เทคโนโลยี

Microsoft ส่งอัปเดต Secure Boot ใหม่ให้ผู้ใช้ Windows ทั่วโลก

เตรียมบอกลาใบเซอร์เดิมที่ใช้มานาน 15 ปี

มาเช็กความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์กันหน่อย เพราะล่าสุด Microsoft กำลังดำเนินการเปลี่ยนใบรับรองความปลอดภัยระดับบูตเครื่อง หรือ Secure Boot ให้กับอุปกรณ์ Windows แบบอัตโนมัติ ก่อนที่ของเดิมจะเริ่มหมดอายุในช่วงปลายปีนี้ โดยการอัปเดตครั้งนี้ถือเป็นการรีเฟรชมาตรฐานความปลอดภัยครั้งใหญ่ในรอบหลายปี เพื่อให้มั่นใจว่าระบบยังคงป้องกันการโจมตีจากผู้ไม่หวังดีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ย้อนกลับไปในปี 2011 ระบบ Secure Boot ถูกเปิดตัวออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้ซอฟต์แวร์แปลกปลอมเข้ามาแก้ไขระบบในช่วงที่กำลังเริ่มเปิดเครื่อง ซึ่งต่อมากลายเป็นข้อกำหนดพื้นฐานด้านฮาร์ดแวร์ของ Windows 11 ไปโดยปริยาย แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานถึง 15 ปี ใบรับรองที่ออกตั้งแต่ปี 2011 กำลังจะหมดอายุลงระหว่างเดือนมิถุนายน 2026 ถึงตุลาคม 2026 ทำให้ต้องมีการนำใบรับรองเวอร์ชันปี 2023 มาใช้งานแทน

Nuno Costa ตัวแทนจาก Microsoft ได้อธิบายผ่านบล็อกประกาศว่า เมื่อโลกของความปลอดภัยทางไซเบอร์ก้าวหน้าขึ้น ใบรับรองและกุญแจรหัสต่าง ๆ ก็จำเป็นต้องได้รับการอัปเดตให้ทันสมัยอยู่เสมอ การยกเลิกใบรับรองเก่าและแทนที่ด้วยของใหม่เป็นแนวทางปฏิบัติมาตรฐานในอุตสาหกรรม เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลประจำตัวที่ล้าสมัยกลายเป็นจุดอ่อน และช่วยให้อุปกรณ์ก้าวทันความปลอดภัยยุคปัจจุบัน

microsoft-windows-secure-boot-extend

สำหรับประเด็นที่หลายคนกังวลว่าหากใบรับรองหมดอายุแล้วเครื่องจะดับไปเลยหรือไม่ ทาง Nuno Costa ยืนยันว่า โน้ตบุ๊ก และพีซียังคงทำงานได้ตามปกติ แต่จะตกอยู่ในสภาวะความปลอดภัยที่ลดระดับลง ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อการอัปเดตความปลอดภัยในระดับบูตเครื่องในอนาคต รวมถึงอาจมีปัญหาเรื่องความเข้ากันได้กับฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ ๆ โดย Microsoft ได้เริ่มส่งอัปเดต KB5074109 ออกมาให้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว

ข่าวดีคือผู้ใช้งาน Windows 11 ส่วนใหญ่ไม่ต้องขยับตัวทำอะไรเลย เพราะระบบจะทำการติดตั้งใบรับรองใหม่ให้โดยอัตโนมัติผ่านช่องทางอัปเดตปกติ ยกเว้นกลุ่มเครื่องเซิร์ฟเวอร์หรืออุปกรณ์ IoT ที่อาจมีขั้นตอนการอัปเดตต่างออกไปเล็กน้อย รวมถึงอุปกรณ์บางส่วนอาจต้องรอการอัปเดตเฟิร์มแวร์จากผู้ผลิตโดยตรง ใครที่ใช้เครื่องแบรนด์ไหนอยู่ก็สามารถเข้าไปเช็กหน้าสนับสนุนของ OEM นั้น ๆ ได้เพื่อความชัวร์

สุดท้ายสำหรับใครที่ยังเหนียวแน่นอยู่กับ Windows 10 หากต้องการได้รับใบรับรองความปลอดภัยใหม่นี้ จำเป็นต้องสมัครโปรแกรม Extended Security Updates ของ Microsoft เพิ่มเติม ซึ่งโปรแกรมนี้มีค่าธรรมเนียมประมาณ 61 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,050 บาท สำหรับปีแรกของการสนับสนุน เพื่อให้ระบบยังคงปลอดภัยและพร้อมใช้งานต่อไปในระยะยาว

ที่มา
The Verge

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button