คอนโซล / พีซีพีซีรีวิวรีวิว / พรีวิวเกม

[รีวิว] Mewgenics สงครามเพาะพันธ์ุแมวเหมียว ก๊วนป่วนโลก

เกมที่มีความสนุกถึง 2 แบบ ทั้งการบริหารฟาร์มแมว และการต่อสู้ที่ต้องใช้ความคิดตลอดทุกการกระทำ

Mewgenics ผลงานจาก Edmund McMillen ผู้สร้าง The Binding of Isaac และ Super Meat Boy เกมนี้แบ่งออกเป็นสองโหมดการเล่นที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง คือ การต่อสู้แบบ Turn-Based Tactical และ การบริหารบ้านพร้อมระบบผสมพันธุ์แมว ซึ่งสองส่วนนี้เชื่อมต่อกันเป็นลูปการเล่นที่เสพติดอย่างน่าประหลาดใจเลยล่ะ

ระบบการต่อสู้ หัวใจของเกม

การต่อสู้ถือเป็นจุดแข็งที่แทบทุกสื่อเห็นตรงกัน มันเป็นเกม Turn-Based Tactical บน Grid แบบ Isometric คล้ายกับ Final Fantasy Tactics แต่มีความลึกในแบบฉบับของตัวเองอยู่ ก่อนเริ่มเข้าสู่การต่อสู้ เราจะสามารถเลือกคลาสให้กับแมวของเราที่จะออกไปผจญภัยได้ เช่น Hunter, Mage, Tank, Fighter แต่ละอาชีพก็มีค่าสถานะที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะเรื่องของสกิลที่จะสุ่มมาให้ด้วยนั่นเอง ส่วนคลาสที่น่าสนใจมีมากมาย ตั้งแต่ Tank ที่รับดาเมจแทน ไปจนถึง Butcher ที่มีตะขอลากศัตรูเข้ามา หรือ Jester ที่สามารถสุ่มความสามารถได้จากทุกคลาส ทำให้เลือกผสมสกิลได้ เกิดเป็นกลยุทธ์ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังสามารถเสริมด้วยอุปกรณ์และไอเทมต่างๆ แล้วในฉากต่อสู้ก็ยังมีสภาพแวดล้อมที่เข้ามามีผล ทั้งเรื่องของอากาศและพืชพรรณ รวมไปถึงสิ่งกีดขวางสิ่งของประกอบฉาก ก็ล้วนแล้วใช้เพื่อจัดการศัตรูได้ด้วย

[รีวิว] Mewgenics สงครามเพาะพันธ์ุแมวเหมียว ก๊วนป่วนโลก

ระบบผสมพันธุ์แมว

ระบบที่เป็นตัวขับเคลื่อนของเกมเลยก็ว่าได้ เพราะเราจะต้องพยายามผสมพันธุ์แมวเพื่อให้มีสถานะ สกิล ออกมาตามที่เราต้องการให้ได้ เพื่อสร้างสุดยอดแมวรุ่นถัดไปที่มีความสามารถเก่งขึ้น (หรือแปลกประหลาดขึ้น)

โดยพื้นฐานจะต้องเอามาจากแมวที่เอาตัวรอดกลับมาจากการผจญภัยจะ ซึ่งแมวพวกนี้จะถูกติดป้ายว่าเป็นแมว “เกษียณ” ไม่สามารถออกผจญภัยอีก ทีนี้เราก็ต้องเลือกแล้วว่าจะเก็บแมวตัวไหนเอาไว้ในบ้าน เพื่อให้เป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ สืบทอดเชื้อสายของมันไปยังรุ่นต่อๆ ไป ส่วนแมวที่เราไม่อยากเก็บไว้ก็ยังมีประโยชน์อยู่เช่นกัน เพราะเราสามารถส่งมันไปยังสถานที่อื่นได้ จะเป็นการปลดล็อคระบบต่างๆ ภายในตัว

[รีวิว] Mewgenics สงครามเพาะพันธ์ุแมวเหมียว ก๊วนป่วนโลก

ความโหดร้ายของการแพ้

เกมนี้ต้องบอกตามตรงว่ามันยากและไม่มีปุ่มย้อนกลับ ถ้าเกิดส่งแมวไปต่อสู้แล้วมันตาย มันคือการตายถาวร พร้อมกับไอเทมทั้งหมดในกระเป๋า ซึ่งต่างจาก Roguelite สมัยใหม่ส่วนใหญ่ความตายคือ “ก้าวหน้าเล็กน้อย” แต่ในเกมนี้ไม่ใช่แบบนั้น

