เทคโนโลยี

Microsoft ปล่อยอัปเดตฉุกเฉินรอบสองแก้ปัญหา Outlook ค้างบน Windows 11

ตามแก้กันวุ่นหลังอัปเดตความปลอดภัยต้นปีทำพิษ

งานนี้ทำเอาผู้ใช้งาน Windows 11 หลายคนถึงกับกุมขมับ เมื่อ Microsoft ต้องรีบส่งอัปเดตฉุกเฉินนอกรอบออกมาเป็นครั้งที่สองภายในเดือนเดียว เพื่อจัดการกับบั๊กเจ้าปัญหาที่ทำให้ Outlook และแอปพลิเคชันอื่นๆ เกิดอาการค้างเติ่งจนใช้งานไม่ได้ โดยปัญหานี้เกิดขึ้นหลังจากที่มีการปล่อยอัปเดตความปลอดภัยประจำเดือนมกราคม 2026 ออกไปก่อนหน้านี้ไม่นาน

ต้นตอของปัญหาที่หลายคนเจอคือเวลาพยายามเปิดหรือบันทึกไฟล์ที่เก็บไว้บนบริการคลาวด์อย่าง OneDrive หรือ Dropbox แอปพลิเคชันจะนิ่งสนิทและไม่ตอบสนองใดๆ โดยเฉพาะใครที่ใช้งาน Outlook แล้วเก็บไฟล์ข้อมูลหรือที่เรียกว่าไฟล์ PST ไว้บนคลาวด์ จะเจอปัญหานี้หนักเป็นพิเศษจนถึงขั้นโปรแกรมค้างตั้งแต่ตอนเปิดเครื่อง หรือบางทีปิดโปรแกรมไปแล้วแต่ตัวประมวลผลยังค้างอยู่ในระบบจนเปิดใหม่ไม่ได้

ถือว่าเป็นช่วงเริ่มต้นปีที่ค่อนข้างหนักหน่วงสำหรับ Microsoft เพราะนี่คือการปล่อยอัปเดตแบบ Out-of-band หรืออัปเดตด่วนนอกตารางเวลาปกติครั้งที่สองแล้ว หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ก่อนเพิ่งจะส่งอัปเดตมาแก้ปัญหาเครื่อง Windows 11 บางเครื่องไม่ยอมปิดการทำงานหรือเข้าโหมด Hibernate ไม่ได้ รวมถึงปัญหาการล็อกอินผ่านระบบรีโมทที่ทำให้คนทำงานทางไกลปวดหัวไปตามๆ กัน

microsoft-windows-11-fix-bugs-in-a-row

สำหรับการอัปเดตฉุกเฉินรอบนี้ไม่ได้มาแค่แก้ปัญหา Outlook อย่างเดียว แต่ Microsoft ออกแบบมาให้เป็นแบบ Cumulative หรือการอัปเดตรวมยอด ซึ่งหมายความว่าถ้าใครยังไม่ได้ลงอัปเดตแก้ปัญหาเรื่องเครื่องไม่ยอมปิดจากสัปดาห์ก่อน แค่ดาวน์โหลดไฟล์ตัวล่าสุดนี้ไปติดตั้งเพียงครั้งเดียว ระบบก็จะจัดการซ่อมแซมบั๊กสะสมทั้งหมดจากช่วงต้นปีให้ทันทีแบบม้วนเดียวจบ

ใครที่กำลังเจอปัญหาแอปพลิเคชันเด้งหรือค้างอยู่บ่อยๆ สามารถเข้าไปกดเช็กอัปเดตได้ที่เมนู Settings แล้วเลือก Windows Update เพื่อติดตั้งแพตช์ตัวใหม่นี้ได้เลย หรือถ้าใครอยากจัดการเองแบบแมนนวลก็สามารถไปหาดาวน์โหลดได้จาก Microsoft Update Catalog โดยตรง ซึ่งจะช่วยให้คอมพิวเตอร์กลับมาทำงานได้ลื่นไหลเหมือนเดิมโดยไม่ต้องทนใช้เว็บเมลแก้ขัดอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทางทีมงานจะเร่งแก้ไขอย่างรวดเร็ว แต่เหตุการณ์นี้ก็สะท้อนให้เห็นว่าการอัปเดตซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่นั้นมีความซับซ้อนและอาจส่งผลกระทบที่คาดไม่ถึงได้เสมอ ดังนั้นการหมั่นตรวจสอบสถานะของระบบอยู่เป็นระยะจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับผู้ใช้งานยุคใหม่ เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์ที่ใช้ทำงานจะไม่งอแงในเวลาที่ต้องการที่สุด

ที่มา
Engadget

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button