คอนโซล / พีซีรีวิวรีวิว / พรีวิวเกม

[รีวิว] Code Vein II : การกลับมาของราชันย์ ก้าวข้ามกาลเวลาเพื่อทวงบัลลังก์

เมื่อความดาร์กแฟนตาซีผสานกับลูกเล่น Time Travel

ยอมรับตรงนี้เลยว่า วินาทีแรกที่ได้เห็นโลโก้ Code Vein II ปรากฏขึ้นมาในงานเปิดตัวเมื่อปีก่อน เกิดคำถามในใจว่า Bandai Namco จะทำออกมาได้ดีแค่ไหน เพราะภาคแรกแม้จะสร้างฐานแฟนคลับที่เหนียวแน่นด้วยระบบสร้างตัวละครและธีมแวมไพร์หลังวันสิ้นโลก แต่ก็ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุง ทั้งเรื่องการออกแบบฉากที่ชวนหลงทางและระบบการต่อสู้ที่บางจังหวะยังดูแข็ง ๆ แต่หลังจากที่ได้คลุกคลีอยู่กับตัวเกม จนถึงตอนนี้กล้าพูดได้เต็มปากเลยว่า นี่ไม่ใช่แค่ภาคต่อที่ทำมาขายกินบุญเก่า แต่มันคือการยกเครื่องใหม่ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด จนแทบจะลบภาพจำเดิม ๆ ที่เคยมีต่อซีรีส์นี้ไปเกือบหมดสิ้น และนี่คือรีวิวฉบับเจาะลึกที่อยากให้อ่านก่อนตัดสินใจกดซื้อในวันที่ 29 มกราคมนี้

การเล่าเรื่องที่กล้าเล่นใหญ่: เดิมพันด้วยกาลเวลา

ถ้าภาคแรกคือการตามหาความทรงจำที่หายไป ภาคนี้ Code Vein II เล่นใหญ่กว่านั้นด้วยการเดิมพันกับ อดีต และ อนาคต เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในโลกยุคปัจจุบันที่เหล่า Revenant หรือผีดูดเลือดอมตะกำลังเผชิญกับภัยคุกคามใหม่ที่เรียกว่า Luna Rapacis กองกำลังลึกลับที่เปลี่ยน Revenant ให้กลายเป็นอสูรกายบ้าคลั่งที่เรียกว่า Horrors ซึ่งร้ายกาจยิ่งกว่า The Lost ในภาคแรกหลายเท่า ตัวเอกของเราในฐานะ Revenant Hunter จึงต้องร่วมมือกับ Lou สาวน้อยปริศนาผู้มาพร้อมกับพลังในการควบคุมเวลา เพื่อย้อนกลับไปแก้ไขอดีตเมื่อ 100 ปีก่อน ช่วงเวลาที่ถูกเรียกว่า ยุคทองของ Revenant

tig-code-vein-2-review
tig-code-vein-2-review

จุดที่น่าชื่นชมมากคือวิธีการเล่าเรื่อง ทีมงานเขียนบทได้ฉลาดมากที่ใช้ลูกเล่น Time Travel มาขยี้ปมดราม่า แทนที่เราจะแค่เดินไปเจอสัตว์ประหลาดแล้วจัดการมัน เกมจะพาเราย้อนไปเจอกับบอสเหล่านั้นในสมัยที่พวกเขายังเป็น ฮีโร่ หรือ มนุษย์ปกติ ในอดีต เราจะได้เรียนรู้ความฝัน ความรัก และความเจ็บปวดของพวกเขา ได้ร่วมสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ จนเกิดความผูกพัน แล้วพอกลับมาสู่โลกปัจจุบันที่เราต้องลงมือสังหารพวกเขาในร่างอสูร มันจึงเป็นอะไรที่บีบหัวใจขั้นสุด อารมณ์เหมือนเราต้องฆ่าเพื่อนเก่าด้วยมือตัวเอง ซึ่งจุดนี้ทำให้อินกับเนื้อเรื่องมากกว่าภาคแรกแบบคนละชั้น