หากคุณส่งแมว 4 ตัวแล้วตายทั้งหมด จะรู้สึกเหมือนว่าความคืบหน้าของเราจะหยุดอยู่กับที่ หรือในบางกรณีมันคือถอยหลังเลยก็ว่าได้ ซึ่งแมวที่ดีจากรุ่นก่อน คือตัวสำหรับในการเพาะพันธุ์รุ่นต่อไป ถ้าเกิดว่าเราเสียแมวพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ดีๆ ไป จะทำให้การเริ่มต่อสู้ในรอบใหม่จะยากขึ้น ก็ต้องใช้เวลาในการฟูมฝักพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์เก่งๆ ขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

[รีวิว] Mewgenics สงครามเพาะพันธ์ุแมวเหมียว ก๊วนป่วนโลก

การเรียนรู้ ที่ค่อยๆ เพิ่มความยุ่งยาก

เกมออกแบบให้ Act 1 เหมือนเป็นโหมดฝึกสอนซะมากกว่าที่ให้เราค่อยๆ ทำให้ความคุ้นเคยระบบ มีการแนะนำระบบทีละอย่างโดยไม่รู้สึกว่ามันยุ่งยากจนเกินไป เข้าใจง่ายเสียด้วยซ้ำ แถมการต่อสู้ก็ไม่ยากเลย เมื่อเราชินกับลูปของเกมแล้วก็น่าจะเคลียร์ได้ในการเล่นไม่เกิน 5 รอบเห็นจะได้

ต่อมาใน Act 2 คือจุดที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป ศัตรูเริ่มเก่งกาจขึ้น เดินในตำแหน่งที่ดีมากขึ้น มีลูกเล่นบางอย่างที่สร้างความเสียหายให้กับแมวน้อยของเราได้อย่างรุนแรง หากเผลอไม่ระวังบางทีอาจจะเจ็บตัวไม่น้อย เรียกได้ว่าตัวเกมเพิ่มความกดดันทำให้ผู้เล่นต้องรีบปรับตัวและเข้าใจระบบเกมให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นถึงจะผ่านมันไปได้

ความท้าทายอยู่ที่การทำความเข้าใจว่า Trait, Mutation, Ability และ Equipment ทำงานร่วมกันยังไงมันถึงจะเห็นผลในแบบที่ไม่ใช่แค่ 1+1=2 แต่มันต้องเป็นอะไรที่มากกว่านั้น ทำให้จากเดิมใน Act 1 ที่เรารู้สึกว่าเกมมันไม่มีอะไรน่าจะผ่านมันไปได้ง่ายๆ แต่พอมาใน Act 2 จะเข้าใจตัวเกมที่แท้จริง จุดนี้แหละคือส่วนที่ตัดสินว่าคุณจะติดมันงอมแงม หรือถอนตัวเพราะรู้สึกว่ามันยากจนเกินไป

[รีวิว] Mewgenics สงครามเพาะพันธ์ุแมวเหมียว ก๊วนป่วนโลก

ข้อดีของเกม

ความลึกของระบบพันธุกรรม
นี่ไม่ใช่แค่การผสมพันธุ์แมวเปลี่ยนสี แต่ทุกอย่างตั้งแต่ รูปร่าง, อวัยวะ, สกิล, ไปจนถึงอุปนิสัย (Traits) ถูกส่งต่อผ่านยีนแบบซับซ้อน ทำให้แมวแต่ละตัวมีความเป็น “เอกลักษณ์” แบบหาตัวจับยากจริงๆ

พลังของการคอมโบ
ตามสไตล์ของ Edmund McMillen (ผู้สร้าง Isaac) ของในเกมหรือสกิลต่างๆ จะทำงานร่วมกันจนเกิดผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึง คุณอาจจะสร้าง “แมวพิษที่ระเบิดตัวเองได้” หรือ “แมวสายแทงค์ที่มีสมองสองอัน” เพื่อเพิ่มพลังคำนวณการต่อสู้ ทำให้มันเกิดความหลากหลาย น่าค้นหา กลายเป็นว่าเราจะรู้สึกเพลิดเพลินไปกับการหาคอมโบสกิลพวกนี้ด้วย

ความยากที่ท้าทายแต่ยุติธรรม
การวางแผนการต่อสู้แบบ Tactics ที่ทุกการเดินมีความหมาย ถึงแม้ในเกมจะมีความยากพอสมควร แต่ก็มีความรู้สึกว่ามันก็ยุติธรรมดี ในเมื่อสกิลของแมวฝั่งเราบางครั้งก็มีสกิลเว่อร์ๆ ออกมาให้ใช้งานด้วยเช่นกัน เมื่อเราชนะด้วยแผนที่วางไว้ หรือทำคอมโบแบบที่ต้องการได้ มันให้ความรู้สึกสะใจและสัมผัสถึงความสำเร็จ

