เทคโนโลยี

iPhone 18 อาจมาพร้อมจอ 120Hz ทุกรุ่น

พร้อมดีไซน์ซ่อน Face ID ใต้จอในรุ่น Pro

กลายเป็นข่าวใหญ่ที่เหล่าสาวก Apple ต้องจับตามอง เมื่อทิปสเตอร์ชื่อดังอย่าง Digital Chat Station ออกมาเปิดเผยรายละเอียดหน้าจอของ iPhone 18 ทั้งไลน์อัป ซึ่งความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจที่สุดคือการนำเทคโนโลยีหน้าจอรีเฟรชเรต 120Hz (ProMotion) มาใช้งานในทุกรุ่นย่อยเป็นครั้งแรก หลังจากที่ Apple ถูกวิจารณ์เรื่องการกั๊กสเปกหน้าจอ 60Hz ในรุ่นมาตรฐานมาอย่างยาวนาน โดยข้อมูลระบุว่า iPhone 18 รุ่นเริ่มต้นจะมาพร้อมหน้าจอ LTPO ขนาด 6.27 นิ้ว และยังคงใช้ดีไซน์ Dynamic Island แบบเดิม

ในส่วนของรุ่นไฮเอนด์อย่าง iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max คาดว่าจะมีการปฏิวัติงานดีไซน์ด้านหน้าใหม่ ด้วยการขยับไปใช้เทคโนโลยีซ่อนระบบ Face ID ไว้ใต้หน้าจอ (Under-Display) ซึ่งจะทำให้พื้นที่การแสดงผลเพิ่มขึ้นจนเกือบเต็มตา โดยรุ่น Pro จะใช้หน้าจอขนาด 6.27 นิ้ว ส่วนรุ่น Pro Max จะใช้หน้าจอขนาดใหญ่ถึง 6.86 นิ้ว ทั้งคู่จะเปลี่ยนจาก Dynamic Island รูปทรงแคปซูลไปเป็นเพียงรูเจาะขนาดเล็ก (Punch-hole) สำหรับกล้องหน้าเท่านั้น

นอกจากรุ่นมาตรฐานและรุ่น Pro แล้ว ข้อมูลหลุดยังกล่าวถึง iPhone Air 2 รุ่นเน้นความบางเบาที่จะมาสานต่อตลาดไอโฟนดีไซน์ล้ำ โดยคาดว่าจะใช้หน้าจอขนาด 6.55 นิ้ว พร้อมเทคโนโลยี LTPO 120Hz เช่นกัน แต่ยังคงรักษาดีไซน์ Dynamic Island แบบมาตรฐานเอาไว้เพื่อให้แตกต่างจากรุ่น Pro ความเคลื่อนไหวนี้แสดงให้เห็นว่า Apple พยายามจัดลำดับความสำคัญของสินค้าใหม่เพื่อจูงใจให้ผู้เล่นระดับพรีเมียมยอมจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อดีไซน์ที่ดูไร้รอยต่อ

apple-iphone-18-120hz-display

ทางด้านการผลิต มีรายงานว่า iPhone 18 Series ได้เข้าสู่ขั้นตอนการผลิตตัวอย่าง (Sample Production) แล้ว และมีข่าวลือเสริมว่า Apple จะทำการอัปเกรดกล้องหน้าให้กับทุกรุ่นในตระกูลนี้เป็นความละเอียด 24 ล้านพิกเซล เพื่อรองรับการถ่ายเซลฟี่และการทำคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูงขึ้น ซึ่งนับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของกล้องหน้าไอโฟนที่ไม่ได้มีการขยับความละเอียดขนานใหญ่มาหลายปี

หากมองในมุมธุรกิจ การนำเทคโนโลยีหน้าจอขั้นสูงมาใส่ในทุกรุ่นย่อมส่งผลต่อต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจส่งผลให้ราคาขายปลีกขยับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ตัวอย่างเช่น ในรุ่น Pro ที่ใช้ชิป A20 สถาปัตยกรรม 2 นาโนเมตร ควบคู่กับจอซ่อน Face ID ใต้จอ อาจมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นประมาณ 100-200 USD (ประมาณ 3,350-6,700 บาท) เพื่อให้สอดคล้องกับค่าชิ้นส่วนที่แพงขึ้นในตลาดโลก

บทสรุปของการพัฒนา iPhone 18 ในปี 2026 นี้ คือความพยายามของ Apple ในการรักษาความเป็นผู้นำในตลาดสมาร์ทโฟนระดับโลก ด้วยการลดช่องว่างของสเปกระหว่างรุ่นเริ่มต้นกับรุ่นท็อปในเรื่องหน้าจอ แต่ไปสร้างจุดเด่นใหม่ในเรื่องดีไซน์ที่ล้ำสมัยกว่าเดิมบนรุ่น Pro ต่อจากนี้คงต้องรอดูว่าการเปิดตัวที่จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลาตามข่าวลือ จะช่วยสร้างกระแสตอบรับและยอดขายได้ตามที่บริษัทตั้งเป้าไว้หรือไม่

ที่มา
GSMArena

Artherlus

แค่คนทั่วไปที่หลงใหลในวงการไอที
Back to top button