Lou: มากกว่าแค่คู่หู แต่คือกุญแจสำคัญ

tig-code-vein-2-review
tig-code-vein-2-review
tig-code-vein-2-review

หากภาคแรกมี Io เป็นนางเอกในดวงใจของใครหลายคน ภาคนี้ Lou ก็ก้าวเข้ามารับบทบาทสำคัญได้อย่างสมศักดิ์ศรี เธอไม่ได้เป็นแค่ NPC ที่เดินตามต้อย ๆ แต่มีบุคลิกที่ชัดเจน มีความดื้อรั้น และมีปมปริศนาที่ชวนให้ติดตาม เคมีระหว่างตัวเอกกับ Lou ถูกถ่ายทอดออกมาได้ดีผ่านบทสนทนาระหว่างเดินทางและการโต้ตอบในฉากคัตซีน ซึ่งการแสดงสีหน้าของตัวละครในภาคนี้ทำออกมาได้ละเอียดขึ้นมากด้วยอานิสงส์ของ Unreal Engine 5 ทำให้ทุกอารมณ์ความรู้สึกถูกส่งผ่านมาถึงผู้เล่นได้อย่างชัดเจน

เกมเพลย์ที่ยกระดับ: เร็ว แรง และ ลึก

tig-code-vein-2-review
tig-code-vein-2-review
tig-code-vein-2-review

มาถึงเรื่องสำคัญที่สุดอย่างระบบการต่อสู้ สิ่งแรกที่สัมผัสได้คือ ความลื่นไหล ตัวละครของเราเคลื่อนไหวได้คล่องแคล่วขึ้นมาก การกลิ้งหลบ การแดช หรือการออกอาวุธดูเป็นธรรมชาติและมีน้ำหนัก ท่าโจมตีของอาวุธแต่ละชนิดถูกรื้อทำใหม่เกือบหมด อย่างดาบใหญ่ Greatsword ที่เคยดูเชื่องช้า ภาคนี้เพิ่มโมเมนตัมให้รู้สึกถึงแรงเหวี่ยงที่สะใจ หรือดาบมือเดียวที่เพิ่มความพริ้วไหวให้สามารถฟันแล้วหลบออกด้านข้างได้ทันที ทำให้จังหวะการต่อสู้ดูเหมือนเกม Action มากขึ้น แต่ก็ยังคงความตึงเครียดแบบ Souls-like ไว้ครบถ้วน คือถ้าประมาทก็ตายได้ในไม่กี่ครั้ง

Jails: นวัตกรรมใหม่ที่มาแทนที่ Blood Veils?

tig-code-vein-2-review

หลายคนอาจสงสัยเรื่องระบบ Jails ที่ถูกพูดถึงในตัวอย่าง มันคือวิวัฒนาการของ Blood Veils หรือหน้ากากดูดเลือดจากภาคก่อน แต่มีความยืดหยุ่นกว่ามาก Jails ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เป็นเกราะและตัวกำหนดค่าพลังเวทเท่านั้น แต่มันมาพร้อมกับลูกเล่นเฉพาะตัวที่เปลี่ยนสไตล์การเล่นไปเลย เช่น Jails บางอันสามารถเปลี่ยนรูปแบบเป็นปีกหนามที่ช่วยให้เรากระโดดโจมตีจากกลางอากาศได้ หรือบางอันเปลี่ยนแขนเราให้เป็นปืนใหญ่ยิงระยะไกลเพื่อเปิดจังหวะเข้าทำ ที่สำคัญคือท่า Drain Attack หรือท่าดูดเลือดที่เป็นเอกลักษณ์ของเกมนี้ ถูกออกแบบใหม่ให้แสดงผลรวดเร็วขึ้นและอลังการขึ้น ไม่ต้องเสียเวลารอนาน ๆ เหมือนภาคเก่า ทำให้เราสามารถแทรกท่าดูดเลือดเข้าไปในคอมโบปกติได้อย่างเนียนตา เพื่อเติมเกจ Ichor ให้เต็มตลอดเวลา