เล่นได้ไม่รู้จบ
ความเป็น Roguelike ที่ผสมกับระบบ เพาะพันธุ์ ทำให้การเล่นแต่ละรอบ จะไม่มีวันซ้ำเดิม ทำให้เรารู้สึกอยากเล่น “อีกรอบ” เพื่อดูว่าแมวรุ่นหลานของเราจะกลายพันธุ์ไปเป็นตัวอะไร หรือมีสกิลอะไรสุ่มมาให้บ้าง กลายเป็นความมันส์ที่ถ้าคุณเข้าถึงจะเล่นเกมมันได้ทั้งวันโดยไม่เบื่อ

ข้อเสียของเกม

ความซับซ้อนที่สูงเกินไป
สำหรับมือใหม่ ระบบยีนและค่าพลังต่างๆ อาจจะดูยุ่งยากและน่าปวดหัว เกมต้องใช้เวลาทำความเข้าใจนานกว่าจะ “เข้าถึง” ความสนุกที่แท้จริง

งานศิลป์สไตล์ “Grotesque” (น่ารักแบบแหวะๆ)
แม้จะเป็นจุดเด่นของค่ายนี้ แต่ลายเส้นที่ดูดิบ หม่น และบางครั้งก็ดู อี๋ เช่น อึแมว หรือแมวที่พิการจากการกลายพันธุ์ อาจจะทำให้กลุ่มผู้เล่นทั่วไปที่ชอบงานภาพสวยงามหรือน่ารักจริงๆ รับไม่ได้ และเบือนหน้าหนีทันทีที่เห็น เป็นสไตล์ภาพแบบที่ใครหลายคนเห็นแล้วอาจจะชอบหรืออาจจะเกลียดเลยก็ว่าได้

ความโหดร้ายต่อจิตใจ แมวตายแล้วตายเลย
แมวที่คุณฟูมฟักมาหลายรุ่น อาจจะตายถาวรได้ในการต่อสู้เพียงครั้งเดียว ไม่ว่าคุณจะตั้งใจฟูมฝักมันมาเป็นอย่างดี ได้สกิลทุกอย่างตามต้องการ แต่ผลการต่อสู้ที่ออกมากลับไม่ดีอย่างที่คิด ก็ต้องมาเริ่มเพาะพันธุ์หาสกิลดีๆ กันใหม่อีกครั้ง แถมเรื่องนี้เป็นเรื่องของดวงเสียมากกว่า อาจต้องใช้เวลาในเกมเพิ่มมากยิ่งขึ้นโดยใช่เหตุ

จังหวะเกมที่ช้า
หากใครคาดหวังความมันส์แบบรวดเร็วแบบเกมแอคชั่นต่อสู้ ยิงปืน อาจจะผิดหวัง เพราะเกมนี้เน้นการ “คิดก่อนเดิน” ทำให้จังหวะเกมค่อนข้างนิ่งและกินเวลา รวมไปถึงความเร็วทั้งการขยับ การร่ายสกิล ทำให้ทุกอย่างมันดูเชื่องช้าไปหมด หากใครที่อยากได้เกมเร็วๆ ง่ายๆ ต้องบอกตามตรงว่าเกมนี้คงไม่ตอบโจทย์

สรุปโดยรวมแล้ว หากคุณกำลังมองหาเกมเลี้ยงแมวที่เต็มไปด้วยความอบอุ่นหัวใจ จงหนีไปให้ไกลจากเกมนี้ซะ! เพราะในโลกของ Mewgenics ความตายและการกลายพันธุ์คือเรื่องปกติพอๆ กับการตักกระบะทราย แต่นั่นแหละคือเสน่ห์ที่ทำให้เราถอนตัวไม่ขึ้น การเฝ้ามองสายเลือดแมวรุ่นแล้วรุ่นเล่าต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในนรกแห่งพันธุกรรมนี้ คือความบันเทิงที่ทั้งดิบ หยาบโลน และท้าทายสมองอย่างถึงที่สุด เตรียมยาแก้ปวดหัวและหัวใจที่แข็งแกร่งเอาไว้ให้ดี เพราะมหากาพย์แมวพิสดารฉบับนี้พร้อมจะขโมยเวลาชีวิตของคุณไปแบบไม่รู้ตัว

[รีวิว] Mewgenics สงครามเพาะพันธ์ุแมวเหมียว ก๊วนป่วนโลก

ตัวเกมตอนนี้เปิดขายอยู่ใน PC Steam ราคา 590 บาท แต่ถ้าเทียบในเรื่องของราคาแล้วต้องบอกตามตรงว่าคุ้มค่ามาก เนื่องด้วยเราจะได้เกมที่มีเนื้อหาให้เล่นมากกว่า 200++ ชั่วโมง

Plumage

เพียงขนนกปลิวคว้างกลางลมไหว ดูอ่อนไหวไร้ค่าในสายตา แต่ครั้งหนึ่งเคยพยุงปีกนกกา ทะยานฟ้าฝ่าพายุอย่างทระนง
Back to top button