เทคโนโลยี

Windows 11 ทะยานสู่พันล้านผู้ใช้ เร็วกว่า Windows 10

ยอดผู้ใช้งานพุ่งกระฉูดในเวลาเพียง 4 ปีเศษ

ดูเหมือนว่าเสียงวิจารณ์บนโลกอินเทอร์เน็ตจะทำอะไร Windows 11 ไม่ได้เลย เพราะล่าสุด Satya Nadella หัวเรือใหญ่ของ Microsoft ได้ประกาศในงานรายงานผลประกอบการไตรมาสล่าสุดว่า ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันนี้มีผู้ใช้งานทะลุ 1 พันล้านคนทั่วโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความน่าสนใจอยู่ที่ Windows 11 ใช้เวลาเพียง 1,576 วันในการก้าวมาถึงจุดนี้ ซึ่งถือว่าทำเวลาได้ดีกว่า Windows 10 ที่เคยใช้เวลาไปถึง 1,706 วันเสียอีก ทั้งที่ในตอนนั้น Windows 10 แทบจะไม่มีข้อจำกัดเรื่องสเปกเครื่องเหมือนเวอร์ชันปัจจุบันเลย

สาเหตุหลักที่ทำให้ตัวเลขพุ่งสูงขนาดนี้ ส่วนหนึ่งมาจากแรงผลักดันที่เลี่ยงไม่ได้ เพราะ Windows 10 กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของชีวิต โดย Microsoft ได้ยุติการสนับสนุนหลักไปแล้วเมื่อเดือนตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ทั้งผู้ใช้งานทั่วไปและภาคธุรกิจต้องเร่งอัปเกรดเครื่องใหม่เพื่อความปลอดภัย แม้ว่าจะมีโปรแกรม Extended Security Updates (ESU) มาช่วยต่อลมหายใจให้ Windows 10 ไปได้อีกระยะ แต่หลายคนก็เลือกที่จะก้าวข้ามไปยัง Windows 11 เพื่อตัดปัญหาในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีผู้ใช้ถึงพันล้านคน แต่ความรู้สึกของผู้ใช้งานส่วนใหญ่กลับสวนทางกับสถิติอันสวยหรู หลายคนยังคงแสดงความไม่พอใจกับปัญหาด้านประสิทธิภาพ บั๊กที่โผล่มาพร้อมกับการอัปเดต รวมถึงการยัดเยียดฟีเจอร์ AI และโฆษณาต่างๆ เข้ามาในระบบจนดูรกตา ซึ่งทาง Pavan Davuluri ประธานฝ่าย Windows และอุปกรณ์ของ Microsoft ก็ออกมายอมรับแบบตรงไปตรงมาว่าได้รับฟังเสียงสะท้อนเหล่านี้ และให้คำมั่นว่าในปี 2026 นี้ บริษัทจะเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาพื้นฐานเหล่านี้เป็นลำดับต้นๆ

windows-11-hit-1-billion

เป้าหมายสำคัญของ Microsoft ในปีนี้คือการสะสางส่วนที่ค้างคามานาน ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงความเสถียรของระบบ การจัดการทรัพยากรให้โน้ตบุ๊กทำงานได้ลื่นไหลขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนผ่านหน้าตาเมนูเก่าๆ ที่ยังหลงเหลือมาจากยุค Windows 7 หรือแม้แต่ XP ให้ดูทันสมัยและเป็นเนื้อเดียวกันมากขึ้น การปรับทัพวิศวกรครั้งใหญ่เพื่อมาดูแลเรื่องความเชื่อถือได้ (Reliability) ของระบบในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณว่า Microsoft เริ่มตระหนักแล้วว่าจำนวนผู้ใช้ที่มากไม่ได้การันตีความพึงพอใจเสมอไป

ในขณะเดียวกัน ตลาด Windows 10 ก็ยังถือว่ามีความเหนียวแน่นอย่างน่าประหลาด โดยข้อมูลจาก Statcounter ระบุว่ายังมีเครื่องอีกหลายร้อยล้านเครื่องที่ยังไม่ยอมขยับไปไหน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเครื่องที่ไม่ผ่านเกณฑ์สเปกขั้นต่ำของ Windows 11 นั่นเอง สถานการณ์นี้ทำให้ Microsoft ต้องพยายามหาจุดสมดุลระหว่างการดันผู้ใช้ไปข้างหน้ากับการไม่ทอดทิ้งผู้ใช้กลุ่มใหญ่ที่ยังติดอยู่กับฮาร์ดแวร์เดิม เพื่อไม่ให้พวกเขารู้สึกว่าถูกบีบบังคับจนเกินไปและอาจเปลี่ยนใจหันไปหาคู่แข่งอย่าง macOS หรือ Linux แทน

บทเรียนจากตัวเลขหนึ่งพันล้านผู้ใช้นี้บอกเราว่า Windows 11 ได้กลายเป็นฐานรากใหม่ของคอมพิวเตอร์โลกไปแล้วอย่างสมบูรณ์ โจทย์ต่อไปที่ท้าทายที่สุดไม่ใช่การหาผู้ใช้รายใหม่ แต่เป็นการทำให้หนึ่งพันล้านคนที่มีอยู่นั้นรู้สึกรักและอยากใช้งานระบบนี้ต่อไปจริงๆ ไม่ใช่แค่ใช้เพราะไม่มีทางเลือกอื่น หาก Microsoft ทำได้ตามสัญญาในปี 2026 เราก็น่าจะได้เห็น Windows 11 ในเวอร์ชันที่สมบูรณ์และเป็นมิตรกับผู้ใช้อย่างที่ควรจะเป็นเสียที

ที่มา
Arstechnica

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button