มให้อีก 1 ปี เพื่อไม่ให้เกมต้องปิดตัวลง
จุดแตกหักหลังโดนเทกลางอากาศ
ในขณะที่กำลังเจรจาช่วยเรื่องการเงินอยู่ดีๆ Hound13 ก็ประกาศยกเลิกสัญญาและแจ้งผู้เล่นเองโดยไม่บอก Webzen ล่วงหน้า แถมทางผู้พัฒนายังส่งสัญญาณว่าจะ “ไม่ดูแลระบบเกมแบบ Live Service ต่อแล้ว” ทำให้ Webzen มองว่านี่คือการกระทำที่ร้ายแรงและไม่มีความรับผิดชอบต่อผู้เล่นเลย
Webzen แก้เกมประกาศมาตรการเยียวยา “คืนเงิน 100%”
เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและปกป้องผู้เล่น ทาง Webzen จึงออกประกาศดังนี้:
- ปิดระบบเติมเงินทันที (มีผลตั้งแต่วันที่ 19 ก.พ. 2026)
- คืนเงินเต็มจำนวน (Full Refund): ใครที่เคยเติมเงินไปตั้งแต่เกมเปิดจนถึงปัจจุบัน ได้เงินคืนทั้งหมด
- สถานะเกมตอนนี้ยังเข้าเล่นได้อยู่ จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
น่าเสียดายที่โปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ที่แฟนๆ รอคอยมานานอย่าง Dragon Sword กลับต้องมาสะดุดขาตัวเองหลังจากเปิดให้บริการได้เพียงเดือนเดียวเท่านั้น แม้ตัวเกมจะมีกลิ่นอายความมันส์ระดับตำนานของ Dragon Nest แต่ปัญหาภายในและการบริหารจัดการเงินทุนกลับกลายเป็น ปัญหาใหญ่ สำหรับตัวเกม