Formae และการปรับแต่งที่ไร้ขีดจำกัด

tig-code-vein-2-review

ระบบ Blood Code หรือคลาสอาชีพยังคงอยู่ แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ Formae ซึ่งเปรียบเสมือน Skill Tree ย่อยที่ผูกติดกับอาวุธและสไตล์การเล่น ระบบนี้เปิดโอกาสให้เรา Mix & Match สกิลข้ามสายได้อิสระมากขึ้น สมมติว่าเราอยากเล่นสายแทงค์ถึก ๆ แต่อยากมีสกิลเคลื่อนที่ไว ๆ Formae จะอนุญาตให้เราปลดล็อกความสามารถเหล่านั้นมาใส่ใน Build ของเราได้ถ้าเงื่อนไขครบ ทำให้การสร้างตัวละครใน Code Vein II มีความหลากหลายมหาศาล แทบจะไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละคน

ระบบ Partner System 2.0: เพื่อนแท้หรือแหล่งพลังงาน?

tig-code-vein-2-review
tig-code-vein-2-review
tig-code-vein-2-review

จุดขายหลักอย่างระบบคู่หู AI ก็ได้รับการอัปเกรดเช่นกัน AI ในภาคนี้ฉลาดขึ้น รู้จักจังหวะฮีล จังหวะล่อศัตรู และจังหวะถอย แต่ไฮไลท์จริง ๆ คือระบบ Assimilation หรือการผสานร่าง เมื่อเกจความสัมพันธ์เต็ม เราสามารถกดใช้คำสั่งนี้เพื่อดึงพลังของคู่หูมาไว้ที่เราชั่วคราว ตัวเอกจะเข้าสู่โหมดไฮเปอร์ที่มีพลังโจมตีและเวทมนตร์รุนแรงเว่อร์วัง แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือ คู่หูจะหายไปจากสนามรบชั่วคราว ทำให้เราต้องสู้คนเดียว ความเสี่ยงตรงนี้แหละที่ทำให้เกมเพลย์สนุกขึ้น เพราะต้องตัดสินใจหน้างานว่าจะยอมเสียตัวช่วยเพื่อปิดเกมเร็ว หรือจะเก็บเพื่อนไว้ช่วยดึงความสนใจบอส

โลกที่กว้างใหญ่และการซิ่งมอเตอร์ไซค์

tig-code-vein-2-review
tig-code-vein-2-review

บอกลาทางเดินแคบ ๆ เหมือนเขาวงกตในภาคแรกไปได้เลย เพราะ Code Vein II นำเสนอฉากแบบ Open-World ที่กว้างและมีมิติ พื้นที่แต่ละโซนมีขนาดใหญ่และเชื่อมต่อกันอย่างซับซ้อนแต่เข้าใจง่าย และพระเอกขี่ม้าขาวมันเชยไปแล้ว ยุคนี้มันต้องขี่มอเตอร์ไซค์! ยานพาหนะคู่ใจของเราในภาคนี้ไม่ได้มีไว้แค่ขี่เท่ ๆ ในฉากคัตซีน แต่เราสามารถเรียกออกมาขี่สำรวจแมพได้จริง การขับขี่ให้ความรู้สึกอาร์เคดนิด ๆ ควบคุมง่าย และช่วยลดความน่าเบื่อในการเดินทางไกลได้ดีมาก แถมยังสามารถปรับแต่งสีและลวดลายมอเตอร์ไซค์ให้เข้ากับชุดของเราได้อีกด้วย

งานภาพและประสิทธิภาพ: ความงดงามในความสิ้นหวัง

tig-code-vein-2-review

ด้วยพลังของ Unreal Engine 5 กราฟิกในเกมนี้ถือว่าก้าวกระโดดจากภาคแรกแบบชัดเจน แสงเงา การสะท้อนของน้ำ และรายละเอียดพื้นผิวทำออกมาได้สมจริงแต่ยังคงสไตล์อนิเมะที่เป็นเอกลักษณ์ไว้ เอฟเฟกต์สกิลต่าง ๆ จัดเต็ม แสงสีเสียงสะใจ โดยเฉพาะดีไซน์ของบอสและมอนสเตอร์ที่ดูน่ากลัวและขยะแขยงในเวลาเดียวกัน สร้างบรรยากาศความกดดันได้ดีเยี่ยม ในส่วนของประสิทธิภาพ บนเครื่องคอนโซลยุคปัจจุบันสามารถรันได้ที่ 60fps ค่อนข้างนิ่ง จะมีตกบ้างก็แค่ช่วงที่เอฟเฟกต์หนักในฉากเท่านั้น

