
ไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ผู้ผลิตฝั่ง Android มักจะได้แรงบันดาลใจจากงานดีไซน์ของ Apple แต่สำหรับ Magic 8 Pro Air รุ่นล่าสุดจาก Honor นั้นเรียกได้ว่าเป็นการนำจุดเด่นของ iPhone หลายรุ่นมามัดรวมกันจนแทบจะหาเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เจอ ตั้งแต่ตัวเครื่องทรงเพรียวบางไปจนถึงโมดูลกล้องทรงแคปซูล อย่างไรก็ตาม แม้จะพยายามเดินตามรอย iPhone 17 Air แต่ Honor ก็ยังคงสร้างความแตกต่างในแง่ของวิศวกรรมที่เน้นความครบเครื่องมากกว่าแค่ความบางเพียงอย่างเดียว
Magic 8 Pro Air มาพร้อมตัวเครื่องหนาเพียง 6.1 มิลลิเมตร ซึ่งหากเทียบกับ iPhone 17 Air ที่ลือว่าบางเพียง 5.6 มิลลิเมตรแล้ว Honor อาจจะดูหนากว่าเล็กน้อย แต่สิ่งที่น่าทึ่งคือการยัดแบตเตอรี่ซิลิคอนคาร์บอนขนาดใหญ่ถึง 5,500 mAh ลงไปในพื้นที่จำกัดนี้ได้ ซึ่งมากกว่าแบตเตอรี่ของคู่แข่งฝั่ง Apple เกือบเท่าตัว นอกจากนี้ยังใช้วัสดุอลูมิเนียมเกรดการบิน 530MPa ที่เคลมว่าทนทานต่อแรงกดได้ดีกว่าวัสดุไทเทเนียมในแบรนด์คู่แข่งอีกด้วย
ทางด้านสถาปัตยกรรมภายใน Honor เลือกใช้ชิปเซ็ต Dimensity 9500 จาก MediaTek แทนที่จะเป็น Snapdragon เหมือนรุ่นปกติ โดยมาพร้อมหน้าจอ AMOLED ขนาด 6.31 นิ้ว ความละเอียด QHD+ ที่ทำระดับความสว่างสูงสุดได้ถึง 6,000 nits ซึ่งถือว่าสว่างที่สุดรุ่นหนึ่งในตลาดปัจจุบัน และยังไม่ทิ้งเรื่องความปลอดภัยด้วยการติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือแบบ 3D Ultrasonic ไว้ใต้หน้าจอ เพื่อการปลดล็อกที่รวดเร็วและแม่นยำ

หากดูที่ด้านหลังเครื่องจะพบกับชุดกล้องสามตัวที่วางเรียงในลักษณะที่คล้ายกับโทรศัพท์ตระกูล Pixel ผสมกับ iPhone ประกอบด้วยกล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 1/1.3 นิ้ว กล้อง Ultra-wide 50 ล้านพิกเซล และกล้อง Periscope Telephoto 64 ล้านพิกเซลที่ซูมแบบออปติคัลได้ 3.2 เท่า ซึ่งเป็นการยืนยันว่าผู้ใช้ไม่ต้องเลือกระหว่างความบางกับประสิทธิภาพของกล้อง เพราะรุ่นนี้จัดมาให้ครบในเครื่องเดียว
นอกจากสีส้มที่เป็นไฮไลต์ประจำปี 2026 แล้ว Magic 8 Pro Air ยังมีสีดำ สีม่วง และสีขาวให้เลือก โดยเปิดตัวในจีนด้วยราคาเริ่มต้น 4,999 หยวน หรือประมาณ 22,900 บาท (คำนวณจากเรตปัจจุบัน) ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ท้าชนคู่แข่งระดับพรีเมียมได้อย่างน่าสนใจ โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศจีนตั้งแต่วันที่ 23 มกราคมนี้เป็นต้นไป ส่วนแฟนๆ ในไทยอาจจะต้องรอลุ้นการประกาศเปิดตัวในระดับสากลอีกครั้ง