Character Creation: สวรรค์ของนักสร้างสรรค์

tig-code-vein-2-review
tig-code-vein-2-review
tig-code-vein-2-review

จะไม่พูดถึงเรื่องนี้ก็คงไม่ได้ เพราะมันคือจิตวิญญาณของเกม ระบบสร้างตัวละครในภาคนี้ละเอียดขึ้น สามารถปรับทุกอย่างได้ดั่งใจนึก ตั้งแต่รูปทรงดวงตาที่มีให้เลือกเป็นร้อยแบบ การไล่เฉดสีผมที่ทำได้ละเอียดกว่าโปรแกรมแต่งรูปบางตัว ไปจนถึงเครื่องประดับที่สามารถขยับตำแหน่ง หมุนองศา และย่อขยายขนาดได้อิสระ อยากจะเอาเขาปีศาจมาติดที่ไหล่ หรือเอาแว่นตาไปติดที่หน้าผาก ก็ทำได้หมด เรียกได้ว่าแค่เข้ามาปั้นตัวละครอย่างเดียวก็คุ้มราคาเกมแล้ว เผลอ ๆ จะเสียเวลาในหน้าสร้างตัวละครนานกว่าเวลาเล่นจริงด้วยซ้ำ

ข้อสังเกตเล็กน้อย

แม้จะชมมาเยอะ แต่เกมก็ยังมีจุดที่น่ากังวลอยู่บ้าง อย่างแรกคือ มุมกล้อง ที่ในบางจังหวะโดยเฉพาะตอนสู้กับบอสตัว ในที่แคบ มุมกล้องอาจจะเหวี่ยงจนเวียนหัวได้ และอีกเรื่องคือระดับความยากที่อาจจะ เหวี่ยง ในช่วงกลางเกม บางบอสยากแบบก้าวกระโดดจนต้องกลับไปฟาร์มเลเวลหรือเปลี่ยน Build ใหม่หมดถึงจะผ่าน ซึ่งอาจทำให้ผู้เล่นหน้าใหม่ท้อได้ แต่สำหรับแฟนเดนตายสไตล์ Souls-like นี่อาจจะถือเป็นข้อดีก็ได้มั้ง

บทสรุป: ภาคต่อที่สมบูรณ์แบบของสายอนิเมะ

tig-code-vein-2-review

Code Vein II ไม่ใช่แค่เกมที่ทำมาเพื่อเอาใจแฟนคลับเดิม แต่มันคือเกม Action RPG คุณภาพเยี่ยมที่ยืนได้ด้วยขาของตัวเอง มันมีระบบการต่อสู้ที่สนุก เร้าใจ มีเนื้อเรื่องที่ชวนติดตามและซึ้งกินใจ มีงานภาพที่สวยงาม และมีระบบปรับแต่งที่ลึกซึ้งที่สุดเกมหนึ่งในท้องตลาด Bandai Namco พิสูจน์แล้วว่าพวกเขาสามารถทำเกมแนวนี้ให้ออกมาดีได้โดยไม่ต้องเดินตามรอยใคร ใครที่กำลังมองหาเกมที่ท้าทายแต่ก็ยังอยากเสพความสวยงามของตัวละครและเนื้อเรื่องสไตล์อนิเมะ นี่คือเกมที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ตัวเกมจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 มกราคม 2026 บน PlayStation 5, Xbox Series X|S และ PC หากพร้อมที่จะกอบกู้โลก เตรียมตัว เตรียมใจไว้ให้พร้อม แล้วไปเจอกันในโลกแห่ง Revenant

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณ Bandai Namco Entertainment ที่เอื้อเฟื้อและสนับสนุนเกมมาให้เราได้รีวิวในครั้งนี้ด้วยครับ ส่วนครั้งหน้าจะเป็นเกมอะไรนั้น โปรดติดตามกันได้เลย…

อ่านข้อมูลเพิ่มเติมและสั่งซื้อเกมได้ที่ : [คลิก]

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button